ปราจีนบุรี 3 หมื่นชาวปราจีนฯ ฮึดสู้! ดีเดย์ 4 พ.ย. บุก ทส. จี้ประกาศ “เขตควบคุมมลพิษ” หลังพิษอุตสาหกรรมทะลักท่วมลุ่มน้ำ ปลาตายเกลื่อน-เลือดชาวบ้านปนเปื้อนโลหะหนัก
ปราจีนบุรี 3 หมื่นชาวปราจีนฯ ฮึดสู้! ดีเดย์ 4 พ.ย. บุก ทส. จี้ประกาศ “เขตควบคุมมลพิษ” หลังพิษอุตสาหกรรมทะลักท่วมลุ่มน้ำ ปลาตายเกลื่อน-เลือดชาวบ้านปนเปื้อนโลหะหนัก
ปราจีนบุรี – วิกฤตสิ่งแวดล้อมลุ่มน้ำปราจีนบุรีลุกลามถึงขีดสุด หลังกระแสน้ำหลากและภาวะน้ำลดช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 ชะล้างกากสารเคมีและของเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมทะลักลงสู่ลำน้ำสายหลัก ส่งผลให้ปลาในกระชังและบ่อเลี้ยงของเกษตรกรในอำเภอศรีมหาโพธิ อำเภอเมือง และอำเภอบ้านสร้าง น็อคตายยกกระชังสร้างความเสียหายหลายร้อยล้านบาท ซ้ำร้ายผลตรวจร่างกายชาวบ้านยังพบสารพิษผิดปกติถึง 73 ราย
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เครือข่ายรักษ์ปราจีนบุรี พร้อมด้วยตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและประชาชนผู้เดือดร้อนกว่า 100 คน ได้นัดประชุมด่วน ณ วัดหาดสะแก อำเภอเมืองปราจีนบุรี เพื่อสรุปสถานการณ์และจัดทำแผนฟื้นฟูอาชีพ พร้อมประกาศระดมรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบจาก 5 อำเภอ ทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์รวมมากกว่า 30,000 รายชื่อร่วมกับทุกกลุ่มเดือดร้อน โดยกำหนดดีเดย์ในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ จะเดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เพื่อกดดันให้ใช้อำนาจตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ประกาศให้พื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรีและลำน้ำสาขาเป็น “เขตควบคุมมลพิษ” อย่างเป็นทางการ
ด้านตัวแทนเกษตรกรอย่าง นายมนตี คำรอด เปิดเผยว่า เกษตรกรต้องแบกรับภาระหนี้สินก้อนโต แต่กลับได้รับการเยียวยาภัยพิบัติเพียง 390 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเสียหายจริงที่สูงถึงกระชังละนับแสนบาท สอดคล้องกับ นายภารดร ภาษิต หรือ “เบียร์ ปลาการ์ชัง” เกษตรกรในอำเภอเมือง ที่ระบุว่าปลาทับทิมและปลานิลซึ่งเตรียมจับขายในช่วงปีใหม่น็อคตายเกลี้ยง 4 กระชัง สูญเงินกว่า 5 แสนบาท พร้อมชี้ว่าปัญหาดังกล่าวมีต้นตอจากการขาดการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมต้นน้ำในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรีและอำเภอศรีมหาโพธิอย่างจริงจัง
นางบุษบงค์ ชาวกัณหา ตัวแทนเครือข่ายฯ ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีความซับซ้อนเกินกว่าท้องถิ่นจะรับมือได้และต้องอาศัยการแก้ไขเชิงโครงสร้าง โดยมีหลักฐานเชิงประจักษ์ยืนยันความวิกฤต ทั้งกรณีน้ำท่วมชะล้างบ่อฝังกลบกากอุตสาหกรรมในตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จนตรวจพบสารปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนสูงลิ่วถึง 114,860 มิลลิกรัมต่อลิตร ขณะที่ผลตรวจปัสสาวะของชาวบ้านในตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ พบสารโลหะหนักในร่างกายผิดปกติถึง 73 ราย มีอาการแน่นหน้าอกและหายใจลำบาก นอกจากนี้ยังพบการปนเปื้อนของสารอะลูมิเนียมในแม่น้ำปราจีนบุรีสูงถึง 3.547 มิลลิกรัมต่อลิตร เสี่ยงสะสมในห่วงโซ่อาหารและกระทบพืชเศรษฐกิจชื่อดังอย่างทุเรียนปราจีนบุรี อีกทั้งยังพบปัญหาการซอยขนาดโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมในตำบลลาดตะเคียนเพื่อเลี่ยงการทำ รายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตลอดจนชาวบ้านในพื้นที่ต้องประสบปัญหาน้ำประปาเปลี่ยนสีและมีกลิ่นเหม็นจนต้องควักกระเป๋าซื้อน้ำดื่มเอง
ทั้งนี้ ทางเครือข่ายฯ ได้เสนอแนวทางแก้ไขในหลายระยะ พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจลงพื้นที่สำรวจแหล่งกำเนิดมลพิษ ประเมินขีดความสามารถในการรองรับมลพิษ และบังคับใช้หลักผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่ายเพื่อให้โรงงานต้นเหตุรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูธรรมชาติทั้งหมด
ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากชาวบ้านในพื้นที่อย่าง คุณสิริพร และป้าอ้วน วัย 77 ปี ชาวบ้านหาดสะแก ที่สะท้อนความอั้นตันว่า แม้ในอดีตพื้นที่น้ำจะท่วมทุกปีแต่ไม่เคยมีความผิดปกติรุนแรงเช่นนี้ แต่วิกฤตครั้งนี้กลับช่วยเปิดโปงมลพิษที่ถูกซุกไว้ใต้พรมมานานนับสิบปีจากความอ่อนแอและการตรวจสอบที่ไม่จริงจังของภาครัฐ ชาวบ้านจึงฝากความหวังให้ผู้มีอำนาจเร่งเข้ามาสะสางปัญหาระบบนิเวศก่อนที่ทรัพยากรธรรมชาติจะถูกทำลายจนไม่สามารถฟื้นฟูได้
ล่าสุดเวลา 17.20 น.นายชนาธิป โคกมณี รอง ผวจ.ปราจีนบุรีรักษาราชการแทน ผวจ.ปราจีนบุรีโพสต์ในกลุ่มไลน์ผู้ว่าพบสื่อมวลชน จ.ปราจีนบุรีระบุว่า … รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีร่วมกับสภาเกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัดปราจีนบุรี เชิญชวนร่วมกิจกรรม “ชวนกินปลา” เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ ว่าปลาในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีปลอดภัย สามารถรับประทานได้ตามปกติ เนื่องจากผ่านการตรวจสอบจากกรมประมงเรียบร้อยแล้ว
โดยกิจกรรมจัดขึ้นวันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน 2569 เวลา 17:00 น. ณ บ้านเกาะยาง หมู่ที่ 9 ตำบลโพธิ์งาม อำเภอประจันตคาม (ใกล้แยกห้วยขื่อ) …
ผู้สื่อข่าวได้โทศัพท์สัมภาษณ์ “ชนาธิป โคกมณี” รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยถึงประเด็นร้อนดังกล่าวว่า กระแสข่าวที่ระบุว่าปลาในจังหวัดปราจีนบุรีอันตรายและกินไม่ได้นั้น ได้สร้างความสับสนไปกันใหญ่ แท้จริงแล้วปัญหาปลาตายในบางพื้นที่เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นทุกปี เนื่องจากสาเหตุทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วมขังหญ้า น้ำเน่าเสีย หรือออกซิเจนในน้ำลดลง ไม่ได้เกิดจากปัญหาโรงงานอุตสาหกรรมอย่างที่ถูกกล่าวหาเพียงอย่างเดียว
อีกทั้งกรมประมงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจพิสูจน์เนื้อปลาอย่างละเอียดแล้ว และยืนยันตรงกันว่า ปลาไม่ได้มีสารโลหะหนักหรือสารพิษเจือปนแต่อย่างใด ประชาชนสามารถรับประทานได้ตามปกติ
“เราต้องสร้างความเชื่อมั่นครับ ไม่อย่างนั้นภาพลักษณ์จังหวัดปราจีนบุรีจะเสียหายหมด บางเรื่องภาพข่าวทำให้คนมองว่าปราจีนฯ น่ากลัวไปเสียทุกเรื่อง ทั้งที่จริงแล้วพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขาก็รับประทานปลากันตามปกติ ไม่ได้วิตกกังวลอะไรเลย” — ชนาธิป โคกมณี รร.ผวจ.ปราจีนบุรี ระบุ
เพื่อเป็นการตอกย้ำความมั่นใจและล้างภาพลักษณ์เชิงลบ ทางจังหวัดเตรียมเดินหน้าจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ โดยใน วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายนนี้ เวลาประมาณ 17.00 น. ท่านผู้ว่าฯ จะเดินทางลงพื้นที่ ณ อำเภอประจันตคาม พื้นที่ศูนย์กลางของจังหวัด เพื่อไปพบปะเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชน
งานนี้จะร่วมกันหาปลาสดๆ จากแม่น้ำมาทำอาหารพื้นบ้านรับประทานร่วมกัน เพื่อพิสูจน์ให้สังคมเห็นกันจะๆ ว่าปลาน้ำจืดของจังหวัดปราจีนบุรีนั้น “สด สะอาด และปลอดภัย” หายห่วงอย่างแน่นอน!
มานิตย์ สนับบุญ-ข่าว/ณัฐนันท์-ภาพ/ปราจีนบุรี###
