ฉาวสะท้านปราจีนฯ แฉนายทุนฮุบสระน้ำหลวง 4 ไร่ ทำรั้วปิดตาย-ไร่นาพังยับ ชาวบ้านจี้ ‘ชัยวัฒน์’ ลงพื้นที่ทลายคนบุกที่ดิน สปก.
ฉาวสะท้านปราจีนฯ แฉนายทุนฮุบสระน้ำหลวง 4 ไร่ ทำรั้วปิดตาย-ไร่นาพังยับ ชาวบ้านจี้ ‘ชัยวัฒน์’ ลงพื้นที่ทลายคนบุกที่ดิน สปก.
ปราจีนบุรี – เดือดระอุทั้งตำบลเขาไม้แก้ว! ปราจีนบุรีลุกเป็นไฟ หลังปมร้อนนายทุนภูเก็ตลุยซื้อที่ดินป่าไม้ ก่อนกั้นรั้วลวดหนามทับ ‘สระน้ำสาธารณะ’ ทำลายทางระบายน้ำจนพืชผลชาวบ้านจมน้ำตายนับร้อย ด้านแกนนำชุมชนทนไม่ไหว ออกโรงท้า ‘ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร’ ลงพื้นที่สะสางขบวนการฮุบที่ดิน สปก.-กว้านซื้อที่รัฐ
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดปราจีนบุรีว่า จากรณีมีการกล่าวถึง ปัญหาพิพาทที่ดินในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี กำลังบานปลายกลายเป็นประเด็นระดับประเทศ หลังชาวบ้านผู้เดือดร้อน ( ขอสงวนนาม-นามสกุล) ยื่นหนังสือร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกบินทร์บุรี และแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.กบินทร์บุรี มาตั้งแต่ปี 2565 แต่เรื่องกลับเงียบกริบไร้ความคืบหน้า
โดยเอกสารร้องเรียนระบุชัดว่า มีนายทุนรายใหญ่จากจังหวัดภูเก็ต (นายอธิป หรือ ก็อต-สามีปุ๋ม ปนัดดา ) เข้ามาซื้อที่ดินแปลงข้างเคียงในปี 2565 ก่อนถือโอกาส บุกรุกยึดครองสระน้ำสาธารณประโยชน์และที่ดินรอบสระเนื้อที่กว่า 4 ไร่ พร้อมทำการล้อมรั้วลวดหนามอย่างมั่นคงถาวร ปิดตายไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปใช้น้ำได้อีก ซ้ำยังทำการขุดขยายสระรุกล้ำ และทำลายช่องระบายน้ำคอนกรีตเดิม ส่งผลให้ช่วงฤดูฝนน้ำเอ่อล้นท่วมไร่นาและสวนกล้วยของชาวบ้านข้างเคียงจนเสียหายพังยับเยิน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 คณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ อบต.เขาไม้แก้ว และชาวบ้าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ปรากฏว่า ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบบริเวณสระน้ำได้ เนื่องจากถูกผู้บุกรุกสร้างรั้วปิดกั้นไว้อย่างแน่นหนา
ต่อมาในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 ผู้ร้องได้เข้าพบ ปลัดกฤษฎ์ฐม กรวยทอง (ปลัดกอล์ฟ) แต่กลับได้รับคำตอบที่ทำให้ชาวบ้านถึงกับอึ้งว่า “ผู้ครอบครองมีเอกสารจากกรมที่ดิน หากเดือดร้อนต้องไปฟ้องร้องดำเนินคดีทางแพ่งเอาเอง” ซ้ำร้ายเวลาผ่านไปกว่า 5 เดือน เรื่องก็ยังเงียบหาย ปล่อยให้นายทุนยึดครองสมบัติของแผ่นดินเป็นของส่วนตัวเย้ยกฎหมาย
ทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ หมู่ 4 ตำบลเขาไม้แก้ว พบสภาพที่ดินของคู่กรณีมีรั้วลวดหนามปักเป็นแนวเขตมิดชิดรอบด้าน ด้านในมีหญ้าขึ้นปกคลุมและมีรอยขุดร่องน้ำชัดเจน ส่วนพื้นที่ติดกันพบกองขี้ไก่ขนาดใหญ่ 1 รถบรรทุกถูกนำมาลงไว้เพื่อเตรียมไถปรับดินปลูกพืช
ด้าน นายสุนทร คมคาย หรือเกษตรแหลม แกนนำชุมชนคนเขาไม้แก้ว ประธานอาสาสมัครพิทักษ์สิ่งแวดล้อม อ.กบินทร์บุรี และแกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง เปิดเผยอย่างดุเดือดว่า ที่ดินตรงนี้รอบข้างเป็นพื้นที่ สปก. ทั้งหมด แต่กลับพบว่าที่ของคู่กรณีอ้างว่ามีเอกสารสิทธิ์ นส.3 ซึ่งน่าสงสัยมากว่าออกเอกสารสิทธิ์ทับที่ป่าและที่ สปก. ได้อย่างไร?
“ที่ดินแถบนี้ไม่ได้มีแค่แปลงนี้แปลงเดียว แต่นายทุนและบริษัทใหญ่ๆ นามสกุลดัง กว้านซื้อยึดครองไปกึ่งตำบล เกือบ 60-70% กว้านไปหลายพันไร่ยันติดถนนสาย 359 ผมขอท้า นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีต ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ ให้ลงมาตรวจสอบที่เขาไม้แก้วได้เลย ผมพร้อมกางข้อมูลสายสัมพันธ์และเส้นสายการฮุบที่ดินรัฐให้ดูเต็มที่!” — นายสุนทร กล่าวทิ้งทาย
ล่าสุด ผู้ร้องทุกข์ ( ขอสงวนนาม-นามสกุล) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับผู้สื่อข่าว ว่า เนื่องจากคดีความที่แจ้งไว้นานกว่า 2 ปีไม่คืบหน้า และเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยเกียร์ว่าง จึงต้องนำเรื่องมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชน เพื่อให้ช่วยตีแผ่ความเดือดร้อนของประชาชน
ขณะนี้ผู้สื่อข่าวอยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐาน เอกสารสิทธิ์ ภาพถ่ายมุมสูง และเตรียมส่งเรื่องต่อไปยังหน่วยงานตรวจสอบระดับประเทศ ทั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และ ป.ป.ช. เพื่อลากไส้ขบวนการนายทุนออกเอกสารสิทธิ์มิชอบ ทวงคืนสระน้ำหลวงและที่ดินของแผ่นดินกลับมาให้ชาวบ้านโดยเร็วที่สุด
มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ทองสุข สิงห์พิมพ์-ภาพ/ปราจีนบุรี

