มท.4 -“บิ๊กราญ” แถลงผล “ตัดบทพ่อทิพย์” เพิ่มกฎเหล็ก รพ.ห้ามแจ้งเกิดแทน ย้ำพ่อแม่ต้องไปติดต่อนายทะเบียนเอง
มท.4 -“บิ๊กราญ” แถลงผล “ตัดบทพ่อทิพย์” เพิ่มกฎเหล็ก รพ.ห้ามแจ้งเกิดแทน ย้ำพ่อแม่ต้องไปติดต่อนายทะเบียนเอง
เมื่อเวลา 14.30 น.วันที่ 27 ต.ค.ที่ กองกำกับการสืบสวนกองบังคับการตำรวจนครบาล 8 (กก.สส.บกน.8) นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.นพสิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น.และ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครองมอบหมายให้ ดร.รัฐวิช จิตสุจริตวงศ์ ผอ.ศูนย์ DOPA N.I.C.E. Center (ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตและภัยความมั่นคงทางทะเบียน) พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ “ตัดบทพ่อทิพย์” ปราบปรามขบวนการแจ้งเกิดให้ลูกชาวต่างชาติโดยใช้พ่อสัญชาติไทยเพื่อให้ลูกได้สัญชาติไทยอันเป็นเท็จหลายจุด จับกุมผู้ต้องหา 24 คน ประกอบด้วยพ่อทิพย์คนไทย 10 คน พ่อแม่ชาวต่างชาติ 9 คน ลูกของคนต่างชาติ 3 คน เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 คน เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต 1 คน
นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ฝ่ายปกครองได้เพิกถอนใบสูติบัตรของลูกชาวต่างชาติทั้งหมด 50 รายการ พร้อมขยายผลดำเนินคดีเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิด และประสานกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติหรือไม่ แม้ว่าลูกของครอบครัวชาวจีนจะถูกถอนสัญชาติ พวกเขาจะยังคงมีสัญชาติเดิมตามพ่อแม่ตัวเอง ยังสามารถอยู่อาศัยและทำงานในประเทศไทยได้ และสามารถขอสัญชาติไทยกลับเข้ามาได้ แต่ทั้งหมดต้องดำเนินการตามระเบียบ
กรณีเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะถูกถอนสัญชาติ ยังคงมีสัญชาติเดิมตามพ่อแม่เช่นกัน แต่กระทรวงพัฒนาความมั่นคงทางสังคมและมนุษย์ หรือ พม.จะใช้หลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พร้อมติดตามหาญาติเข้ามาดูแล หากไม่มี กระทรวง พม.จะรับไว้ดูแลตามหลักอนุสัญญาที่เกี่ยวข้อง เมื่อบรรลุนิติภาวะแล้ว จะเพิกถอนสัญชาติและดำเนินคดี
ด้าน พล.ต.อ.สำราญ กล่าวว่า ปฏิบัติการทลายขบวนการพ่อทิพย์ทั้งหมด 3 เฟสตั้งแต่เดือนก.ค.ที่ผ่านมา จับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 67 คน พบว่าแต่ละคดีมีผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่ต้องการได้รับสัญชาติไทยว่าจ้างคนไทยมาจดทะเบียนสมรสกับหญิงชาวจีนและให้อ้างตัวเป็นพ่อแท้ๆ ของเด็กชาวจีน ซึ่งผลการตรวจสอบดีเอ็นเอของลูกชาวจีนกับพ่อชาวไทยพบว่าไม่ตรงกัน แต่ตรงกับครอบครัวชาวจีน จึงจับกุมดำเนินคดีและเพิกถอนสัญชาติไทยของคนต่างชาติทั้งหมด นอกจากนี้จะตรวจสอบควบคู่กับความผิดเรื่องนอมินีด้วย ยืนยันว่า หากมีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดจะติดตามจับกุมทั้งหมด บางรายถูกจับกุมตั้งแต่ปฏิบัติการครั้งก่อนแต่ยังมีความเชื่อมโยงมาถึงการจับกุมครั้งล่าสุดนี้
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบายให้กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เราจะทำต่อเนื่อง ช่วยนำเสนอคนที่อยากเข้ามาอยู่ในเมืองไทยที่ถูกต้องเพราะมีกรณีทั้งคนที่มีสัญชาติ คนที่สามารถประกอบอาชีพได้ก็มีช่องทาง ไม่ต้องไปพึ่งบริษัทที่แนะนำในทางที่ผิด บริษัทบัญชีรายปี ย้ำว่า เราต้องนำเสนอแนวทางในสิ่งที่ถูกต้อง ทั้งนี้ เราจะดำเนินการต่อเนื่องทั้งนอมินี พ่อทิพย์
ส่วนดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า พ.ร.บ.บัตรประชาชน พ.ร.บ.สัญชาติ กรมการปกครอง มาตรา 157 ก็เข้าข่าย บางทีเข้าไปยื่นคิวตามปกติ เราต้องดูเจตนา
เมื่อถามว่าเป็นขบวนการหรือรายบุคคล สามารถสืบสวนไปถึงรายบุคคลได้ มีเอเยนต์ในการรับทำหรือไม่ จากการตรวจสอบพบบริษัททัวร์เฟิร์ม เราก็ได้มีการดำเนินคดีให้เพิกถอนไปประกอบวิชาชีพ เบื้องต้นเป็นบริษัทของคนไทย
เมื่อถามถึงขั้นตอนการดำเนินการตรวจสอบสูติบัตร หลังจากเปิดปฏิบัติการมีการดำเนินการตรวจสอบอย่างไรบ้าง นายอาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ระบุว่า ตั้งแต่มีการดำเนินการ ทางกระทรวงสาธารณสุขได้มีการดำเนินการร่วมกับกรมการปกครองในการตรวจสอบการจดสูติบัตร เนื่องจากมีการประชุมโรงพยาบาลกว่า 500 โรงพยาบาลทั่วประเทศ จะต้องแจ้งเกิดตามขั้นตอนที่ถูกต้อง และไม่ว่าใครที่มอบหมายหรือมอบหมายใครทำก็จะมีโทษทั้งหมด เป็นโทษเกี่ยวกับบุคคลและการมอบหมายให้ทำ และห้ามไม่ให้โรงพยาบาลให้บุคคลไปจดทะเบียนเกิดแทนพ่อแม่ตัวจริง พ่อแม่ตัวจริงต้องดำเนินการเองเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวอาจจะเป็นเพียงการกระทำส่วนบุคคล โรงพยาบาลอาจจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
นายอาคม เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้รวบรวมเวชระเบียนโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการพ่อทิพย์ แม่ทิพย์ โดยเริ่มมาตั้งแต่สองเดือนที่แล้ว ส่งให้พนักงานสอบสวนแล้วกว่า 400 เคส หากพบเจ้าหน้าที่จัดทำหลักฐานเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท รวมถึงเพิกถอนใบอนุญาตสถานพยาบาล พร้อมปรับขั้นตอนแจ้งเกิด โดยกำหนดให้พ่อแม่ไปแจ้งต่อนายทะเบียนด้วยตนเอง ไม่สามารถมอบหมายเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลดำเนินการแทนได้ ตอนนี้ได้มีการประกาศเตือนไปยัง 500 โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข และเอกชน ถึงบทลงโทษหากเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้
ด้านนางเธียรทอง ประสานพินิจ รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน ทาง พม. มีกฎหมายคุ้มครองเด็กอยู่ ถึงแม้เด็กจะถูกเพิกถอนสัญชาติ ก็จะมาอยู่ในความดูแลของ พม. จากนั้นจะมีการประสานติดต่อไปยังญาติของเด็ก หากไม่พบญาติ พม. จะดำเนินการดูแลตามกฎหมาย พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก จนกว่าจะเจอญาติ ในกรณีที่ญาติไม่ประสงค์จะดูแลเด็ก จะต้องมีการเซ็นรับรองเพื่อมอบอำนาจให้กับทาง พม. เป็นผู้ดูแลเด็กแทน
ส่วว พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. เปิดเผยว่า การตรวจสอบขบวนการพ่อทิพย์ แม่ทิพย์ ซึ่งมีเป้าหมายกว่า 1,400 คน ต้องใช้เวลา เนื่องจากการตรวจดีเอ็นเอแต่ละคดีมีค่าใช้จ่ายกว่า 10,000 บาท และต้องตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 คน ซึ่งช่องโหว่สำคัญอยู่ที่ขั้นตอนเชื่อมต่อระหว่างโรงพยาบาลกับสำนักงานเขต โดยโรงพยาบาลออกใบแจ้งเกิด ขณะที่ฝ่ายปกครองต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนรับแจ้งเกิด จึงเสนอให้พิจารณานำมาตรการตรวจดีเอ็นเอมาใช้ เพื่อป้องกันการแจ้งเกิดเท็จในอนาคต
นายวรศิษฐ์ บอกทิ้งท้ายด้วยว่า วันนี้ไม่ได้แค่จับอย่างเดียวแต่สิ่งที่ทำคือทำอย่างไรเพื่อป้องกันไมาให้เกิดปัญหาในอนาคต เช่น การออกนอกประเทศจะต้องแสดงใบสูจิบัตร และ พ่อแม่ไม่สามารถมอบอำนาจไปแจ้งเกิดได้ต้องเป็นพ่อแม่โดยตรงเท่านั้น และการแจ้งเกิดในอนาคตจะต้องมีการตรวจดีเอ็นเอทุกกรณี เพื่อป้องกันการผิดพลาดและป้องกันปัญหาในอนาคตไม่ให้เกิดขึ้น

พร้อมย้ำว้า รัฐบาล ยินดีต้อนรับทุกคนเป็นย่างยิ่ง หากเข้ามาด้วยความสุจริตและเคารพกฎหมายไทย แต่หากมาสร้างปัญหา ก็ต้องดำเนินการโดนไม่มีข้อละเว้น
///
