ผบก.ภ.จว.ยะลา แถลงรวบ 2 ผู้ต้องหาคดีฆ่าหนุ่มวัย 19 ปี ยิงหลัง–แทงซ้ำ 7 แผล ปมขัดแย้งเก่า ยึดปืนเถื่อน–มีด–จยย. สั่ง 18 สภ. กวาดล้างอาวุธเข้ม
ผบก.ภ.จว.ยะลา แถลงรวบ 2 ผู้ต้องหาคดีฆ่าหนุ่มวัย 19 ปี ยิงหลัง–แทงซ้ำ 7 แผล ปมขัดแย้งเก่า ยึดปืนเถื่อน–มีด–จยย. สั่ง 18 สภ. กวาดล้างอาวุธเข้ม
ยะลา – วันที่ 22 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา ว่า พล.ต.ต.ศักดา เจริญกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา แถลงผลการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย อายุ 23 ปี และ 17 ปี ตามหมายจับในคดีร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงและใช้อาวุธมีดแทง นายรีดูวัน สามานุง อายุ 19 ปี เสียชีวิตภายในซอยพงยือไร 1-2 หมู่ 2 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา เมื่อคืนวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนติดตามจนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ในช่วงเที่ยงของวันที่ 22 ตุลาคม 2569 พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ มีดพับ รถจักรยานยนต์ และเสื้อผ้าที่เกี่ยวข้องกับคดี
การปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9, พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และ พล.ต.ต.ศักดา เจริญกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา
โดยได้สั่งการให้ พ.ต.อ.เอกสิษฐ์ เหมกรณ์ ผู้กำกับการกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา, พ.ต.อ.ฉัตรชัย ศักดิ์ดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองยะลา และ พ.ต.ท.รัชพล เจะซู รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองยะลา นำกำลังชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ยะลา ชุดสืบสวน สภ.เมืองยะลา และชุดสืบสวน สภ.กรงปินัง ร่วมกันสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดี
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย ประกอบด้วย รายแรก นายรุสมี เจ๊ะเยาะเจ๊ะเตะ อายุ 23 ปี ชาวตำบลปุโรง อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา ตามหมายจับศาลจังหวัดยะลา ที่ 427/2569 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2569 รายที่ 2 นายอัสรีย์ มารีนิง อายุ 17 ปี ชาวตำบลปุโรง อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา ตามหมายจับศาลเยาวชนจังหวัดยะลา ที่ 7/2569 ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2569
การจับกุมมีขึ้นเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 12.00 น. โดยเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมตรวจยึดของกลางที่เกี่ยวข้องกับคดี ประกอบด้วย อาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์แบบกระทุ้งท้าย ใช้กับกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 เกจ จำนวน 1 กระบอก , อาวุธมีดพับสีเงิน ความยาวรวมด้ามประมาณ 23.5 เซนติเมตร จำนวน 1 เล่ม , รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น PCX สีเทา หมายเลขทะเบียน 1 กพ 1272 ยะลา จำนวน 1 คัน , เสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาสวมใส่ขณะเกิดเหตุ จำนวน 2 ชุด
สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 23.40 น. หลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงและใช้อาวุธมีดแทง นายรีดูวัน สามานุง อายุ 19 ปี จนเสียชีวิต บริเวณซอยพงยือไร 1-2 หมู่ 2 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
ภายหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองราย ก่อนที่ชุดสืบสวนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันติดตามจับกุมได้ในเวลาต่อมา
จากการสอบสวนเบื้องต้น ตามข้อมูลที่เจ้าหน้าที่เปิดเผย ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ โดยนายรุสมี เจ๊ะเยาะเจ๊ะเตะ รับว่าเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า PCX สีเทา ทะเบียน 1 กพ 1272 ยะลา ส่วนนายอัสรีย์ มารีนิง รับว่าเป็นผู้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจำนวน 1 นัด ถูกบริเวณแผ่นหลัง ขณะที่นายรุสมีฯ ใช้อาวุธมีดแทงบริเวณหน้าอกผู้ตายจำนวน 7 แผล จนเสียชีวิต
ส่วนมูลเหตุของคดี เจ้าหน้าที่ระบุว่า กลุ่มผู้ต้องหาและกลุ่มผู้ตายเคยมีปัญหาทะเลาะวิวาทกันในพื้นที่อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา เมื่อประมาณ 2 เดือนก่อน กระทั่งคืนเกิดเหตุ ผู้ต้องหาทั้งสองขับขี่รถจักรยานยนต์มาพบผู้ตายโดยบังเอิญในพื้นที่อำเภอเมืองยะลา ก่อนขับรถติดตามไปจนทัน
จากข้อมูลการสอบสวนเบื้องต้น เมื่อผู้ตายกระโดดลงจากรถจักรยานยนต์ของเพื่อน นายอัสรีย์ฯ ได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตาย ก่อนที่นายรุสมีฯ จะลงจากรถและใช้อาวุธมีดแทงซ้ำบริเวณหน้าอก 7 แผล เป็นเหตุให้ผู้ตายเสียชีวิต
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายและรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดีต่อไป
ทางด้าน พล.ต.ต.ศักดา เจริญกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดยะลา กล่าวเน้นย้ำถึงมาตรการป้องกันเหตุในระยะยาว โดยเตรียมสั่งการให้สถานีตำรวจทั้ง 18 แห่งในสังกัดตำรวจภูธรจังหวัดยะลา เพิ่มความเข้มงวดในการระดมกวาดล้าง ตรวจค้น และจับกุมผู้ครอบครองอาวุธปืนและอาวุธมีดผิดกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการนำอาวุธไปใช้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ชุมชน และลดโอกาสเกิดเหตุสูญเสียซ้ำรอย
พร้อมฝากถึงผู้ปกครองให้ช่วยกันสอดส่องดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่อาจมีปัญหาความขัดแย้งระหว่างกลุ่มเพื่อน ไม่สนับสนุนหรือปล่อยปละละเลยให้พกพาอาวุธออกไปก่อเหตุ เพราะนอกจากจะส่งผลกระทบต่อชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนแล้ว ยังอาจทำลายอนาคตของเยาวชนและสร้างความสูญเสียให้กับครอบครัวอย่างไม่อาจย้อนคืน

ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด โดยการดำเนินคดีจะเป็นไปตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม
