วันจันทร์, มิถุนายน 22, 2026
ในประเทศ

ตำรวจสระบุรีจับทีมลำเลียงยาเสพติด”บังซุบ บึงกุ่ม” ได้ยาบ้า 5.52 ล้านเม็ด มูลค่า 167 ล้านบาท


ตำรวจสระบุรีจับทีมลำเลียงยาเสพติด”บังซุบ บึงกุ่ม” ได้ยาบ้า 5.52 ล้านเม็ด มูลค่า 167 ล้านบาท วันที่11 พ.ย. 67 เวลา11.30 น. ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค1 ถ.วิภาวดี รังสิต กทม.พล.ต.ต.ศิลปคมณ์ เอี่ยมวงศ์ รรท.ผบช.ภ.1. พล.ต.ต.นราเดช ทิพย์รักษ์ รอง ผบช.ภ.1และ พล.ต.ต.ชยานนท์ มีสติ รอง ผบช.ภ.1พล.ต.ต.ธรรมนูญ เขาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จ.สระบุรี ร่วมแถลงการจับกุมเครือข่ายทีมลำเลียงยาเสพติด”บังซุบ บึงกุ่ม”ยึกยาบ้า 5,520,000เม็ด มูลค้า167,000,000 บาท ทั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนขยายผล จากการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ และ ทีมลำเลียงยาเสพติดได้หลายคดี ทำให้ทราบว่านายภูชิตหรือบังซุบ มีภูมิลำเนาอยู่บริเวณเขตบึงกุ่ม กทม. มีพฤติการณ์เป็นผู้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากมาส่งมอบให้กับกลุ่มผู้รับในพื้นที่ชั้นในของประเทศไทย โดยใช้รถยนต์ กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ เป็นยานพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและได้รับคำสั่งให้บูรณาการ กำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบสวนติดตามจับกุมนายภูษิตา ต่อมาเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 67 จากการสืบสวนทราบว่านายภูษิตฯ ได้ใช้รถยนต์กระบะลำเลียงยาเสพติด ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร เดินทางไปลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้ามาพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้เส้นทางถนนหมายเลข 2089 มวกเหล็ก – อำนารายณ์ มุ่งหน้า จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่จึงได้กระจายกำลังเพื่อคอยจับกุม จนกระทั่งเวลาประมาณ 20.00 น. ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที พบรถยนต์กระบะที่ใช้ในการลำเลียงยาเสพติด ขับผ่านมาถึงบริเวณถนนสุดบรรทัด ม.4 ต.บ้านป่า อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จึงได้ทำการสกัดรถที่ใช้ลำเลียงยาเสพติดให้หยุดแล้วแสดงตัวเข้าทำการตรวจสอบ โดยสามารถจับกุมนายภูษิตหรือบังทุบ อายุ 47 ปี มีภูมิลำเนาอยู่บริเวณเขตบึงกุ่ม กทม. ทำหน้าที่ผู้ขับรถยนต์กระบะลำเสียงยาเสพติด ค้นในรถพบยาบ้า 5,520,000เม็ด ซุกซ่อนภายในห้องโดยสารของรถยนต์ กระบะที่ถูกจับกุม นายนายภูษิตหรือบังทุบ ยอมรับว่าได้รับการว่าจ้างให้ขนยาดังกล่าวเป็นจำนวนเงิน30,000บาทและกระทำเป็นครั้งแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้ ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่ม ประชาชน และทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป หลังจากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป การจับกุมในครั้งนี้เป็นความสำเร็จจากแผนปฏิบัติการปราบปรามและสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดสู่พื้นที่ชั้นใน ของประเทศ โดยสามารถยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยาเสพติดของกลาง หากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 167,000,000 บาท และเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป.