วันเสาร์, มิถุนายน 13, 2026
Latest:
ในประเทศ

“อัดมาแน่นรถ 3 คัน 43 คน”รวบขบวนการลอบขนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายเปิดท้าย 3 คันผงะพบ 43 เมียนมานอนอัดแน่นเต็มรถ

“อัดมาแน่นรถ 3 คัน 43 คน”
รวบขบวนการลอบขนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายเปิดท้าย 3 คันผงะพบ 43 เมียนมานอนอัดแน่นเต็มรถ
 
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้อำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.,พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,  พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น  รอง.ผบก.ป.
ช่วยราชการ รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.1 บก.ทล., พ.ต.ท.ธัช โพธิ์สุวรรณ รอง.ผกก.1 บก.ทล., พ.ต.ท.นาวิน คงสว่าง รอง.ผกก.1 บก.ทล.สั่งการให้
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.(นครสวรรค์) นำโดย พ.ต.ต.เชษฐ์ศุภากร พิริยะพงษ์พันธ์ สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. พร้อมข้าราชการตำรวจ ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.(อยุธยา) นำโดย พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร สว.ส.ทล.1 กก.1 พร้อมข้าราชการตำรวจ ส.ทล.6 กก.1 บก.ทล.

เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.6 กก.1 บก.ทล.(สิงห์บุรี) นำโดย พ.ต.ท.ชนะ ขำทอง สว.ส.ทล.6              กก.1 บก.ทล. พร้อมข้าราชการตำรวจ ส.ทล.6 กก.1 บก.ทล.
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล.(สระบุรี) นำโดย พ.ต.ท.กฤษณะ  เชิงยุทธ์ สว.ส.ทล.2กก.1 บก.ทล. พร้อมข้าราชการตำรวจ ส.ทล.6 กก.1 บก.ทล.
ร่วมกันจับกุม
1.นายเตชินท์ ฯ อายุ 30 ปี  (ผู้ขับขี่)
2.นายสมัย ฯ อายุ 30 ปี (ผู้ขับขี่)
3.นายชยากร ฯ อายุ 42 ปี  (ผู้ขับขี่)
ผู้ถูกจับที่ 4-46 บุคคลต่างด้าว สัญชาติ เมียนมา
โดยกล่าวหาว่า
ผู้ถูกจับที่ 1,2,3 “ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือหรือช่วยด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเพื่อให้พ้นจากการจับกุม”
ผู้ถูกจับที่ 4 - 46 “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่จับกุม บริเวณ ทล.11 กม.72-73 ต.โคกเดื่อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์
 
สืบเนื่องจาก กก.1 บก.ทล. ได้มีการกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและผู้นำพาในเส้นทางพื้นที่กองกำกับการ 1 อยู่บ่อยครั้ง พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.1 บก.ทล., จึงได้สั่งการให้มีการสืบสวนถึงเส้นทางที่มีการลักลอบขนคนต่างด้าวผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่ชั้นใน โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.(นครสวรรค์), ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.(พระนครศรีอยุธยา), ส.ทล.6 กก.1 บก.ทล.(สิงห์บุรี) และ ส.ทล.2 กก.1 บก.ทล.(สระบุรี) บูรณาการร่วมกันสืบสวนในพื้นที่รับผิดชอบ

โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สำรวจเส้นทาง ทล.11 กม.72-73 พบ รถยนต์กระบะ จำนวน 3 คัน ขับขี่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้า ขับขี่มาด้วยความเร็วสูง และมีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ปกติ เจ้าหน้าที่จึงได้ขับขี่ติดตามอย่างกระชั้นชิด พบรถยนต์ยี่ห้อ TOYOTA REVO สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน พิษณุโลก (ด้านหลัง) , รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ ISUZU D-MAX สีเทา ติดแผ่นป้ายทะเบียน พิษณุโลก (ด้านหลัง) และ รถยนต์กระบะ ยี่ห้อ ISUZU D-MAX สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน อุตรดิตถ์ (ด้านหลัง) โดยมีผ้าใบปิดที่ด้านท้ายรถทั้ง 3 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกรถยนต์ จำนวน 3 คันดังกล่าวให้หยุด 

แต่ทั้งหมดกลับรีบเร่งเครื่องหนี และพยายามจะขับชนรถของเจ้าหน้าที่หลายครั้ง กระทั่งมาถึง บริเวณ กม.72-73 ทล.11 ต.โคกเดื่อ อ.ไพศาลี จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับประกบก่อนสกัดข้างหน้า จนทำให้รถทั้ง 3 คันหยุดลง และคนขับพยายามจะหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบกระจายกำลังเข้าทำการจับกุมตัวเร่งด่วน โดยพบนายเตชินท์ฯ คนขับรถคันที่1 พบมีบุคคลต่างด้าว สัญชาติเมียนมา จำนวน 14 คน โดยสารมากับรถยนต์, อีกคัน นายสมัยฯ เป็นผู้ขับขี่ และพบมีบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 15 คน โดยสารมากับรถยนต์ และนายชยากรฯ แสดงตนเป็นผู้ขับขี่อีกคัน มีบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 14 คน โดยสารมากับรถยนต์

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญผู้ถูกจับกุมพร้อมรถยนต์ทั้ง 3 คันดังกล่าว มาตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดอีกครั้งที่ สถานีตำรวจภูธรไพศาลี ภ.จว.นครสวรรค์ พบว่า ผู้ถูกจับที่ 4-46 เป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา   ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดแสดง

จากการสอบถามผู้ถูกจับที่ 1-3 ให้การยอมรับว่า ได้รับการประสานจากชายไทย (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) ให้ไปรับแรงงานต่างด้าว ที่บริเวณ พื้นที่ จ.กำแพงเพชร และ จ.พิษณุโลก เพื่อไปส่งปลายทางที่ อ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ โดยได้ค่าจ้าง 12,000-15,000 บาทต่อครั้ง และรับว่าได้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวบรรทุกแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองมาจริง และตนรู้ดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวดังกล่าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ และยินยอมที่จะนำพามาส่งที่ปลายทาง จนกระทั่งมาถูกตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ เงินค่าจ้างที่ได้มาจะนำไปเที่ยวและใช้จ่ายต่างๆ
           
ขณะที่บุคคลต่างด้าวที่ถูกจับ มีการสอบถามผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาให้การยอมรับว่า ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติและเดินข้ามมา ในพื้นที่    อ.แม่สอด จ.ตาก และจะมีคนพาออกมาขึ้นรถที่นำพา เพื่อจะเข้ามาหางานทำในประเทศไทย โดยเสียค่าใช้จ่าย จำนวน 15,000 - 25,000 บาท จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางและนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไพศาลี ภ.จว.นครสวรรค์ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ปิดโหมดสีเทา