วันอาทิตย์, มิถุนายน 14, 2026
ประเด็นข่าว

นนทบุรี วงจรปิด ทำแผน เจ้าของอู่ซ่อมรถจยย.จี้ชิงทรัพย์ลุงแท็กซี่ อ้างปืนลั่น สารภาพ อารมร์ชั่ววูบไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าที่ ต้องกู้หนี้นอกระบบ

นนทบุรี วงจรปิด ทำแผน เจ้าของอู่ซ่อมรถจยย.จี้ชิงทรัพย์ลุงแท็กซี่ อ้างปืนลั่น สารภาพ อารมร์ชั่ววูบไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าที่ ต้องกู้หนี้นอกระบบ จากกรณีวานนี้ที่ผ่านมา พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.ไทรน้อย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสภ.ไทรน้อย ได้ร่วมจับกุมตัวนายวัชรากรณ์ ภักดีผล อายุ 49 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 688/2567 ลงวันที่ 3 ส.ค.67 ในข้อหา ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธปืนโดยขู่เข็นว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์สินนั้น, มีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุอันสมควร,ยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมนุมชน พร้อมของกลาง คือ อาวุธปืนแม็กกาซีนขนาด .45 พร้อมกระสุนปืนจำนวน 6 นัด สืบเนื่องจากนายวัชรากรณ์ ผู้ต้องหารายนี้​ก่อเหตุ​เมื่อวันที่ (1 ส.ค.67) ที่ผ่านมา​ เวลาประมาณ 07.00 น. สภ.ไทรน้อย ได้รับแจ้งเหตุ ชิงทรัพย์ จึงได้เดินทางตรวจสอบ ทราบว่าคนร้ายเป็นชาย 1 คน นั่งโดยสารรถยนต์แท็กซี่สีเขียว- เหลือง หมายเลขทะเบียน 1 มค 8167 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายนิวัตร ชมโคกกรวด เป็นผู้ขับขี่ รับผู้ก่อเหตุมาจากบริเวณหน้าหมู่บ้านพฤกษา 3 ท้องที่เขตบางบัวทอง คนร้ายจะให้ไปส่งผู้สูงอายุและเรียกรถมาหลายคันแล้วไม่มีใครรับคนร้ายผู้เสียหายจึงได้รับขึ้น​ รถแล้วขับรถตรงมาทางแยกไฟแดง อบต.หนองเพรางาย เมื่อขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ คนร้าย บอกให้จอดรถข้างทางได้ชักปืนพกสั้นสีเงิน​แบบลูกโม่ บังคับให้ส่งมอบเงิน ผู้เสียหายตกใจจึงรีบวิ่งหนีและได้ยินเสียงคล้ายเสียงปืนดัง 1 นัด แล้ว คนร้ายได้ขับรถยนต์แท็กซี่ และเงินสดที่อยู่ในรถประมาณ 3,000 บาท หลบหนีไป ผู้เสียหายจึงได้เรียกรถจักรยานยนต์ที่สัญจรไป เพื่อขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ อบต.หนองเพรางาย ได้นำตัวผู้เสียหาย มาส่งสภ.ไทรน้อย เพื่อแจ้งความดำเนินการตามกฎหมาย ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ 8 ส.ค.67 ที่สภ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.ไทรน้อย ได้นำตัวนายวัชรากรณ์ ผู้ต้องหา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทั้งหมด 3 จุด จุดแรก เป็นจุดที่เรียกรถแท็กซี่บริเวณหน้าหมู่บ้านพฤกษา 3 ต.บางคูรัด อ.บางบัวทอง ก่อนจะก่อเหตุจี้ชิงทรัพย์บริเวณถนนอนามัยลิ้มกุล ม.3 ต.หนองเพรางาย อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี จุดที่สอง คือ จุดที่คนร้ายนำรถแท็กซี่ไปทิ้งไว้ ภายในซอยวัดเต็มรัก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และจุดที่สาม ห่างจากจุดที่สองประมาณ 100 เมตร คนร้ายนำกระเป๋าสตางค์ของผู้เสียหายโยนทิ้งลงคูน้ำ วัชรากรณ์ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า มูลเหคุที่ตนได้ก่อเหตุลงไปเพราะตนเป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถจยย. มีปัญหาเรื่องเงินไม่พอจ่ายค่าเช่าอู่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าผ่อนรถจยย. จึงคิดสั้นไปก่อเหตุด้วยอารมณ์ชั่ววูบได้เงินสดไปจำนวน 3,000 บาท ยืนยันว่าไม่ได้ติดการพนัน ตนไม่ได้ตั้งใจที่จะก่อเหตุ ตนต้องการที่จะเอาเงินอย่างเดียว ไม่มีเจตนาจะเอาชีวิต และรถแท็กซี่ ส่วนเรื่องที่มีการใช้อาวุธปืนยิงบนแท็กซี่ สาเเหตุเป็นเพราะปืนลั่น ตนไม่ได้ยิงตนตกใจแล้วปืนหล่นกับพื้นจึงลั่นออกมา สุดท้ายก็อยากขอโทษคุณลุงเจ้าของรถแท็กซี่ว่าตนไม่ได้ตั้งใจเป็นอารมณ์ชั่ววูบจริงๆ พ.ต.อ.เมษนนท์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ส.ค.67 ทางตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกับฝ่ายสืบสวนภาค1 ได้ทำการติดตามตัวไล่กล้องวงจรปิดตามหาคนร้าย จนกระทั่งรู้ตัวคนร้ายแล้วได้มีการออกหมายจับ ซึ่งล่าสุดเมื่อวานที่ผ่านมา ทางผู้ต้องหาได้ติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทางตำรวจจึงทำการจัฃกุมตามหมายจับ จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุถึงมูลเหตุ ให้ความว่า เปิดร้านซ่อมรถจยย. มีปัญหาทางธุกิจ กู้หนี้นอกระบบ หาเงินไม่ทันจึงคิดสั้น จึงนำอาวุธปืนที่เป็นปืนมรดกของบ้าน ไปก่อเหตุโบกแท็กซี่เรียกลงไปที่เปลี่ยว แล้วทำการก่อเหตุ ซึ่งรถซี่ดังกล่าวเป็นรีโมทสตาจ กูญแจอยู่ผู้เสียหาย จึงทำให้ระบบรถขัดข้องไม่สามารถขับต่อได้ ผู้ต้องหาจึงนำรถไปทิ้งไว้ในที่เปลี่ยว จากนั้นลงจากรถนำเงินในกระเป๋าสตาฝค์ผู้เสียหายไปจำนวน 3,000 บาท ก่อนโยนกระเป๋าทิ้งแล้วหลบนีไป ส่วนประเด็นที่มีการใช้อาวุธปืนยิง ทางผู้ต้องหาได้อ้างว่าปืนลั่น ทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ อยู่ระหว่างพิจารณาในการแจ้งข้อหาเพิ่มคดี พยายามฆ่า เนื่องจากทิศทางของลูกกระสุนปืนพุ่งตรงไปบริเวณที่นั่งคนขับ จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาพบว่า เคยถูกดำเนินคดีในข้อหาพกพาอาวุธปืน ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และคดียาเสพติด จ.นนทบุรี

ปิดโหมดสีเทา