วันอาทิตย์, มิถุนายน 21, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี วงจรปิด แม่ผวาลูกชายถูกกลุ่มวัยรุ่นนับ10 ยกพวกรุมฟันรถพังยับคดีไม่คืบ ( เบลอหน้าผู้เสียหาย )

นนทบุรี วงจรปิด แม่ผวาลูกชายถูกกลุ่มวัยรุ่นนับ10 ยกพวกรุมฟันรถพังยับคดีไม่คืบ ( เบลอหน้าผู้เสียหาย )

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 มิ.ย.67 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากน.ส.นุ้ย(ขอสงวนชื่อและนามสกุล) อายุ 44 ปี และนายอาท(นามสมมุติ) อายุ 20 ปี ลูกชาย หลังจากถูกกลุ่มวัยรุ่นกว่า 10 คน ยกพวกขี่จยย.ถืออาวุธมีดยาวรุมฟันรถจยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟi สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน 1ขฎ3838 กทม. ที่จอดไว้ภายใน อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 14 เม.ย.67 เวลาประมาณ 03.50 น. หลังเกิดเหตุแจ้งความกับพ.ต.ต.อลงกรณ์ ปาลวัฒน์ สว.(สอบสวน)สภ.เมืองนนทบุรี ผ่านไปเกือบ 2 เดือนคดีไม่คืบหน้า

นายอาท กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนและเพื่อนพร้อมแฟนสาว และรุ่นน้องรวมทั้งหมด 5 คน ได้นั่งเล่นอยู่ภายในอพาร์ทเมนท์ของตน ขณะที่เวลาประมาณ 03.00 น. ตนได้ให้เพื่อนและรุ่นน้องรวมทั้งหมด 3 คน ไปซื้อน้ำอัดลม ที่ร้านสะดวกซื้อ แค่ปรากฎว่าเพื่อนตนที่ชื่อบอย(นามสมมุติ) สวมเสื้อสีแดงในกล้องวงจรปิด ได้เจอกลุ่มคู่อริขี่จยย.ซ้อนท้ายกันมา 2 คน พร้อมผู้หญิงอีก 1 ราย ทางนายบอย จึงโทรหาตนว่าเจอคู่อริ ตนจึงเดินลงจาก อพาร์ตเมนต์แล้วไปหาปรากฎว่าตนรู้จักทางคู่อริ ซึ่งคนที่ขับจยย. สวมเสื้อสีเทา เป็นญาติกับแฟนตน ส่วนอีกคนที่สวมเสื้อแดงซ้อนท้ายจยย.ชื่อนายฟิล์ม อาศัยอยู่ในซอยเดียวกันและเป็นเพื่อนกับญาติแฟนสาวตน ตนจึงเดินไปพูดคุยว่าส่วนตัวของตนไม่ได้มีปัญหากับใครทั้งนั้น ซึ่งขณะที่ตนพูดยังไม่ทันจบทางบอยเพื่อนตนได้ชกไปที่หน้านายฟิล์มขณะนั่งซ้อนท้ายจยย. ก่อนที่เพื่อนตนอีกคนจะเข้าไปชกต่อยนายฟิล์มต่อ จากนั้นนายฟิล์มจึงเข้าไปหลบในร้านสะดวกซื้อ จากนั้นตนจึงเดินเข้าไปแล้วให้ทั้งคู่แยกย้ายกัน โดยเพื่อนตนก็กลับเข้าไปในอพาร์ทเมนท์ที่นั่งกันต่อ ส่วนในฟิล์มกับเพื่อนก็ได้กลับแยกย้ายกันไป หลังจากนั้นผ่านไปประมาณ 10 นาที ทางนายฟิล์มได้ขี่จยย.มาพร้อมชายฉกรรจ์ประมาณ 10 คน บางรายถอดเสื้อลายสักเต็มตัวมีอาวุธมีดยาว ได้ก่อเหตุนำรถจักรยานยนต์ของตนที่จอดไว้ในอพาร์ทเมนท์ซึ่งลืมล็อคคอ ได้ลากออกมาบริเวณถนนก่อนที่นายฟิล์มใช้อาวุธมีดกระหน่ำฟันที่รถจักรยานยนต์ของตน จากนั้นได้มีชายหนึ่งคนถอดเสื้อสักลายก็ได้ใช้อาวุธมีดมาฟันรถจักรยานยนต์ของตนเช่นกัน ไม่พอยังมีผู้หญิงอีกหนึ่งคนได้วิ่งมาใช้อาวุธมีดฟันรถจักรยานยนต์ซ้ำอีก โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ตนถูกสามรายนี้ก่อเหตุใช้อาวุธฟันรถจักรยานยนต์ ส่วนคนอื่นก็ได้ยืนดูลาดเลาแถวที่เกิดเหตุ พร้อมตะโกน ท้าทายตนที่อยู่ด้านบนอพาร์ตเม้นต์ตลอดเวลา ว่าให้ลงมาปะทะกัน แต่ตนไม่ลง จึงโทรหาเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ. เมืองนนทบุรี ทางเจ้าหน้าที่สายตรวจจึงมาถึงจุดเกิดเหตุ จึงสามารถแยกย้ายกลุ่มดังกล่าวออกจากที่เกิดเหตุได้ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ ตนไม่ได้เกี่ยวข้องและไม่ได้ทะเลาะกับใคร แต่รถจยย.ของแม่ตนคาดว่า 1 ในกลุ่มผู้ก่อเหตุจำได้จึงก่อเหตุดังกล่าวเนื่องจากแค้นที่กลุ่มเพื่อนตนไปชกต่อย
ด้านน.ส.นุ้ย กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวตนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากรถจยย. คันนี้ตนได้ออกมาให้ลูกชายของตนได้ใช้ไปเรียนและทำงานเสริมขับไรเดอร์และส่งน้ำส้มขาย หลังจากถูกกลุ่มผู้ก่อเหตุใช้มีดไล่ฟันรถจยย. ทำให้ลูกชายตนขาดรายได้และเดือดร้อนไม่มีรถไปโรงเรียน รวมถึงสามีของตนซึ่งมีอาชีพขับรถรถจักรยานยนต์รับจ้าง ต้องทำงานหาเงินเพื่อซ่อมรถจยย. คันนี้ โดยใช้เงินประมาณ 9,000 บาท โดยหลังจากซ่อมเสร็จแล้ว ตนได้ติดตามคดีกับทางร้อยเวร ให้ทางคู่กรณีมารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ปรากฏว่าทางร้อยเวรก็ได้มีการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี ครั้งที่หนึ่งเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งตนจำวันไม่ได้ ปรากฏว่าเจรจากันไม่ลงตัวทางคู่กรณีไม่รับผิดชอบ ต่อมาทางร้อยเวรก็ได้เรียกคู่กรณีมาไกล่เกลี่ยกันครั้งที่2 ประมาณวันที่ 23 เม.ย.67 โดยการเจรจาครั้งนี้ก็ไม่สามารถพูดคุยกันลงตัวโดยทางคู่กรณีอ้างว่าค่าซ่อมรถแพงเกินจริง ขอไม่ชดใช้และท้าให้ตนฟ้องดำเนินคดี ซึ่งตนก็คิดว่าเรื่องนี้ตนไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากลูกชายของตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ครั้งนี้เพียงแค่ไปห้ามปรามให้ทั้งสองฝั่งแยกย้ายกันไป แต่กลับถูกทำลายทรัพย์สินเสียหาย วันนี้จึงนำเรื่องมาร้องเรียนกับสื่อมวลชนเนื่องจากคดีไม่มีความคืบหน้าหลังจากการเจรจาไกล่เกลี่ยไม่เป็นผลครั้งที่2 ซึ่งตอนนี้ผ่านไปเกือบสองเดือน ตอนนี้ได้ให้การกับทางร้อยเวรว่าจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดไม่เจอจาไกล่เกลี่ยแล้ว แต่หลังจากที่โทรไปถามความคืบหน้าคดีปรากฏว่าทางร้อยเวรได้บอกกับตนว่างานเยอะ มีเคสที่รับผิดชอบมากมาย หรือติดงานอื่นอยู่ ทำให้คดีล่าช้า ตอนนี้ตนจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายคู่กรณีให้ถึงที่สุด ไม่ไกลเกลี่ยแล้ว ตอนนี้ลำบากมากใช้ชีวิตลำบากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของลูกชายจนกระทั่งตนต้องยอมให้ลูกชายออกจากอพาร์ทเมนท์ดังกล่าวมาอาศัยอยู่ที่อื่นแทน ต้องเสียค่าเช่าเพิ่ม รวมถึงค่ามัดจำที่อพาร์ทเมนท์เก่าตนก็ไม่ได้กลับคืนเนื่องจากผิดสัญญา พร้อมทั้งสีรายได้เป็นเดือนขณะที่ซ่อมรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว จึงนำเรื่องมาร้องเรียนกับสื่อมวลชน
( ขอเบลอหน้าแม่ผู้เสียหาย-ผู้เสียหาย )