วันพฤหัสบดี, ตุลาคม 29, 2026
Latest:

สมาคม อบต. บุกยื่นหนังสือถึง มท.2 จี้รัฐบาลอัดงบกลางฟื้นฟูภัยพิบัติด่วน พร้อมผ่าตัดใหญ่โครงสร้างท้องถิ่น ลดตำแหน่งซ้ำซ้อน ดันงบพัฒนาพื้นที่ทะลุ 20%

สมาคม อบต. บุกยื่นหนังสือถึง มท.2 จี้รัฐบาลอัดงบกลางฟื้นฟูภัยพิบัติด่วน พร้อมผ่าตัดใหญ่โครงสร้างท้องถิ่น ลดตำแหน่งซ้ำซ้อน ดันงบพัฒนาพื้นที่ทะลุ 20%

 

วันที่29 ตุลาคม 2569 สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย นำโดย ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมฯ พร้อมคณะกรรมการบริหาร เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนฉบับสำคัญต่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) โดยมี นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับมอบ เพื่อส่งสัญญาณเตือนถึงภาวะวิกฤตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ที่กำลังเผชิญข้อจำกัดรุนแรงทั้งด้านงบประมาณและโครงสร้างการบริหารงานบุคคล จนส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบำบัดทุกข์บำรุงสุขของประชาชน

 

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการสะท้อนเสียงความเดือดร้อนผ่านหนังสือสำคัญ 2 ฉบับ โดยฉบับแรกเป็นการเรียกร้องงบประมาณรายจ่ายประจำปี (งบกลาง กรณีฉุกเฉิน) เพื่อเร่งกอบกู้พื้นที่ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม ซึ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างต่อสิ่งสาธารณประโยชน์ ทั้งเส้นทางคมนาคม ถนน สะพาน ตลิ่ง เขื่อนกันดิน และระบบประปา ส่งผลให้การดำรงชีวิตของชาวบ้านต้องหยุดชะงัก ขณะที่ อบต. ในหลายพื้นที่กลับตกอยู่ในภาวะ “มือประสานแต่ไร้กำลังงบ” ติดดักข้อกฎหมายและงบประมาณที่ไม่เพียงพอ จนไม่สามารถเข้าฟื้นฟูความเสียหายได้อย่างทันท่วงที จึงขอให้รัฐบาลปลดล็อกจัดสรรงบกลางลงสู่ท้องถิ่นโดยเร็วที่สุด

 

ขณะเดียวกัน หนังสือฉบับที่สองได้มุ่งเป้าไปที่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ผ่านข้อเสนอต่อประธานคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล เพื่อผ่าตัดใหญ่ระบบบริหารงานบุคคลและงบประมาณท้องถิ่นใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การปรับกรอบอัตรากำลังให้สะท้อนภารกิจจริงเพื่อลดตำแหน่งที่ซ้ำซ้อน, การเปิดเส้นทางเติบโตให้ข้าราชการสายวิชาการก้าวสู่นักบริหารได้โดยตรง, การจัดสรรค่าตอบแทนพิเศษตามภาระงานจริง และการสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศในการคำนวณค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร

นอกจากนี้ สมาคมฯ ยังได้เสนอกรอบการจัดสรรงบประมาณใหม่ โดยจี้ให้มีการล็อคสเปก “งบลงทุน” ขั้นต่ำให้อยู่ที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และต้องดันให้ถึงร้อยละ 20 ในระยะยาว โดยมุ่งเน้นการตัดลดค่าใช้จ่ายประจำที่ไม่จำเป็น เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการ เพื่อเปลี่ยนงบประมาณให้กลับมาเป็นรากฐานในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับบริการสาธารณะ และฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง