วันพุธ, มิถุนายน 10, 2026
Latest:
สังคม

ได้เวลาคืน ”ตำรวจ”ให้ ”ตำรวจ” ผบ.ตร.ต้องเป็นประธาน ก.ตร.

“ทวี สอดส่อง” ฟันธงปฏิรูปตำรวจ ผบ.ตร.ต้องเป็นประธาน ก.ตร. ไม่ใช่นายกรัฐมนตรี ลั่นต้องเลิกระบบอุปถัมภ์แทรกแซงการแต่งตั้ง คืนความเป็นธรรมให้ตำรวจได้เลือกกันเอง

ในการประชุมร่วมของรัฐสภา วันพฤหัสบดีที่ 16 มิ.ย.65 ซึ่งมีวาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัตติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาตินั้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ลุกขึ้นอภิปรายมาตรา 14 โดยระบุตอนหนึ่งว่า มาตรา 14 เป็นมาตราที่เรียกว่าเป็นการปฏิรูปองค์กรตำรวจที่แท้จริง ซึ่งต้องเรียนว่า คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นหนึ่งในองค์กรที่กฎหมายปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญปี 60 ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแล้วคณะกรรมการก็เสนอให้มี 2 ก. คือ ก.คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.​ กับอีก ก.หนึ่ง คือ คณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช.

สิ่งที่เห็นว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปคือ เรื่องการบริหารงานบุคคลและการรับผิดชอบต่อองค์กร ผู้นำองค์กรที่กฎหมายให้อำนาจหน้าที่คือ ผบ.ตร. หรือ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะต้องมีภาวะผู้นำ ซึ่งกฎหมายให้อำนาจหน้าที่ไว้ทั้งหมดแล้ว ประชาชนฝากความหวังไว้ทั้งหมดอยู่แล้ว จะต้องมีอำนาจในการบริหารบุคคลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดังนั้นตนเห็นด้วยกับที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่เสนอ คือต้องมี ก.ตร.

แต่ไม่เห็นด้วยใน 2 ประการ คือ ประธาน ก.ตร. จะต้องเป็น ผบ.ตร. ไม่ควรที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีตามร่างที่เสนอ เพราะนายกรัฐมนตรีมีอำนาจในการกำหนดนโยบายอยู่แล้ว (ใน ก.ต.ช.) และในที่ประชุมกรรมาธิการก็บอกว่า อำนาจนายกรัฐมนตรีในฐานะบริหารราชการแผ่นดิน จะสามารถย้าย ผบ.ตร.ได้ตลอดเวลา ถ้า ผบ.ตร.ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย การที่ให้นายกรัฐมนตรีหรือนักการเมืองใดก็ตาม หรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของตำรวจ เข้ามาอยู่ในตำแหน่งประธาน ก.ตร. นอกจากจะไม่เป็นการปฏิรูปแล้ว ก็จะมีสภาพเหมือนเช่นที่ผ่านมา

ผู้นำองค์กรเปรียบเหมือนดวงประทีปขององค์กรและเป็นศูนย์รวมจิตใจ ปัจจุบันมีข้าราชการตำรวจถึง 210,000 คน ถึงเวลาแล้วที่จะคืนความเป็นธรรมให้กับตำรวจ คือ ให้ตำรวจเข้ามาเป็นประธาน ก.ตร. เพราะในอดีตที่ผ่านมาระบบอุปถัมภ์เข้าครอบงำตำรวจอย่างมากมาย โดยเฉพาะหลังจากการยึดอำนาจ ในการแต่งตั้งครั้งแรก นายกรัฐมนตรีก็ไม่เอาอาวุโสอันดับ 1 อันดับ 2 แต่เอาอาวุโสลำดับท้ายๆ ขึ้นมามาเป็น ผบ.ตร. และการแต่งตั้ง ผบ.ตร.อีก 2 คนต่อมา ท่านนายกฯก็เอาคนสุดท้ายขึ้นมา โดยไม่ยึดหลักอาวุโส ความรู้ ความสามารถ แม้จะมีรัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วก็ตาม

ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้รัฐสภาคืนตำรวจให้กับตำรวจ ในคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. มีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 6 คนนั้น เราให้ข้าราชการตำรวจทั้ง 2 แสนคนเป็นผู้เลือก ไม่ใช่เป็นผู้ถูกหยิบยื่นขึ้นมาเหมือนในอดีต แม้ว่าบุคคลเหล่านี้จะถูกคัดเลือกโดย ก.ตร.อีกชั้นหนึ่ง แต่ถ้าให้นายกฯ มาเป็นประธาน ก.ตร. ก็อาจจะเอาตัวเลือกที่มีน้อยนิด จาก 6 คน เหลือ 3 คน หรือเอาคนรอบข้างนายกฯ 6 คน ไปให้ข้าราชการตำรวจ 2 แสนคนเลือก มันก็เหมือนไม่ได้มีการปฏิรูป จึงควรที่จะให้ ผบ.ตร.เป็นประธาน ก.ตร.

อีกข้อใน (3) กรณีที่เป็นจเรตำรวจ ซึ่งเป็นตำแหน่งเทียบเท่ารอง ผบ.ตร.นั้น เนื่องจากในการปฏิรูปครั้งนี้ บทบาทของจเรตำรวจได้หมดไปแล้ว จึงมีการเสนอยุบ

“ท้ายที่สุดผมคิดว่า มาตรานี้เป็นมาตราแห่งการปฏิรูปตำรวจ ในบรรดาคุณสมบัติที่สำคัญที่สุดก็คือผู้นำ ถ้าผู้นำยังอยู่ใต้อาณัติของผู้มีอำนาจทางการเมือง เราจะเห็นว่าอำนาจเผด็จการที่เข้มแข็งหรือคนชั่วที่แข็งแกร่งจะใช้คนในตำแหน่งที่อ่อนแอ โดยเฉพาะถ้าผู้นำตำรวจที่อ่อนแอ ต้องพึ่งกับผู้มีอำนาจ ประชาชนจะเดือดร้อนทั้งประเทศ เพราะในเรื่องความยุติธรรม ตำรวจถือว่าเป็นองค์กรที่สัมผัสประชาชนมากที่สุด” พ.ต.อ.ทวี ฯ สรุป.