วันเสาร์, มิถุนายน 13, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี​ หนุ่มโคราช​พกเงิน​ติดตัวที่เหลือ​ 2 พันบาท​ เดินทางเข้าร้องมูลนิธิดัง หลังถูกตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่​เก็บส่วยร้านเหล้า​จนหมดตัว​

นนทบุรี​ หนุ่มโคราช​พกเงิน​ติดตัวที่เหลือ​ 2 พันบาท​ เดินทางเข้าร้องมูลนิธิดัง หลังถูกตำรวจและฝ่ายปกครองในพื้นที่​เก็บส่วยร้านเหล้า​จนหมดตัว​ เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 67 ที่มูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคมถนนแจ้งวัฒนะ ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายเบิ้ม (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี นำเอกสารหลักฐานต่างๆ เข้าร้องเรียนกับนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิฯ , ว่าที่ร้อยตรีรภัสสิทธิ์ ภัทรสิริชัยสิน รองประธานมูลนิธิฯ เพื่อขอให้ช่วยเหลือหลังเปิดร้านอาหารกึ่งร้านเหล้าแล้วถูกหน่วยงานในท้องถิ่นเก็บส่วยอยู่เป็นประจำ โดยมีแชทการพูดคุยกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง​เรื่องการจ่ายเงิน​ และสลิปการโอนเงิน​ให้กับบัญชีม้า​ มีรายชื่อ​ 3 คน​ โดยมีการโอนเงิน​ ตั้งแต่เดือนตุลาคม​ 65 ถึง​ เดือน​เมษายน​ 67 โดยมีการโอนตั้งแต่​ 30,000 บาท​ 15,000 บาท​ และ​ 5,000 บาท​ ในทุกๆเดือนๆ​ จนหมดตัว นอกจากนี้ยังมีคลิปเสียงพูดคุยกันระหว่าง​ แม่ผู้เสียหาย​ และบัญชีม้าเพื่อเรียกเก็บเงิน​ โดยในคลิปเสียง​นี้​แม่ผู้เสียหายจะขอชะลอการเงิน​ ส่วนปลายสายก็บอกว่านายให้มาทวงถาม​ โดย นายเบิ้ม (นามสมมุติ​) เดินทางจากจังหวัดนครราชสีมา เข้าร้องมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม​ โดยเปิดเผยว่า​ ตนเปิดร้านอาหารกึ่งร้านเหล้า​ มีการเล่นดนตรีสด​ ก่อนเปิดได้ไปขอใบอนุญาตประกอบกิจการ​กับทาง​อำเภอและจังหวัด​ แต่ทั้ง 2 หน่วยงานแจ้งว่าเปิดได้เลยไม่ต้องขอ แต่เมื่อเปิดกิจการ​ เริ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจ​ 2 ชุด​ และฝ่ายปกครอง​ 1 ชุด​ ลงพื้นที่มาเก็บส่วยอยู่เป็นประจำ​ โดยใช้อุบายว่าตนไม่​มีใบอนุญาต​ พอไม่จ่ายก็จับไปที่สถานีตำรวจบอกว่าจะดำเนินคดี สุดท้ายเพื่อความอยู่รอด​ ตนก็ต้องไปจ่ายเงินส่วยเพื่อให้ตัวเองออกมาทำธุรกิจได้​ ซึ่งเดือนๆหนึ่งจะถูกเก็บส่วย​ประมาณ​ 3 รอบ​ จาก​ 3 ทีม​ 30,000 บาท 15,000 บาท และ 5,000 บาท แล้วจะสังเกตว่าแต่ละเดือนลูกน้องจะเอาบิลมาให้ดู​ ซึ่งก็มีค่าเหล้า​ที่ตำรวจมาเอาไปกินฟรีด้วย​ เดือนละประมาณ 2-3 ขวด​ ขวดละประมาณ 300-400 บาท แล้วแต่ยี่ห้อ จนธุรกิจเจ๊ง​ ต้องหยุดเปิดร้านเพราะไม่มีเงินจ่ายส่วย​ วันนี้ตนเอง​และครอบครัวเหลือเงินติดตัว​ 2​,000 บาท เดินทางจากจังหวัดนครราชสีมาเพื่อมาหาทนายรณรงค์​ให้ช่วยเหลือตน​ โดยตนเอง ยอมที่จะถูกดำเนินคดีที่ส่งส่วยให้กับตำรวจ​ แต่ก็อยากเปิดโปงเรื่องนี้​ เพราะตนไม่เหลืออะไรแล้ว​ ​ ทนายรณณรงค์ กล่าวว่า​ จากข้อมูลหลักฐานจากแชทและคลิปเสียงค่อนข้างชัดเจน ว่าเป็นการเรียกรับเงินโดยไม่สุจริต​จริง​ และไม่ใช่แค่เจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่นั้นๆด้วย โดยมูลนิธิจะพาผู้เสียหายไปร้องกองปราบ​ฯ เพื่อตรวจสอบหลักฐาน​และดำเนินคดีกับกลุ่มคนมีสีที่ผู้เสียหายกล่าวอ้างต่อไป​ แต่ผู้เสียหายเอง​อาจจะต้องถูกดำเนินคดีด้วยเช่นกัน​ เพราะถือว่าผิด​ ส่งส่วยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ

ปิดโหมดสีเทา