วันอาทิตย์, มิถุนายน 14, 2026
Latest:
ในประเทศ

“ดร.หิมาลัย” ค้านข้อเขียนพาดพิงโรงเรียนสวนกุหลาบ มีการแบ่งชนชั้น กีดกันทางสังคม ยันเป็นเรื่องในอดีต เทียบบริบทในปัจจุบันไม่ได้เลย แนะทบทวนข้อเขียนที่ขาดมุมมองที่รอบด้าน

“ดร.หิมาลัย” ค้านข้อเขียนพาดพิงโรงเรียนสวนกุหลาบ มีการแบ่งชนชั้น กีดกันทางสังคม ยันเป็นเรื่องในอดีต เทียบบริบทในปัจจุบันไม่ได้เลย แนะทบทวนข้อเขียนที่ขาดมุมมองที่รอบด้าน

ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว ด้วยข้อความ แนะทบทวนข้อเขียนที่ขาดมุมมองที่รอบด้าน โดยระบุว่า

ผมไม่รู้ว่าคุณ Kanit เป็นใคร แต่ผมอยากจะขอค้านข้อเขียนนี้ (https://www.facebook.com/share/p/kV8iEbbRWbjdqmqJ/?mibextid=oFDknk)

ในฐานะที่ผมเป็นศิษย์เก่าสวนกุหลาบคนหนึ่ง การใช้มุมมองของสังคมปัจจุบัน ไปตัดสินสังคมในอดีต เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เพราะในปัจจุบัน วัฒนธรรม แนวความคิด ไลฟ์สไตล์ ของการดำรงชีวิต ของคนย่อมไม่เหมือนกัน

การที่คุณคิดของคุณ ในมุมของคุณ แล้วมาด้อยค่า พระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระปิยะมหาราช ผู้มีพระมหากรุณาธิคุณต่อประเทศนี้ ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะ กับโรงเรียนสวนกุหลาบ วิทยาลัย อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเรา วัฒนธรรมของโรงเรียนเรานั้น ฝั่งรากลึกมาช้านาน เวลาอยู่ในโรงเรียน ลูกพระยาหรือลูกชาวบ้าน ก็โดนครูตีเหมือนกัน ครูที่นี่ไม่เคยแบ่งแยกศิษย์

ศิษย์เก่าสวนกุหลาบ มีหลากหลายวงการ ที่เป็นนักการเมือง ก็มีทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล มีทั้งหัวก้าวหน้า และฝั่งอนุรักษ์นิยม ก็เป็นวิถีของแต่ละคน เป็นอิสระในทางความคิด และอุดมการณ์ของแต่ละคน สิ่งเหล่านี้คือความหลากหลายที่เราได้รับและอยู่รวมกันบนความเห็นต่าง ตั้งแต่สมัยอยู่ในรั้วโรงเรียน

การเมืองจะเป็นเช่นไร ก็คงเป็นสิทธิของแต่ละคน แต่ข้อเขียนแบบนี้ บางทีอยากจะถามกลับว่า คุณศึกษาดีแล้วหรือ เข้าใจบริบทสังคมในสมัยนั้นดีแล้วหรือ และที่สำคัญ ลองถามตัวเองบ้างดีไหม ว่าได้ทำประโยชน์อะไรให้กับประเทศชาติบ้าง ส่วนเสด็จพ่อ ร.5 นั้น คุณไม่มีข้อมูลเลยหรือว่าท่านมีคุณูปการกับการศึกษาและประเทศนี้อย่างไร

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก ผู้ใช้ เฟสบุ๊ก ในนาม Kanit Viseshasinha ได้โพสต์ ข้อความ ระบุว่า
ชนชั้นนำไทยหวงมากกับการที่มีคนพยายามเข้ามาในระบบการศึกษาที่ตัวเองสร้างขึ้นมาหรือเมื่อตนมีส่วนร่วมในสถาบันการศึกษานั้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งมหาวิทยาลัยหรือแม้แต่โรงเรียนก็ตาม การกีดกันคนอื่นด้วยมุมมองวรรณะและการศึกษาจึงยังคงมีอยู่ในสังคมไทยบ้าง รัชกาลที่ 5 เองก็ยังเห็นว่าคนเก่งสองคน ถ้าคนที่เก่งด้วยแล้วดันมีชาติตระกูล ก็ัเลือกคนที่เก่งและมีชาติตระกูลทำงานมากกว่า

ร.ร.สวนกุหลาบ ตอนแรกก็กีดกันคนมาก แต่คนสามัญชนก็ยังทะลักเข้ามาในระบบได้อยู่ดี พอคนทะลักเข้ามามาก ก็เริ่มเก็บเงินค่าเทอมมากเพื่อป้องกันไม่ให้พวกนี้เข้ามา แต่เพราะระบบการศึกษามวลชนที่รัฐจัดนั้นไม่ไปกันกับระบอบชนชั้นที่มีอยู่ นายบุญจากสุพรรณบุรี จึงสามารถเข้ามาเรียนอยู่ที่สวนกุหลาบได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มตั้งโรงเรียนและท้ายที่สุดสามัญชนกลายเป็นคนส่วนใหญ่ของรรสวนกุหลาบไป นี้เป็นเหตุผลหนึ่งของการเกิดขึ้นของสปีชอันโด่งดังของรัชกาลที่ 5 ที่กล่าวว่าจะจัดโรงเรียนให้สามัญชนหรือไพร่เรียน ส่วนหนึ่งเพราะคนสามัญชนทะลักเข้ามาโรงเรียนเจ้าที่จัดมากกว่าที่คาดไว้มาก จึงจำเป็นต้องตั้งโรงเรียนไพร่
.
จุฬาฯก็เหยียดกันเองมานานแล้ว ครั้งหนึ่งในช่วง ต้นทศวรรษ 2470 นิสิตหม่อมคนหนึ่งทะเลาะกับนิสิตเด็กสามัญชนในมหาลัย เรื่องที่หม่อมคนนั้นสามารถเอารถมาเรียนในมหาลัยได้ ทั้งนี้เพราะหม่อมคนนั้นได้รับอภิสิทธิ์จากพระยาภรตเพราะเห็นว่าเป็นเชื้อเจ้าแต่พอเป็นนิสิตสามัญชนก็ไม่ให้นำรถมา ยังรวมถึงความคับแค้นใจที่นิสิตจากต่างจังหวัดมาเรียนที่จุฬาฯแต่กลับไม่มีหอให้อยู่ หอในกลับกลายเป็นที่อยู่ของพวกคนมีเงิน นิสิตคนหนึ่งจากเชียงใหม่จึงต้องอาศัยอยู่วัดแทน ความคับแค้นใจของนิสิตสามัญชนเหล่านี้ก็ระเบิดจนท้ายที่สุดเป็นปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดการรวมตัวกันประท้วงไล่พระยาภรตราชาผู้บัญชาการมหาวิทยาลัย ในเดือนสิงหา 2475
.
ท้ายที่สุดการศึกษาจึงเกี่ยวข้องกับการเมือง ถ้าไม่เปลี่ยนการเมืองก็เปลี่ยนการศึกษาใด ๆ ไม่ได้

ปิดโหมดสีเทา