ปราจีนบุรี-เดือดปุด! ชาวบ้านกบินทร์ฯ โวย “น้ำดำ-กลิ่นเหม็น” ทะลักหลังนิคมฯ บ่อทอง จี้สั่งปิดถาวรโรงงานมลพิษ-ย้ายยกทีมอุตสาหกรรมจังหวัด! ด้านผลแล็บโลหะหนักสัตว์น้ำผ่านฉลุย กินปลอดภัยแน่นอน
ปราจีนบุรี-เดือดปุด! ชาวบ้านกบินทร์ฯ โวย “น้ำดำ-กลิ่นเหม็น” ทะลักหลังนิคมฯ บ่อทอง จี้สั่งปิดถาวรโรงงานมลพิษ-ย้ายยกทีมอุตสาหกรรมจังหวัด! ด้านผลแล็บโลหะหนักสัตว์น้ำผ่านฉลุย กินปลอดภัยแน่นอน
ปราจีนบุรี – ชาวบ้าน อ.กบินทร์บุรี สุดทน! ร้องลั่นพบน้ำเน่าสีดำส่งกลิ่นเหม็นเอ่อล้นจากหลังนิคมฯ บ่อทอง ไหลลงบึงหนองขอน แหล่งน้ำดิบทำประปาหมู่บ้าน หวั่นกระทบสัตว์น้ำและชาวบ้านเรื้อรัง แกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็งเปิดหน้าชน จี้สั่งปิดถาวรโรงงานก่อมลพิษตาม ม.39 วรรคสาม พร้อมฉะแหลกอุตสาหกรรมจังหวัดทำงานล่าช้า ปล่อยปิดโรงงานแค่กระดาษ เสนอย้ายยกทีม! ขณะที่ “สุชาติ ชมกลิ่น” สั่ง คพ. ลุยส่งทีมตรวจคลองเพชรเอิม แต่ข่าวดี! ผู้ว่าฯ การันตีปลาแม่น้ำปราจีนบุรีปลอดภัย ไร้ปนเปื้อนโลหะหนัก เปิบได้สบายใจ
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี เกิดกระแสความวิตกกังวลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดีย หลังผู้นำชุมชนบ้านนาใต้ หมู่ 6 ต.บ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี โพสต์ภาพและข้อความประจานปัญหาน้ำเสียสีดำคล้ำ มีกลิ่นเหม็นเน่า ไหลทะลักมาจากบริเวณด้านหลังนิคมอุตสาหกรรมบ่อทอง ลงสู่สระน้ำสาธารณะรอบบึงหนองขอน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบสำคัญในการผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ก่อนจะเอ่อล้นไหลลงแควพระปรงและแม่น้ำปราจีนบุรี ชี้เป็นปัญหายืดเรื้อรังมาตั้งแต่ต้นปี 2569 ที่เคยทำปลาตายเกลื่อน และปัจจุบันยังคงมีการแอบปล่อยน้ำเสียลงคลองสาธารณะอยู่อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย
เมื่อลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ช่วงน้ำท่วมหรือฝนตก น้ำเสียจะเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรม ส่งผลให้ต้นข้าวและหญ้าเน่าตายเสียหาย ชาวบ้านในพื้นที่ต่างตั้งข้อสงสัยว่าเป็นการลักลอบปล่อยน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมหรือไม่
ด้าน นายสุนทร คมคาย แกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง ออกมาเปิดหน้าชนเดือด เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้อำนาจตามมาตรา 39 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน สั่งปิดโรงงานที่ก่อปัญหามลพิษอย่างถาวร แทนการใช้มาตรา 39 วรรคหนึ่ง ที่สั่งแค่หยุดปรับปรุงชั่วคราว พร้อมเรียกร้องให้เยียวยาชาวบ้าน ทั้งชีวิต ทรัพย์สิน การตรวจสุขภาพระยะยาว และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม รวมถึงดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ นายสุนทร ยังได้ยื่นข้อเสนอสุดแซ่บ จี้ให้ “ย้ายอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรีออกไปยกทีม” โดยแฉว่า ที่ผ่านมาการทำงานล่าช้า ปล่อยปละละเลย ทำให้คำสั่งหยุดประกอบกิจการชั่วคราวเป็นเพียง ‘กระดาษแผ่นเดียว’ โรงงานแอบดึงกระดาษออกแล้วเปิดทำงานต่อ พอมีชุดตรวจพิเศษมาค่อยเอากระดาษมาติดใหม่ แถมพอชาวบ้านแจ้งเบาะแสคราบน้ำมันสีรุ้ง ก็ไม่เคยรีบลงมาตรวจสอบปล่อยให้หลักฐานเจือจางหายไป
ขณะเดียวกัน เพจกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการด่วนให้ คพ. ประสาน สคพ.7 (สระบุรี) ทสจ.ปราจีนบุรี และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจวัดคุณภาพน้ำบริเวณเหนือประตูระบายน้ำคลองเพชรเอิม ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี เบื้องต้นพบน้ำมีสีน้ำตาลดำ มีกลิ่นเล็กน้อย ค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) อยู่ที่ 0.8 ppm (ยังไม่กระทบสุขภาพรุนแรง) และค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) อยู่ที่ 3.23–3.26 มก./ลิตร ซึ่งยังไม่ต่างจากแม่น้ำปราจีนบุรี โดยได้เก็บตัวอย่างน้ำ 5 จุด ส่งตรวจแล็บอย่างละเอียดแล้ว
ล่าสุดเวลา 20.45 น. นายสัญญา นามี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยผลการตรวจวิเคราะห์เนื้อสัตว์น้ำจากห้องแล็บกรมประมง ที่เก็บตัวอย่างปลาธรรมชาติและปลาทับทิมกระชัง 9 ตัวอย่าง จาก 8 สถานี ครอบคลุมต้นน้ำ ยัน ปลายน้ำ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ที่ผ่านมา
ปรากฏว่า “ผลตรวจผ่านฉลุย ปลอดภัย ไร้โลหะหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานสาสุข!” โดยค่าปรอท แคดเมียม และตะกั่ว ตรวจพบเพียงน้อยนิด หรือไม่พบเลย ต่ำกว่าเกณฑ์ความปลอดภัยอย่างมาก ยืนยันให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวสบายใจว่า สัตว์น้ำและปลาในแม่น้ำปราจีนบุรีสามารถนำมารับประทานได้อย่างปลอดภัยแน่นอน!
###มานิตย์ สนับบุญ / ปราจีนบุรี ###

