ตำรวจสอบสวนกลาง ดักสกัดจับขบวนการลักลอบขนยานรก 2 เครือข่าย ยึดของกลางยาบ้า 5,400,000 เม็ด มูลค่ารวมกว่า 150 ล้านบาท
ตำรวจสอบสวนกลาง ดักสกัดจับขบวนการลักลอบขนยานรก 2 เครือข่าย ยึดของกลางยาบ้า 5,400,000 เม็ด มูลค่ารวมกว่า 150 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 พ.ย. ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. พ.ต.อ.จรุงศักดิ์ จำรูญ ผกก.4 บก.ทล. พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย ผกก.5 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลจับกุมผู้ต้องหาขบวนการยาเสพติดจำนวน 2 คดี โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวมจำนวน 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้ารวม 5,400,000 เม็ด พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า โดยคดีแรก ตำรวจ กก.5 บก.ป. จับกุม นายวิทยา หรือเล็ก อายุ 46 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 5 ล้านเม็ด มูลค่า 150 ล้านบาท โดยจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนพระรามสองฝั่งขาออก ย่านต.นาโคก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจได้จับกุมขบวนการลักลอบขนยาเสพติด จำนวน 2 ราย พร้อมตรวจยึดยาบ้า 13 ล้านเม็ด ขณะกำลังขนลำเลียงในพื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนทราบว่าทำเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ตั้งแต่กลุ่มผู้สั่งการ ,กลุ่มขนลำเลียงลงมาจากภาคเหนือ ,กลุ่มจัดหา เช่า หรือคนดูแลโกดัง ,กลุ่มลำเลียงจากโกดังไปส่งภาคใต้ จึงขยายผลต่อเนื่องเรื่อยมา กระทั่งทราบว่า เครือข่ายดังกล่าวเตรียมจะมีการขนลำเลียงยาเวพติดล็อตใหญ่อีกครั้ง โดยใช้นายวิทยา ผู้ต้องหารายนี้มาทำหน้าที่ขับรถแทนผู้ต้องหาสองคนแรกที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางต่างๆจนนำมาสู่การสกัดจับกุมตัวได้พร้อมยาบ้าของกลาง 5 ล้านเม็ดดังกล่าว ทั้งนี้สอบสวน นายวิทยา ให้การรับสารภาพว่ารับจ้างขนยาบ้ามาแล้ว 6 ครั้ง ตั้งแต่ช่วงเดือนตุลาคม 2567 ถึงปัจจุบัน ได้ค่าจ้างครั้งละ 150,000 บาท ถึง 200,000 บาท ขึ้นอยู่กับปริมาณยาบ้าที่ลำเลียงไปส่งให้เครือข่ายพื้นที่ภาคใต้ เบื้องต้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีที่สอง ตำรวจ กก.4 บก.ทล. จับกุม นายอภิชาติ อายุ 47 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 4 แสนเม็ด โดยจับกุมได้ที่ ริมทางหลวงหมายเลข 2022 สุมเส้า-บ้านดุง ช่วง กม.33-34 ต.สุมเส้า อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี สืบเนื่องจากได้รับแจ้งเบาะแสว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ จ.หนองคาย ไปส่งให้กับผู้ค้ายาเสพติด ในเขตพื้นที่ภาคอีสานตอนในและพื้นที่ใกล้เคียง จึงจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทางต่างๆ ก่อนพบ นายอภิชาติ ขับรถยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ขับผ่านมาในพื้นที่ อ.เมือง จ.อุดรธานี ในลักษณะท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย จึงส่งสัญญาณไฟเรียกให้หยุดรถ แต่นายอภิชาติ กลับพยายามเร่งเครื่องหลบหนี จึงขับรถไล่ติดตาม กระทั่งเมื่อเข้าสู่พื้นที่ อ.บ้านดุง รถของนายอภิชาติ เกิดเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงสามารถเข้าตรวจสอบภายในรถได้ ก่อนพบ ยาบ้าจำนวน 4 แสนเม็ด จึงทำการจับกุมตัว นายอภิชาติ พร้อมตรวจยึดยาบ้าทั้งหมดไว้เป็นของกลาง



