วันจันทร์, มิถุนายน 15, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี สาวตั้งครรภ์วัย 28 ปี ตัวแทนผู้ร่วมบริจาคกว่า 800 ยูสเซอร์ อุ้มท้องร้องมูลนิธิฯดัง หลังโอนบริจาคช่วยสาวป่วยมะเร็ง เผยโกรธ และรู้สึกแค้นที่ถูกหลอก

นนทบุรี สาวตั้งครรภ์วัย 28 ปี ตัวแทนผู้ร่วมบริจาคกว่า 800 ยูสเซอร์ อุ้มท้องร้องมูลนิธิฯดัง หลังโอนบริจาคช่วยสาวป่วยมะเร็ง เผยโกรธ และรู้สึกแค้นที่ถูกหลอก

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ส.ค. 68 มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี น.ส.กิ๊ฟ (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลจริง) อายุ 28 ปี คุณแม่ตั้งครรภ์ลูกแฝด 4 เดือน ซึ่งเป็นตัวแทนจากกลุ่มผู้เดือดร้อนกว่า 800 ยูสเซอร์ เดินทางเข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิฯ และ ว่าที่ร้อยตรีรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิฯ หลังร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือหญิงสาวรายหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊กอ้างป่วยมะเร็งเต้านมระยะที่ 3 ขอรับบริจาคเงินเพื่อรักษา โดยระบุว่าต้องใช้ค่ายาเคมีบำบัดและยามุ่งเป้า 18 เข็ม ๆ ละ 30,000 บาท รวมกว่า 520,000 บาท และค่ายากระตุ้นเม็ดเลือดขาวครั้งละ 7,000 บาท ซึ่งอยู่นอกสิทธิประกันสังคม ทำให้มีผู้บริจาคช่วยเหลือจนยอดพุ่งสูงถึงกว่า 1.6 ล้านบาทภายในวันเดียว ซึ่งต่อมาพบพิรุธโอนย้ายเงิน เข้าบัญชีของแม่ตนเอง ตอนนี้คนบริจาครู้สึกเดือดมาก เพราะอุตส่าห์จิตใจดีช่วยเหลือ แต่กลับเจอแบบนี้ จึงเดินทางเข้าร้องเรียนเพื่อให้มีการจัดการตามกฎหมาย และเพื่อให้เป็นตัวอย่างไม่อยากให้ใครทำแบบนี้อีก

ว่าที่ร้อยตรีรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากประเด็นที่เป็นกระแสข่าวก่อนหน้านี้ของหญิงสาวที่ป่วยมะเร็งเต้านมระยะที่ 3 ขอรับบริจาคเงินเพื่อรักษาตัว หลังจากโพสต์เพียงวันเดียว มีการชี้แจงยอดเงินกว่า 1.6 ล้านบาท ต่อมาทางโรงพยาบาลได้มีการชี้แจงว่าหญิงสาวไม่ได้นำเงินไปรักษาตัวจริง คนที่บริจาคเงินจึงเกิดไม่สบายใจ เพราะมีจิตใจที่อยากช่วยเหลือแต่ทำไมถึงไม่ได้นำเงินบริจาคไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ซึ่งผู้เสียหายได้มีการตั้งกลุ่มไลน์รวมตัวกันประมาณกว่า 800 ยูสเซอร์ นัดรวมตัวกันมาร้องเรียนที่มูลนิธิฯ 5 คน แต่สุดท้ายก็เหลือเพียง น.ส.กิ๊ฟ เพียงคนเดียว ที่อุ้มท้องลูกแฝด 4 เดือน ซึ่งวันนี้จะได้ออกมาพูดในมุมของเขาด้วย อยากฝากถึงทุกคนไว้ว่าคนไทยมีน้ำใจ โอนไว โอนง่ายจริง แต่หากผู้รับบริจาคไม่ได้นำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ ก็จะมีคดีความตามมา

น.ส.กิ๊ฟ กล่าวว่า ตนได้ร่วมบริจาคให้กับหญิงสาวที่ป่วยมะเร็งเต้านม ระยะที่ 3 จำนวน 200 บาท ที่ตนมาวันนี้ไม่ได้ต้องการเงินคืนแต่ต้องการคำชี้แจง และความโปร่งใส ว่าได้นำเงินไปทำอะไรบ้าง เพราะทุกคนที่ร่วมบริจาคอยากได้ความสบายใจ ตนเสียความรู้สึกที่อุตส่าห์บริจาคเพื่อช่วยเหลือให้นำเงินไปรักษาตัว แต่พอได้เงินบริจาคกลับไม่โปร่งใส ซึ่งตนมีเจตนาที่ดีและเข้าใจหัวอกของคนป่วย เห็นเพื่อนๆแชร์โพสต์จึงร่วมด้วยช่วยกัน ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้

ต่อมามีเพจเฟซบุ๊กต่างๆขุดเรื่องราวมาโพสต์ คนมาคอมเม้นต์ว่าหญิงสาวคนดังกล่าวได้โยกย้ายเงินไปบัญชีของแม่ จำนวน 1.1 ล้านบาท และมีคนมาคอมเมนต์ทวงหนี้ จำนวน 70,000 บาท ต่อมาหญิงสาวได้โอนเงินคืนไป ทำให้รู้สึกไม่โปร่งใส รู้สึกว่าหญิงสาวต้องการนำเงินหลบหนี และเกิดความสงสัยว่านำเงินบริจาคไปใช้หนี้หรือไม่ ทางโรงพยาบาลได้ออกมาชี้แจงด้วยว่าหญิงสาวไม่ได้เสียเงินในการรักษาตัวด้วยซ้ำ จึงรู้สึกโมโห แค้น ที่มาหลอกพวกเรา และมีเจตนาฉ้อโกงประชาชน มีการลบแชททำให้ยอดเงินไม่ตรงความจริง

ตอนนี้ในกลุ่มที่มีผู้เสียหายกว่า 800 ยูสเซอร์ กำลังรวบรวมหลักฐาน การโอนเงินเพื่อช่วยกันไปแจ้งความในข้อหาฉ้อโกงประชาชน อยากฝากถึงหญิงสาวคนดังกล่าว ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริงนำเงินไปรักษาตัวจริงอยากให้ออกไปชี้แจงตามข้อมูลที่โพสต์ไว้หน้าเฟซบุ๊ก พวกเรากว่า 800 ยูสเซอร์ ไม่ได้ต้องการเงินคืนจากคุณแต่ต้องการความโปร่งใสกับเรื่องนี้ ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีหญิงสาวได้แล้ว

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิฯ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยมีนักพูดสร้างแรงบันดาลใจออกมาขอบริจาค สุดท้ายต้องออกมาชี้แจง แต่พบว่านำเงินไปใช้ซื้ออย่างอื่นที่ไม่เกี่ยวกัน สุดท้ายอัยการได้สั่งฟ้องและเรื่องอยู่ในชั้นศาล ซึ่งหญิงสาวคนนี้ก็ไม่ต่างกัน เงินที่มีคนโอนมามากน้อย ไม่ใช่เพียงแค่โอนเงินกลับไปคืนเขา แต่คือการรับผิดชอบเพื่อไม่ให้มีคดีความเกิดขึ้นมากกว่านี้ ถ้าตนได้เป็นทนายของหญิงสาวที่ป่วยมะเร็ง และมีผู้เสียหายกว่า 800 คน ซึ่งปัจจุบันมีผู้เสียหายที่ได้แจ้งความดำเนินคดีที่สถานีตำรวจและแจ้งความผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งไม่ว่าผู้เสียหายจะไปแจ้งความที่ไหน ก็จะต้องไปที่นั่น

ตนอยากให้มีการไกล่เกลี่ยและหาทางออกร่วมกัน เช่น ชี้แจงยอดเงินบริจาค และนำเงินส่วนที่เหลือไปบริจาคให้กับวัดหรือองค์กรที่เกี่ยวกับผู้ป่วยมะเร็ง ให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้ร่วมบริจาค ซึ่งมันทำให้สถานการณ์ดีกว่านี้และในด้านกฎหมายสามารถเป็นเหตุบรรเทาโทษได้ แต่หากกรณีต้องการต่อสู้ทางคดี อย่าลืมว่ามีผู้เสียหายที่รวมตัวกันกว่า 800 ยูสเซอร์แล้ว

เบื้องต้นจากกรณีนี้เข้าข้อหาคือ 1. ฉ้อโกงประชาชน 2.พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ทั้ง 2 ข้อหา มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 100,000 บาท และยอมความไม่ได้ และ 3.พระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร การรับบริจาคเงินโดยไม่ขออนุญาต ซึ่งมีความผิดตามกฎหมาย ตนอยากฝากเตือนหญิงสาวที่ป่วยมะเร็ง คนที่ร่วมบริจาคเขาคิดเพียงนิดเดียว และคิดนิดเดียวหากจะไปแจ้งความ ตนอยากเตือนให้ออกมาชี้แจงให้ชัดเจน และขอโทษผู้ที่ร่วมบริจาคด้วย

หมายเหตุ : เบลอหน้าผู้เสียหายด้วยครับ