นนทบุรี วงจรปิด มิจฉาชีพใจบาปโกงแม่ค้าชราป่วยรูมาตอยด์ เสียทั้งเงินเสียทั้งของ
นนทบุรี วงจรปิด มิจฉาชีพ
ใจบาปโกงแม่ค้าชราป่วยรูมาตอยด์ เสียทั้งเงินเสียทั้งของ
จากกรณีมีผู้ใช้เฟชบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความ ในเพจ Facebook ข่าวสารคนไทรน้อย_ นนทบุรีระบุข้อความว่า ” ขออนุญาตแอดมิน แจ้งข่าวมิจฉาชีพหน่อยนะคะ/ พอดีแม่ดิชั้นขายของอยู่ที่ตลาดเอเชียโฮมเป็นตลาดเช้า วันนี้มีมิจฉาชีพทำทีมาซื้อของที่ร้านแต่มิได้จ่ายเงิน เป้าหมายคือหาร้านที่คนขายเป็นคนแก่ ไม่รู้เรื่องเทคโนโลยี มิจทำทีมาซื้อของแล้วบอกว่าจะโอนจ่ายเงินค่าของให้ แต่จะโอนเกินให้ แล้วให้แม่เราคืนส่วนที่โอนเกินเป็นเงินสด (คือถ้าเป็นเราก็เอะใจแล้วนะ แต่นี่คนแก่ไง ไม่เคยเจอก็โดนเลยค่ะ) มิจทำเป็นยื่นโทรศัพท์ให้ดูว่าโอนแล้ว ซึ่งแม่เราก็ดูไม่เป็นอีก โดนรอบแรก 7.00 น. มิจมั่นใจแล้วว่าแม่เราหลอกได้ มาอีกรอบ 2 ในวันเดียวกัน ระยะเวลาไม่ห่างกันมาก รอบนี้เอากางเกงไป 3 ตัว แถมยังเล่นลูกเล่นเดิม คือโอนเกิน แล้วให้แม่เราจ่ายคืนไปอีก 300 บาท สรุปโดนมิจหลอกทั้งเงินทั้งของไปร่วม 700 บาท มิจเป็นผู้หญิงวัยรุ่น ขอแจ้งไว้นะคะถ้าผ่านมาเห็น ที่ตลาดมีกล้องวงจรปิด ร้านเราอยู่ใกล้เซเว่นก็มีกล้อง ถ้าเปิดดูต้องรู้รูปพรรสันฐานอย่างแน่นอน และดิชั้นจะทำความแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจแน่นอน อย่าหาทำนะคะ ทำมาค้าขายทุกวันนี้ก็ลำบากอยู่แล้ว ยังจะต้องมาเจออะไรแบบนี้อีก “
ล่าสุดวันที่ 4 ก.ย.67 ทีมข่าวลงพื้นที่จุดเกิดเหตุ ตลาดเอเชียโฮม ได้ภาพจากกล้องวงจรปิด – 08.33 น.(03-09-67) เป็นวินาทีที่ผู้ก่อเหตุ สวมเสื้อลายสีน้ำตาลดำ กางเกงขาสั้นสีขาว รองเท้า แตะสีขาว รูปร่างผอม ผิวสองสี สวมใส่หน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า เดินเข้ามาที่ร้าน เพื่อทำทีซื้อของ โดยในมุมนี้จะเห็นคุณยายสวมเสื้อสีขาวเดินอยู่ภายในร้าน
- 08.42 น.( 03-09-67)
มุมนี้สังเกตเห็นว่าผู้ก่อเหตุ เดินออกจากร้านของคุณยาย โดยถือถุงใส่ของ เต็มไม้เต็มมือ และเดินออกไปอย่างเร็ว และสังเกตเห็นว่าตอนเดินออก หน้ากากอนามัยได้หลุดออกจากใบหน้าพอดีด้วย
ทีมข่าวลงพื้นที่ไปที่ตลาดที่เกิดเหตุปรากฏว่าคุณยายปิดร้านจึงได้ตามไปหาคุณยายที่บ้านพัก ได้พูดคุยเปิดใจกับคุณยายสมศรี ภัทรเกียรติสกุล อายุ 69 ปี ตอนที่ทีมข่าวเห็นคุณยายรู้สึกตกใจมากเพราะคุณยายมีรูปร่างผอม พอสอบถามยายก็บอกว่ายายป่วยเป็นโรครูมาตอยด์ ที่มือจะหงิกงอไปหมด คุณยายก็บอกว่าคุณยายเพิ่งมาป่วยตอนอายุมาก ถึงแม้จะป่วย แต่ก็ยังอยากทำมาค้าขาย ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ และก็รู้ว่าสมัยนี้ส่วนใหญ่ เขาจ่ายเงินกัน โดยการสแกน ยายก็ มี QR Code ให้กับลูกค้าสแกนเงินเข้าไปแต่เวลาสแกนเข้าไปแล้วเงินจะไปเข้าที่ลูกสาวแต่หลักๆแล้วยายจะรับเป็นเงินสดมากกว่า ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงสาวคนดังกล่าว คนที่เห็นในวงจรปิดมาซื้อของที่ร้าน รอบแรก มาซื้อ หน้ากากอนามัย 1 ห่อ กับกางเกง 1 ตัว รวมราคา 110 บาท เพราะจะจ่ายเงินก็บอกกับยายว่า เดี๋ยวหนูขอโอนเงิน แต่ขอโอนเกิน เป็น 200 บาท แล้วยายทอนให้ 90 บาท จากนั้นหญิงสาวก็ได้เอาสลิปโอนเงินให้ยายดูยายก็ได้จ่ายเงิน 90 บาทให้กับเขาไป ไม่นานเขาก็เดินมาอีก ครั้งที่ 2 มาซื้อกางเกง 2ตัวราคา 200 บาท แล้วบอกกับยายว่าเดี๋ยวหนูโอนเงินให้ 500 บาทแล้วให้ยายทอนให้หนู 300 บาทแล้วเขาก็เอาสลิปโอนเงินให้ดู ยายก็จ่ายเงินให้เขาไป 300 บาท
หลังจากนั้นพอกลับมาที่บ้าน ถามลูกสาวว่ามีลูกค้าโอนเงินให้ รวมแล้ว 700 บาทหรือไม่ปรากฏว่าลูกสาวบอกว่าไม่มีเลย ทีนี้ลูกสาวก็เลยบอกว่าเป็นกลโกงของมิจฉาชีพ แน่นอนพอมาดูภาพจากกล้องวงจรปิด ก็เห็นพฤติการณ์ ของคนก่อเหตุชัดเจนเลย ซึ่งก็มีพ่อค้าแม่ค้าที่อยู่ในละแวกพอเห็นภาพผู้หญิงคนนี้ก็บอกว่าเคยโดนเช่นกัน
ซึ่งล่าสุดคุณยายได้ไปแจ้งความที่สภ.ไทรน้อย เป็นที่เรียบร้อย และยังบอกกับทีมข่าวอีกว่า จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดบอกเลยว่าแค้นมาก คนก่อเหตุไม่มีสำนึกเลยมาก่อเหตุกับยาย อายุ 69 ปี ยังพยายามที่จะทำมาหากิน เลี้ยงตัวเอง แต่คนก่อเหตุ ยังสาวยังแซ่ หาเงินได้สบายกว่ายาเยอะเลยแต่ทำไมถึงมาทำกับยายแบบนี้ ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีแบบนี้ด้วย ได้ทั้งเงินได้ทั้งของไป สำหรับเหตุการณ์นี้ก็อยากให้ตำรวจจับคนร้ายให้ได้ ไม่อยากให้ไปก่อเหตุแบบนี้กับใครอีก
ทีมข่าวยังได้พูดคุย กับนางอำไพ แย้มทรัพย์ เจ้าของร้านโจ๊กเจ๊ดาว ซึ่งทีมข่าวได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดให้กับนางอำไพดู ปรากฏว่านางอำไพบอก ตนเองก็โดนเหมือนกันวันเดียวกันกับที่คุณยายสมศรีโดนเลย แต่โชคดีที่ตนรู้ทัน เพราะว่าผู้หญิงคนนี้ เวลามาซื้อของ มักจะไม่มีเงินแล้วก็ใช้มุกเดิมๆคือบอกว่าเดี๋ยวจะไปกดเงินมาให้แล้วก็หายไป ครั้งล่าสุดวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ก็มาซื้อโจ๊ก 2 ถุง ทำท่าทางจะโอนเงิน จากนั้นก็บอกว่าเดี๋ยวไปกดเงินดีกว่า ตนก็เลยบอกว่าให้ไปกดเงินเดี๋ยวเอาโจ๊กวางไว้ที่ร้านของตัวเองก่อน หญิงสาวคนดังกล่าวจึงเดินไปเลย แล้วก็ไม่ได้เดินกลับมาซื้อโจ๊กตามที่พูดด้วย ซึ่งหญิงสาวคนนี้ไม่ได้อยู่แถวนี้แต่จะชอบมาที่ตลาดนี้ ประมาณเดือนละ 1 ครั้งถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วย ควบคุมตัว ไปดำเนินคดีไม่เช่นนั้นก็ตระเวนก่อเหตุไปทั่ว




