ตํารวจ ปคบ.ร่วม สบส., สสจ.พังงา รวบแพทย์แผนจีนเถื่อนคาบ้านพัก เจาะเลือด ฝังเข็มรักษาประชาชน
ตํารวจ ปคบ.ร่วม สบส., สสจ.พังงา รวบแพทย์แผนจีนเถื่อนคาบ้านพัก เจาะเลือด ฝังเข็มรักษาประชาชน วันที่ 28 สิงหาคม 2567 กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก., พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย, พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ, พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก, เจ้าหน้าที่ตํารวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.ปัญญา กล้าประเสริฐ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ., กรมสนับสนุน บริการสุขภาพ โดย นพ.สุระ วิเศษศักดิ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดี กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และ สาธารณสุขจังหวัดพังงา โดย นพ.ชวนนท์ อิ่มอาบ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด พังงา ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแพทย์แผนจีนเถื่อน ในพื้นที่ จ.พังงา ทําการฝังเข็ม เจาะเลือดรักษาโรคให้ ประชาชน สืบเนื่องจากกองกํากับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน และกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) ให้ตรวจสอบกรณีมีประชาชนรับบริการ ฝังเข็มจากบุคคลที่สงสัยว่าไม่ใช่แพทย์แผนจีน และไม่มีใบประกอบโรคศิลปะ ในพื้นที่ ต.บางเตย อ.เมืองพังงา โดยมีการรักษาให้ประชาชนด้วยวิธีการฝังเข็ม และใช้เข็มฉีดยาเจาะผิวหนังเพื่อปล่อยเลือดออกจากร่างกาย โดย มีประชาชนในพื้นที่ จ.พังงา และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงเดินทางเข้ามารับการรักษาจํานวนมาก และผู้รับบริการ หลายรายได้รับผลข้างเคียงจากการปล่อยเลือด คือ มีอาการใจสั่น ภาวะโลหิตจาง และอาการเจ็บปวด บวมช้ํา บริเวณที่เจาะเลือด นอกจากนี้ยังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ จ.พังงา ว่า พบขยะติดเชื้อส่งกลิ่นเหม็นในพื้นที่ สาธารณะ เช่น ปลอกใส่เข็มฉีดยา ถุงมือเปื้อนเลือด สําลี และกระดาษชําระเปื้อนคราบเลือดเป็นจํานวนมาก อาจ ทําให้ประชาชนในพื้นที่ ได้รับผลกระทบด้านสุขอนามัย และเกิดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากขยะดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.4.บก.ปคบ. จึงได้ลงพื้นที่ทําการสืบสวนพบว่า มีบุคคลมีพฤติกรรมเปิดบ้านพักเป็น สถานที่รักษาโรคให้กับประชาชนทั่วไป และมีประชาชนหลายคนนั่งรอรับการตรวจรักษา ในพื้นที่ ต.บางเตย จ.พังงา จริง โดยในวันที่ 13 สิงหาคม 2567 เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุน บริการสุขภาพ (สบส.) และพนักงานเจ้าหน้าที่สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดพังงา(สสจ.พังงา) เข้าตรวจสอบ บ้านพัก อาศัยในพื้นที่ ต.บางเตย อ.เมืองพังงา จ.พังงา โดยขณะเข้าตรวจสอบ พบ นายอาหยิง (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี กําลังทําการรักษาโรคให้ประชาชนด้วยวิธีการฝังเข็ม และใช้เข็มฉีดยาเจาะบริเวณข้อพับขาทั้งสองข้างของ ประชาชนเพื่อระบายเลือดโดยไม่สวมถุงมือป้องกันเชื้อโรคและสิ่งสกปรกแต่อย่างใด เมื่อเจ้าหน้าที่ทําการตรวจสอบ พบว่า บ้านหลังดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดําเนินการสถานพยาบาล อีกทั้งผู้ทํา การตรวจรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม และใบอนุญาตการประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์ แผนจีนแต่อย่างใด โดยนาย อาหยิงฯ กล่าวอ้างว่าตนมีความรู้เรื่องการรักษาแพทย์แผนจีนจากการสืบทอดความรู้จากบรรพ บุรุษ ซึ่งตนเป็นรุ่นที่ 3 โดยทํามาแล้วประมาณ 4 ปี เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงได้ร่วมกันจับกุม นาย อาหยิงฯ พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ หัวเข็มฉีดยาหลายขนาด (ใช้สําหรับเจาะเลือด) จํานวน 445 ชิ้น, เข็มฉีดยา(สําหรับใช้ในการฝังเข็ม) จํานวน 1 กล่อง, แอลกอฮอล์สําหรับ ล้างแผล จํานวน 2 ขวด, ชุดทําความสะอาด จํานวน 1 ชุด, และขยะติดเชื้อเปื้อนคราบเลือดหลังทําหัตถการกับ ผู้ใช้บริการจํานวน2ถงุ ส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมืองพังงาดําเนินคดี เบื้องต้นการกระทําดังกล่าวมีความผิดตาม 1. พ.ร.บ.ประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 ฐาน “ประกอบโรคศิลปะ สาขาการแพทย์แผนจีน โดยไม่ได้ขึ้น ทะเบียนและรับใบอนุญาต” ระวางโทษ จําคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ 2. พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และดําเนิน กิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจํา ทั้งปรับ 3. พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียน และไม่ได้รับ อนุญาต” ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กล่าวว่า การรับบริการ ทางการแพทย์จากคลินิกเถื่อน หรือหมอเถื่อน ย่อมมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ ร่างกาย อย่างการ เสริมความงามก็มีสิทธิที่จะเกิดอาการอักเสบ ติดเชื้อจากบริการท่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งในบางรายก็เกิดผลกระทบที่ รุนแรงถึงขั้นพิการ ตาบอดสนิทหรือเสียชีวิต ดังนั้น ผู้รับบริการจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ไม่ด่วนตัดสินใจเลือกรับ บริการเพียงด้วยคําบอกเล่าปากต่อปากว่าดี หรือราคาที่ถูกกว่า โดยจะต้องเลือกรับบริการจากสถานพยาบาล และ แพทย์ที่ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ซึ่งสามารถตรวจสอบได้จากหลักฐานที่สถานพยาบาลจะต้อง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ณ จุดบริการ ได้แก่ 1) มีการแสดงป้ายชื่อสถานพยาบาล ซึ่งแสดงเลขที่ใบอนุญาต 11 หลัก 2) มีการแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล 3) มีการแสดงใบอนุญาตให้ดําเนินการ สถานพยาบาล และ 4) มีการแสดงหลักฐานของแพทย์ที่ให้บริการ โดยมี ชื่อ-นามสกุล และภาพถ่ายที่หน้าห้อง ตรวจ อีกทั้ง เพื่อความมั่นใจควรตรวจสอบชื่อสถานพยาบาลกับเว็บไซต์กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ (www.mrd-hss.moph.go.th) พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคบ. กล่าวฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนว่า ควรศึกษาข้อมูล และขั้นตอนการรักษาโรคให้ดีก่อนที่จะเข้ารับบริการ การตรวจรักษาโรคต้องกระทําโดยผู้มีใบประกอบวิชาชีพเวช กรรม เนื่องจากการกระทําหัตถการกระทํากับร่างกายโดยตรง วิธีการที่จะต้องใช้ผู้มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ควร ตรวจสอบสถานพยาบาล ผู้ทําการตรวจรักษา หรือแพทย์ที่ทําการรักษาว่าได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ และแจ้งเตือน ไปยังผู้ที่ลักลอบกระทําความผิด ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่สวมรอยเป็นหมอ, หมอเถื่อน คลินิกเถื่อน หรือกลุ่มบุคคลที่อาศัย ความหวาดกลัวต่อโรคร้ายของประชาชนมาเป็นเครื่องมือในการหลอกลวง ให้หยุดพฤติการณ์ดังกล่าวทันที เพราะ เจ้าหน้าที่ตํารวจจะดําเนินการจับกุมอย่างต่อเนื่อง หากตรวจพบจะดําเนินคดีโดยเด็ดขาด พี่น้องประชาชนสามารถ แจ้งข้อมูลได้ที่ สายด่วน บก.ปคบ.1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค “ “ผู้ต้องหาหรือจําเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคําพพิ ากษาถึงที่สุด”




