วันอาทิตย์, มิถุนายน 21, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี เปิดใจหนุ่มรปภ. รับผิดคบต่อแฟนเพื่อนเคลียร์ใจแล้วไม่เอาความ ขณะพ่อดิวเผย ลูกชายไม่ใช่ขาใหญ่ ขอโทษแทนลูกชาย พร้อมเจรจาที่โรงพัก

นนทบุรี เปิดใจหนุ่มรปภ. รับผิดคบต่อแฟนเพื่อนเคลียร์ใจแล้วไม่เอาความ ขณะพ่อดิวเผย ลูกชายไม่ใช่ขาใหญ่ ขอโทษแทนลูกชาย พร้อมเจรจาที่โรงพัก

จากเหตุการณ์ที่ นายเอ นามสมมุติ อายุ 22 ปี อาชีพ รปภ. พร้อมด้วยนางสาวบี นามสมมุติ อายุ 18 ปี แฟนสาว เข้าร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก ดร.ปรเมศร์ ชัยพัชรกุลพงษ์ หรือ ดร.แก้ว ประธา กต.ตร.สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ที่ถูก นายดิว โรงน้ำแข็ง อายุ 24 ปี ขาใหญ่ ในพื้นที่รัตนาธิเบศร์ ซึ่งเป็นอดีตแฟนเก่าของหญิงสาวที่ผู้เสียหายคบหาอยู่ ร่วมกับเพื่อนชื่อ นายเฟิร์ส อายุ 23 ปี เข้ามารุมทำร้ายเตะต่อยตน จนสลบคาเท้า

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.67 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุภายในคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านบางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี พบกับผู้เสียหาย หรือนายเอ(นามสมมติ) อายุ 22 ปี เปิดเผยว่า วันเกิดเหตุตนกำลังทำงานอยู่และไม่รู้ว่านายดิวผู้ก่อเหตุจะเข้ามาทำร้าย วันเกิดเหตุไม่ได้สวนกลับเลย โดนหนักสุดบริเวณใบหน้า ซึ่งนายดิวเป็นเพื่อนสนิท มีปัญหากันเพราะเรื่องผู้หญิง นายดิวไม่ใช่ขาใหญ่อะไรเป็นวัยรุ่นทำงานตามปกติ หลังเกิดเหตุได้พูดคุยกับนายดิวแล้ว จบกันที่ต่างคนต่างแยกย้าย ในส่วนของการดำเนินคดีนั้นเดี๋ยวจะเข้าไปตกลงกันที่สถานีตำรวจ มองว่าต้องจบเพราะตนเองก็อยากให้เรื่องจบ เบื้องต้นก็ได้พูดคุยกับตำรวจไว้ว่าไม่อยากให้เป็นเป็นข่าวและอยากให้เรื่องมันจบ ไม่อยากให้เพื่อนถูกจับด้วย แต่เหตุผลที่ กลายเป็นเรื่องขึ้นมาเพราะหลังจากตัวเองถูกทำร้าย มีลูกบ้านที่เห็นเหตุการณ์แจ้งตำรวจให้และหัวหน้างานทราบจึงบอกให้ตนเข้ามาลงบันทึกประจำวันตามกฎหมาย หากไม่เข้ามาแจ้งก็จะถูกเด้งออกจากงาน ตนจึงมาทำตามระเบียบ

ซึ่งสาเหตุคือปัญหาเรื่องผู้หญิง แฟนสาวของตัวเองเป็นแฟนเก่าของนายดิว ผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกัน แล้วตนเองมาคบต่อ มีประเด็นเดียว ยืนยันว่าหลังจากนี้จะแยกย้ายกับนายดิว และจะคบกับฝ่ายหญิงต่อไป หลังจากที่พูดคุยกับนายดิวแล้ว นายดิวบอกว่า “ อยากได้ก็เอาไป” ซึ่งสาเหตุที่ตนเองมาคบกับผู้หญิง เพราะฝ่ายหญิงบอกตนว่า “เลิกกันขาดแล้ว” ก็เลยมั่นใจ และตัดสินใจคุยต่อ ซึ่งก่อนหน้านั้นยังไม่ได้คุยกันเพียงแต่ไปรับมานั่งเล่นด้วยกันที่บ้าน แต่ไม่มีสัมพันธ์ลึกซึ้ง ซึ่งพอนายดิวเพื่อนตนเองทราบเลยเกิดเรื่องเพราะตนเองก็ไม่ทราบว่าระหว่างนั้นนายดิวได้พยายามของ้ออยู่ คาดว่าหลังเกิดเหตุนายดิวไม่ได้หนี หลังเกิดเหตุเพียงหนึ่งวันได้บังเอิญเจอกับนายดิวอีกครั้ง ตนจอดรถอยู่ในซอย ซึ่งอยู่ซอยเดียวกันกับนายดิว และนายดิวขับรถผ่าน ก็ได้จอดพูดคุยกัน มีการเคลียร์กันแล้วเบื้องต้น

ส่วนตัวมองว่า ตนเองควรจะขอโทษนายดิวมากกว่า คิดว่าตัวเองเป็นคนผิดที่ไปคบต่อเพื่อนแต่ก็ไม่ทราบว่าตามง้อกันอยู่ และยังเลิกกันไม่ขาดจริง(ตามที่ผู้หญิงอ้าง) ในส่วนที่นายดิวมาทำร้ายตนเองก็มองว่าไม่เป็นไร ปกติเที่ยวด้วยกันบ่อยเป็นเพื่อนซี้กัน ไปไหนไปด้วยกัน แต่ตอนนี้ก็เลิกเป็นเพื่อนกันแล้ว มีการบล็อคเฟสและลบเบอร์โทรศัพท์กันไปหมดแล้ว

นายเอ(นามสมมติ) กล่าวต่ออีกว่า ตนกับนายดิวเจอผู้หญิงคนนี้พร้อมกันที่งานสงกรานต์ แต่นายดิวมาบอกก่อนว่าจะจีบผู้หญิง ตนจึงถอยออกมา พอทราบว่าเลิกกันแล้วตนจึงเข้าไปคุยต่อ เพราะแอบชอบมานานแล้ว ตนเองช้าแต่เพื่อนไวกว่า ก็ไม่ได้คิดว่าจะได้คบกับผู้หญิง ระหว่างที่เพื่อนเป็นแฟนกับผู้หญิงคนนี้ ตนก็คุยกับผู้หญิงคนอื่นปกติ แต่ยืนยันว่าหลังจากนี้เรื่องจะจบ

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังซอยนนทบุรี 20 ซอยโรงน้ำแข็ง ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นบ้านของนายณัฐธิชัย วิไลลักษณ์ หรือนายดิว คนก่อเหตุ ซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุไม่ไกลมาก ปรากฏว่าไม่เจอนายดิวเพราะไปทำงาน แต่ได้เจอกับพ่อของนายดิว คือ นายมานพ วิไลลักษณ์ 54 ปี พ่อของผู้ก่อเหตุ ออกมาเปิดเผยกับทีมข่าวว่า
ตนเองทราบว่า เพื่อนของนายดิวลูกชายแย่งแฟนไป ทีแรกก็ไปส่งกันปกติ พอผู้หญิงกลับบ้านไป และลูกชายกลับมา บอกตนว่า “ พ่อนายเอแย่งไปแล้ว” ซึ่งลูกชายก็น้อยใจเพื่อน ยอมรับว่าลูกชายทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจริง หลังเกิดเหตุหนึ่งวันลูกชายได้มาบอกว่า “ พ่อ..หนูจัดการไปและ” ก็มายอมรับตรง ๆ แบบนี้กับตนเอง ซึ่งที่ผ่านมาตนเองเห็นว่านายดิวและผู้เสียหายเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ลูกชายก็บอกกับตนเองเพียงว่า ”เสียใจเรื่องเพื่อน ไม่น่าเลย“ ซึ่งลูกชายก็บอกกับตนเองว่า “ดิวไม่ยุ่งแล้ว ดิวปล่อยมันแล้วเรื่องนี้คือจบแล้วและให้มันจบไป“หลังจากนี้ตนเองก็จะบอกให้ลูกชายเข้าไปพูดคุยกับผู้เสียหายที่ สถานีตำรวจ

นายมานพ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนประเด็นเรื่องที่บอกว่านายดิวเป็นขาใหญ่ในซอยนั้น พ่อยืนยันว่าไม่ใช่ ลูกชายใช้ชีวิตวัยรุ่นปกติ ทุกวันนี้ก็ไปทำงานบริษัทแห่งหนึ่งตนจำชื่อไม่ได้ แต่จะกลับบ้านทุกวันช่วงเย็น /ก่อนหน้านี้ลูกชายก็มีแฟนเก่าแต่เลิกกันไปแล้ว พอมามีแฟนคนนี้ก็ถูกเพื่อนซี้แย่งไป ส่วนตัวมองว่า คบกันมานานไว้ใจกันแล้วมาทำแบบนี้เพื่อนไม่น่าทำเพื่อน ที่ผ่านมาเวลาผู้เสียหายมาบ้านก็เรียกตนเองว่าพ่อ นายดิวก็จะหันไปทักว่า ”เพื่อนว่าไงเพื่อน“ เคยมากินมาเที่ยว อยู่กินด้วยกันเคยทำงานด้วยกัน ตนเองก็ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ เสียใจแทนลูก เชื่อว่าลูกโมโหจึงไปก่อเหตุแบบนั้น แต่ก็ขอโทษถ่ายรูปที่ก่อเหตุแบบนี้ขึ้นมา