ตามรวบเครือข่ายฟอกเงิน เอี่ยวขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคใต้
ตามรวบเครือข่ายฟอกเงิน เอี่ยวขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคใต้
กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การ อํานวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. , พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รอง ผบช.ก ,พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. ,พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ,พ.ต.อ. พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. ,พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.อนุสรณ์ ทองไสย รอง ผกก.6 บก.ป. ,พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิญโย รอง ผกก.6 บก.ป. , พ.ต.ท.กันตเมศฐ์ อัครโชควรานนท์ รอง ผกก.6 บก.ป.,พ.ต.ท.วริศร มัจฉา รอง ผกก.6 บก.ป.สั่งการให้
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นําโดย พ.ต.ต.แดนรบ สมัยชูเกียรติ สว.กก.6 บก.ป. ,ร.ต.อ.ยุทธนา จิตจํานอง รอง สว.กก.6 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม น.ส.เขมจิราฯ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทลุงที่ 311/2566 ลง วันที่ 7 สิงหาคม 2566 โดยกล่าวหาว่ากระทําความผิดฐาน “ร่วมกัน โอน รับโอน หรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สิน เกี่ยวกับการกระทําความผิดเพื่อซุกซ่อน หรือปกปิกแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไม่ว่า ก่อน ขณะ หรือหลังการกระทําความผิดมิให้ต้องรับโทษ หรือรับโทษน้อยลงในความผิดฐาน หรือกระทําการ ด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออําพลางลักษณะที่แท้จริงการได้มาแหล่งที่ตั้ง การจําหน่าย การโอน การได้ สิทธิใดๆซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิด และการได้มา การครอบครอง หรือใช้ทรัพย์สิน โดยรู้ใน ขณะที่ได้มาครอบครอง หรือให้ทรัพย์สินนั้นว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทําความผิด เงินหรือทรัพย์สินที่ ได้มาจากการกระทําซึ่งเป็นความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงิน หรือจากการสนับสนุนหรือช่วยเหลือการ กระทําซึ่งเป็นความผิดมูลฐาน หรือความผิดฐานฟอกเงิน และให้รวมถึงเงินหรือทรัพย์สินที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ หรือสนับสนุนการกระทําความผิด” จับกุม บริเวณบ้านหลังหนึ่ง ม.1 ต.ชะรัด อ.กงหรา จ.พัทลุง
สืบเนื่องจากเมื่อ เดือนธันวาคม พ.ศ.2561 เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ตํารวจ ทหาร ปกครอง ได้ร่วมกันจับกุมนายอรรถชัย หรือ อัดฯ อายุ 27 ปี พร้อมของกลางไอซ์ 8 กิโลกรัม บรรจุในถุงใบชา จํานวน8ถุงยาบ้า60,000เม็ดจํานวน6ห่อซ่อนอยู่ในรถกระบะอีซูซุตอนเดียวดีแม็กสีบรอนซ์ทบี่ริเวณ ลานจอดรถห้างสรรพสินค้า ในพื้นที่ ต.สิชล อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่ผู้ต้องหามารับยาเสพติด ส่วนรถ คันมาส่งหลบหนีไป
จากนั้นได้ทําการสืบสวนขยายผลไปยังพื้นที่ อ.กงหรา จ.พัทลุง ตรวจค้นบ้านพัก ในพื้นที่ ต.ชะรัด อ.กงหรา จ.พัทลุง ได้ของกลางเป็นยาบ้า จํานวน 1,240,000 เม็ด และยาไอซ์อีก 1 กิโลกรัม พร้อม จับกุมตัวนายวรวิทย์ฯ อายุ 43 ปี ในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดได้ควบคุมตัว น.ส.เขมจิราฯ (ผู้ต้องหานี้) ไปด้วย เนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเชื่อว่าน.ส.เขมจิราฯ ผู้ต้องหา มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับขบวน การค้ายาเสพติด
ต่อมา น.ส.เขมจิราฯ ต่อสู้คดีและศาลจังหวัดพัทลุงได้พิจารณายกฟ้องในชั้นอุธรณ์
ต่อมาปี พ.ศ.2565 เจ้าพนักงานสํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินเดินทางมาพบพนักงาน สอบสวนแจ้งความร้องทุกข์ให้ดําเนินคดีกับ น.ส.เขมจิรา หรือชื่อเดิม น.ส.อัจฉรีฯ พร้อมพวก ในความผิดฐาน ร่วมกันฟอกเงิน ตาม ม.5 และมีบทกําหนดโทษ ตาม ม.60 แห่ง พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 จึงอาศัยอํานาจตามความใน ม.40(3)และ(5)ประกอบ ม.41 แห่งพรบ.ป้องกันและปราบปรามการ ฟอกเงิน พ.ศ.2542 ตามกฎหมาย ต่อมาพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอ อนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดพัทลุงและศาลจังหวัดพัทลุงได้อนุมัติหมายจับดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ตํารวจ กองบังคับการปราบปราม ได้ทําการสืบสวนทราบว่า น.ส.เขมจิราฯ ผู้ต้องหาตาม หมายจับได้มาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ ม.1 ต.ชะรัด อ.กงหรา จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงเดินทางเข้าตรวจสอบ พบ น.ส.เขมจิราฯ อาศัยอยู่ที่บริเวณบ้านหลังหนึ่ง จึงเข้าจับกุมตัว น.ส.เขมจิราฯ ตามหมายจับของศาลจังหวัด พัทลุงที่ 311/2566 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2566 จากนั้นเจ้าพนักงานตํารวจชุดจับกุมจึงได้นําตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคําให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น น.ส.เขมจิราฯ ให้การว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็นกับขบวนการค้ายาเสพ ติดแต่อย่างใด ส่วนทรัพย์สินเป็นที่ดินที่มีการรับ-โอนกันนั้น ตนได้รับโอนมาจากพี่สาว ซึ่งพี่สาวได้ติดหนี้นอก ระบบจํานวนหลายแสนบาท ตนจึงไปกู้เงินจากธนาคารในพื้นที่มาเพื่อรับซื้อที่ดินดังกล่าวไว้เป็นของตนในราคา 800,000 บาท ซึ่ง น.ส.เขมจิราฯ อ้างว่าไม่ได้ใช้เงินจากขบวนการค้ายาเสพติดแต่อย่างใด
