‘ญาติน้องคิม’ร้องกองปราบเร่งล่ามือปืน หลังหนีฟังคำตัดสิน
‘ญาติน้องคิม’ร้องกองปราบเร่งล่ามือปืน หลังหนีฟังคำตัดสิน
ญาติน้องคิมวัย 14 ปี ร้องตำรวจกองปราบปราม ให้เร่งตามล่าตัวมือปืน ยิงลูกชายเสียชีวิต หลังถูกส่งฟ้องศาล ได้ประกันตัวชั่วคราว สุดท้ายศาลนัดฟังคำพิพากษา แต่กลับไร้เงาผู้ก่อเหตุ
นายเอกสิทธิ์ ศรีสังข์ ทนายความ ได้พานางสาววันวิสา หร่ายสวัสดิ์ อายุ 40 ปี ป้าของเด็กชายกีรติ ดีเลิศ หรือน้องคิม อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จังหวัดนครราชสีมา ผู้เสียชีวิต เดินทางมาร้องขอให้ตำรวจกองปราบปราม เร่งตามล่าตัวนายเอกลักษณ์ ตวยทองหลาง หรืออาร์ อายุ 25 ปี มือปืนที่ยิงลูกชายเสียชีวิตมาดำเนินคดี หลังจากหนีประกันตัว ไม่มาฟังคำพิพากษาตามนัดศาล
โดยนางสาววันวิสา เล่าว่า เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2566 หลานชายได้โทรศัพท์มาขออนุญาตน้องสาว ซึ่งเป็นของน้องว่าจะออกไปเที่ยวกับเพื่อนซึ่งเป็นเด็กในหมู่บ้าน ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับใคร แม่ของน้องจึงอนุญาต จนกระทั่งเมื่อช่วงกลางดึกมาทราบข่าวว่าน้องถูกยิงเสียชีวิต ต่อมา ตำรวจ สภ.พิมาย ตามจับตัวผู้ก่อเหตุได้ คือ นายเอกลักษณ์ พร้อมปืนที่ใช้ก่อเหตุ โดยผู้ต้องหา รับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุยิงกลุ่มของผู้ตายจริง โดยอ้างว่ากลุ่มของผู้ตายได้ขว้างขวดมาริมถนนหน้าศาลแขวงพิมายเก่า ซึ่งผู้ก่อเหตุจอดรถอยู่ จึงใช้ปืนที่พกติดตัวมายิงสวนไป โดยไม่คิดว่าจะไปถูกใครจนถึงขั้นเสียชีวิต เบื้องต้น ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ต่อมาตำรวจ สภ.พิมาย ได้ส่งตัวนายเอกลักษณ์ ฟ้องศาลจังหวัดพิมาย ในข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น” โดยผู้ต้องหาได้ยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวเป็นเงินสด 3 แสนบาท ก่อนรับการปล่อยตัวชั่วคราว จนกระทั่งศาลนัดฟังคำพิพากษา เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 แต่ผู้ต้องหาไม่มาตามศาลนัด โดยส่งให้ทนายความมาขอเลื่อน ศาลจึงได้นัดฟังคำพิพากษาอีกครั้ง ในวันที่ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหา ไม่มาตามนัดศาล ก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษาลับหลัง สั่งให้จำคุก 7 ปี 4 เดือน และชดเชยค่าเสียหายแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นเงิน 2 ล้าน 3 แสนบาท
ที่ผ่านมา นายเอกลักษณ์ ไม่เคยออกมาแสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงพ่อแม่ของผู้ต้องหาด้วย เพราะตั้งแต่เกิดเหตุก็ไม่ได้ติดต่อพูดคุย และไม่เดินทางมาขอขมาศพหลานชาย รวมถึงไม่มีการช่วยเหลือเรื่องค่าทำศพแต่อย่างใด ทุกวันนี้รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยังทำใจไม่ได้ ซึ่งน้องเป็นเด็กเรียนดีได้เกรดเฉลี่ย 3.68 มีความพยายามจนสอบเข้าโรงเรียนประจำจังหวัดได้ จึงอยากให้ตำรวจเร่งติดตามจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว ที่สำคัญอยากให้พ่อแม่ และผู้ก่อเหตุได้สำนึกผิดกับเหตุการณ์ที่กระทำลงไป และอยากให้รับรู้ถึงความรู้สึกของการสูญเสีย จึงอยากให้คนร้ายได้รับกรรมที่ก่อขึ้น ไม่ใช่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายอย่างเช่นทุกวันนี้
ทั้งนี้ นายเอกสิทธิ์ ศรีสังข์ ทนายความ กล่าวว่า ญาติของผู้เสียชีวิตได้ร้องเรียนมายังเพจ “ที่พึ่งล่าความอยุติธรรม” ตนเองจึงได้รับเรื่องร้องเรียน และพามาร้องของความช่วยเหลือจากตำรวจกองปราบปราม ให้ช่วยเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี จากข้อมูลที่ได้มาทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีผู้มีอิทธิพลคอยหนุนหลัง และยังใช้ชีวิตสุขสบายอยู่ในพื้นที่ ไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่ทางตำรวจ สภ.พิมาย ไม่ดำเนินการจับกุมตัว จึงต้องมาร้องให้ตำรวจกองปราบปราม จับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เพราะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชน


