ผกก.สภ.เมืองนครปฐม ยันแจ้งข้อหาประมาททุกคนที่เกี่ยวข้องไม่เว้นคนตาย
ผกก.สภ.เมืองนครปฐม ยันแจ้งข้อหาประมาททุกคนที่เกี่ยวข้องไม่เว้นคนตาย
หลังพ่อร้อง สายไหมต้องรอด ลูกดับเพราะชนเครื่องสูบน้ำอบต.ตั้งกลางถนน
ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม ชี้แจงผ่านสื่อ กรณีนักศึกษาขับขี่รถจักรยานยนต์ชนเครื่องสูบน้ำที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังตะกูติดตั้งเพื่อสูบน้ำออกจากชุมชนในช่วงน้ำท่วมจนเสียชีวิต และพ่อได้ไปร้องต่อเพจ “สายไหมต้องรอด” ว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากบุตรซึ่งเป็นผู้ตายถูกแจ้งข้อกล่าวหาประมาท แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้มีการไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดจนสามารถบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ได้และมีการสอบปากคำพยานทุกปากไว้หมดแล้ว ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวหาไม่ได้แจ้งเพียงผู้เสียชีวิตแต่แจ้งถึงสี่ส่วน รวมถึงนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายช่างผู้รับผิดชอบ คนขับรถรถกระบะที่มาเปิดทางปิดกั้น และน้องนักศึกษาที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ย้ำให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ทุกอย่างเหลือเพียงส่งฟ้องศาล คาดว่าภายในสัปดาห์หน้าก็จะเสร็จสิ้นก่อนที่คุณพ่อจะไปร้องเพจดัง
วันที่ 26 ตุลาคม 69 ผู้สื่อข่าวติดตามความคืบหน้ากรณี นายนันทกร อายุ 21 ปี บัณฑิตหนุ่มปริญญาตรี ชาว จ.นครปฐม เดินทางเข้าร้องทุกข์กับ “สายไหมต้องรอด” หลังสูญเสียลูกชายจากอุบัติเหตุ เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ อบต.ใน พื้นที่ อ.เมือง จ.นครปฐม นำเครื่องสูบน้ำไปติดตั้งขวางเส้นทางจราจรโดยไม่ติดป้ายเตือน เป็นเหตุให้รถจยย.เสียหลักล้มลงจนเสียชีวิต เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา
โดยนายสันติ ให้ข้อมูลกับเพจสายไหมต้องรอดว่า เหตุการณ์ดังกล่าว เป็นอุบัติเหตุที่เกิดอุบัติเหตุนายนันทกร อายุ 21 ปี (บุตรชาย) ซึ่ง ขี่รถจยย. เฉี่ยวชนกับเครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งโดยเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังตะกู อำภอเมืองนครปฐม ซึ่งในขณะที่เกิดเหตุนั้นมีฝนตกหนัก จนมีน้ำท่วมขัง ทำให้ทางอบต. วังตะกู ต้องทำการสูบน้ำเพื่อเร่งการระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยนำเครื่องสูบน้ำมาตั้งวางไว้บนถนนคันคลองชลประทาน
ซึ่งจากข้อมูลพบว่าในการติดตั้งเครื่องสูบน้ำครั้งนี้ ไม่มีสัญญาณเตือนเพื่อให้ประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน หรือสัญจรไปมาบนเส้นทางดังกล่าวทราบ โดยไม่มีทั้งอุปกรณ์ กรวยยาง หรือสัญญาณไฟ เพื่อบ่งบอกว่ามีการทำงาน หรือมีอุปกรณ์มาตั้งขวางถนนอยู่ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว ทั้งนี้พื้นที่ในการของการเกิดอุบัติเหตุอยู่ที่บริเวณถนนด้านหลังเรือนจำกลาง นครปฐม ซึ่งอยู่ในเขตดูแลรับผิดชอบ ขององค์การบริหารส่วนตำบลวังตะกู โดยมีนายจรูญ ดาราสม เป็น นายกอบต.วังตะกู ในการรับผิดชอบในพื้นที่
โดย พ.ต.อ.อชิรวัตติ์ ถาวรเจริญวัฒน์ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม เผยว่า กรณีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้มีการสั่งการให้ชุดสิบสวนมีไล่กล้องจากแขวงการทางชนบท ซึ่งสามารถบันทึกภาพไว้ได้ในช่วงเกิดเหตุ โดยปรากฏพบว่ามีการตั้งป้ายสัญญาณจากทาง อบต.ไว้แต่มีผู้ใช้รถกระบะขับขี่มาจอดและได้ยกป้ายออก โดยได้ขับรถเข้าไปในจุดที่ปิดป้ายไว้ เป็นช่วงเดียวกับที่น้องนักศึกษาทั้ง 2 คนที่ขับขี่ซ้อนกันมาซึ่งกำลังลังเลว่าจะเปลี่ยนเส้นทางจึงได้ตัดสินใจ ขับขี่รถเข้าไปและแซงกระบะ กระทั่งไปชนท่องระบายน้ำจนเกิดอุบัติเหตุสลด โดยมีผู้เสียชีวิตทั้ง 2 รายที่ซ้อนกันมา

ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้มีการตรวจสอบทุกอย่างตามกระบวนการ โดยมีเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบในที่เกิดเหตุการค้นภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบพยานทุกปาก ที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมถึงตรวจสอบแอลกอฮอล์ ของผู้เสียชีวิตทั้งคู่ รวมถึงคนขับรถกระบะ นอกจากนี้ยังมีการสอบปากคำบิดาของผู้เสียชีวิต และญาติผู้เสียชีวิตอีกคนหนึ่ง เจ้าของท่อน้ำ เจ้าหน้าที่การช่างอบต.วังตะกู คนขับรถกระบะครบทุกปากแล้ว เหลือเพียงกระบวนการในการตรวจสอบทำหนังสือชี้แจงไปยังแขวงการทางชนบทเรื่องการขออนุญาตใช้ถนนจาก อบต.วังตะกู ว่ามีการขออนุญาตครบถ้วนหรือไม่ซึ่งทราบว่ามีการขอเข้าไปแต่ยังมีการอนุมัติออกมาไม่ทั้งหมด ซึ่งหากหนังสือตอบรับกลับมามาถึงก็สามารถทำส่งฟ้องได้
ผู้การสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม กล่าวตอบไปว่า การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีความล่าช้าเพราะอยู่ในกรอบช่วงเวลาของกฎหมายเพียงแต่พนักงานสอบสวนมีความสงสัยในบางกระบวนการคือหนังสือการขอใช้ถนน ซึ่งหากตอบรับมาก็สามารถดำเนินการได้ทันทีซึ่งทุกอย่างทำเสร็จสิ้นหมดแล้วเหลือเพียงการเชิญทุกฝ่าย ประกอบด้วย อบต. วังตะกู คนขับรถกระบะ และญาติผู้เสียชีวิตทั้งสองคน มาทำการเจรจาตกลงชดเชยค่าเสียหาย ซึ่งหากลงตัวก็จะมีการทำเรื่องสรุปส่งฟ้องศาลซึ่งก็จะจะอยู่ในดุลพินิจของศาลท่านว่าตัดสินอย่างไร เรื่องนี้ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะเป็นการเสียชีวิตของนักศึกษาทั้งสองคน ในส่วนนี้คุณพ่อของน้องที่เสียชีวิตอาจจะน้อยใจว่าเหตุใดถึงได้มีการแจ้งข้อหาประมาทกับน้องที่เสียชีวิตซึ่งตรงนี้เป็นไปตามภาพที่ปรากฏจากกล้องกล้องวงจรปิด ซึ่งทุกคนล้วนมีส่วนประมาท ในแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป
” ตอนนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับใครยังอยู่ในขั้นสรุปการสอบปากคำและนำหลักฐานทุกอย่างมาประกอบเพื่อนำส่งฟ้องเท่านั้น และเหลือการเจรจาพูดคุยกันแต่ถึงอย่างไรก็จะต้องส่งฟ้องศาลเนื่องจากมีผู้เสียชีวิต ซึ่งหากครอบครัวหรือญาติที่รู้สึกติดใจว่าตำรวจดำเนินการอย่างไรขอให้เค้ามาพูดคุยได้เราสามารถเปิดข้อมูลให้ดูได้ทุกอย่างและเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจขอยืนยันว่าไม่ได้มีความสนิทสนมหรือให้น้ำหนักพิเศษกับใครแต่ทำตามกระบวนการและข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้ และเรื่องนี้ก็ถึงขั้นตอนใกล้จะจบสิ้นแล้ว และผู้ถูกกล่าวหาก็จะจะต้องมี นายกอบต. วังตะโก นายช่างผู้รับมอบหมาย คนขับรถกระบะ และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เสียชีวิต ไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหากับน้องที่เสียชีวิตเพียงคนเดียว และตำรวจสามารถตอบคำถามได้ทุกข้อ” ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม
ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยัง อบต.วังตะกู เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากเหตุการณ์ดังกล่าว จากนายจรูญ ดาราสม นายกอบต. เพื่อให้ออกมาชี้แจงในการตั้งคำถามของบิดาของผู้เสียชีวิตที่ไปร้องกับเพจสายไหมต้องรอด ว่ามีข้อมูลที่ตรงกันหรือไม่และจะมีการดำเนินการอย่างไรตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา แต่พบว่า ไม่ได้มีการลงมาพบหรือให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ซึ่งแจ้งเพียงว่าคนที่ทราบเรื่องดังกล่าวไม่อยู่ในวันนี้
จากนั้นจึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ ดังกล่าว และสอบถามชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณดังกล่าวได้บอกว่าปกติแล้วอบต. วังตะกู จะไม่ได้มีการตั้งเครื่องสูบน้ำอยู่ตรงนั้นเป็นประจำแต่จะมีการนำเครื่องสูบน้ำตั้งในกรณีที่ฝนตกตกลงมาอย่างหนักและมีน้ำท่วมขังในชุมชน ซึ่งเกิดเหตุก็เห็นมีป้ายกั้นที่ถนนเอาไว้ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่รู้ก็จะใช้วิธีอ้อมเส้นทางไม่ขับขี่เข้ามาในบริเวณที่มีจุดติดตั้งเครื่องสูบน้ำ แต่คนที่ไม่รู้ว่าทางอบต. วังตะกู ดำเนินการก็จะไม่ทราบ ซึ่งก็ยังสงสัยว่าเหตุใด จึงเกิดอุบัติอุบัติเหตุถึงขั้นสูญเสียชีวิตนักศึกษาไปถึงสองคนได้
