นนทบุรี คู่กรณีโต้คนละมุม! เงื่อนงำเหตุขับรถไล่กวด ปืนขู่ปากเกร็ด แฉชนวนหึงโหด พฤติกรรมหัวร้อน
นนทบุรี คู่กรณีโต้คนละมุม! เงื่อนงำเหตุขับรถไล่กวด ปืนขู่ปากเกร็ด แฉชนวนหึงโหด พฤติกรรมหัวร้อน
จากกรณีที่ นายชานน อ่องจริต อายุ 23 ปี ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ว่าถูกกลุ่มวัยรุ่นขับรถยนต์ไล่กวดและใช้อาวุธคล้ายปืนข่มขู่ โดยคาดว่ามีสาเหตุมาจากปมปัญหาเรื่องผู้หญิงนั้น
ล่าสุด กลุ่มคู่กรณีได้เดินทางเข้าให้ปากคำและชี้แจงข้อเท็จจริงอีกด้านกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด โดยเปิดเผยถึงลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดดังนี้ ชนวนหึงโหดกลางสถานบันเทิง
นางสาวเอ (นามสมมุติ) เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุตนพร้อมเพื่อนรวม 4 คน และ “แม็กกี้” (หรือ แม็กซ์) แฟนหนุ่มวัย 20 ปี ได้ไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ต่อมา “แบงค์” ซึ่งเป็นคนคุยเก่าของตน ได้เดินเข้ามาทักทายที่โต๊ะเพื่อพูดคุยกับรุ่นพี่ในกลุ่ม ทำให้แม็กกี้เกิดความไม่พอใจอย่างรุนแรงเนื่องจากควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และคิดว่าเป็นการเข้ามาพูดคุยเพื่อเยาะเย้ย จนเกิดการทะเลาะวิวาทมีปากเสียงกันขึ้น แม้จะมีการไปตกลงเคลียร์ปัญหากันที่บริเวณหน้าร้าน แต่การพูดคุยไม่เป็นผล มีการใช้คำหยาบคายและด่าทอรุ่นพี่ในกลุ่มอย่างหนัก จนเรื่องราวบานปลายไปถึงบริเวณปั๊มน้ำมัน พีทีที ซึ่งแม็กกี้ได้พยายามกระชากกระเป๋าของตนเพื่อหากุญแจรถ เมื่อพบแล้วจึงขี่รถออกไป
นางสาวเอ กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนเพิ่งคบหากับแม็กกี้ได้เพียง 7 วันเท่านั้น โดยพบกันที่ร้านดังกล่าว ที่ผ่านมาแม็กกี้เคยยอมรับว่าตนเองเป็นคนอารมณ์ร้อน ขาดการควบคุมอารมณ์ และเคยมีพฤติกรรมง้างมือจะตบตนขณะอยู่กันสองคนจนต้องรีบห้ามไว้ พฤติกรรมคุกคาม แย่งทรัพย์สิน
ด้าน
นาย สุภาษิต แป้นสดใส อายุ 34ปี
พี่ชายของฝั่งผู้หญิง ระบุว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งเริ่มจากการที่น้องสาวและกลุ่มเพื่อนเจรจาขอเลิกรากับแม็กกี้ เนื่องจากมีปากเสียงกันหลายครั้ง ทำให้ฝ่ายชายเกิดอาการหึงหวง ไม่พอใจ จนถึงขั้นยื้อแย่งและกระชากกระเป๋าของน้องสาวจนสายขาด ซึ่งภายในมีทรัพย์สินสำคัญอย่างโทรศัพท์มือถือ ทางกลุ่มพี่ชายจึงต้องเข้าไปทวงถามเพื่อขอคืนทรัพย์สินนอกจากนี้ ในช่วงที่จะแยกย้ายกันกลับ ชายคู่กรณีดังกล่าวยังได้พยายามขับรถเบิ้ลเครื่องยนต์ส่งเสียงดัง และทำท่าทางคล้ายจะพุ่งชนรถยนต์สีดำของฝั่งตน ก่อนจะแยกย้ายกันไป โต้ข่าวไล่ยิง ชี้เป็นเหตุเข้าใจผิดบนท้องถนน
ทางด้าน นายชนวีร์ หงษ์สุวรรณ อายุ 25 ปี อาชีพคนขับรถ ได้เข้าชี้แจงถึงคลิปเหตุการณ์ไล่กวดกันบนท้องถนนว่า ในวันเกิดเหตุ (ประมาณวันที่ 19 เวลา 14.00 น.) ตนและเพื่อนเดินทางไปวิ่งงานแถวโบ๊เบ๊ และได้ขับรถตามหลังรถคู่กรณีบริเวณทางเข้า โดยคู่กรณีได้ขับรถเบิ้ลเครื่องเสียงดังและขับเฉี่ยวชนรถของตน ตนจึงขับตามไปเพื่อจะสอบถามดีๆ และขอโทษกัน แต่อีกฝ่ายไม่ยอมลงมาขอโทษและเปิดกระจกขับรถออกไปก่อน ตนจึงขับรถออกด้านข้างเพื่อบอกให้อีกฝ่ายจอดรถลงมาเคลียร์กัน ยืนยันว่า ตนและเพื่อนไม่ได้มีอาวุธปืน และไม่ได้มีพฤติกรรมตามไล่ยิงหรือทำร้ายร่างกาย ตามที่มีการนำคลิปไปโพสต์ในโซเชียลมีเดียแต่อย่างใด
แจ้งความดำเนินคดี PDPA ประจานออนไลน์
หลังเกิดเหตุ นางสาวเอ ได้ทำการบล็อกการติดต่อจากแม็กกี้ทุกช่องทางเพื่อจบความสัมพันธ์ แต่แม็กกี้กลับนำภาพใบหน้าและเรื่องราวของเธอไปโพสต์ลงในสื่อสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงกรณีที่คลิปและป้ายทะเบียนรถของกลุ่มนายชนวีร์ถูกนำไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กจนได้รับความเสียหาย

นางสาวเอ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เนื่องจากถูกนำรูปภาพไปโพสต์ประจานจนได้รับความเสียหาย พร้อมยืนยันว่าหากอีกฝ่ายไม่มาขอโทษและเคลียร์เรื่องราวให้จบ จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พร้อมฝากถึงอีกฝ่ายให้รู้จักตระหนักและทบทวนพฤติกรรมของตัวเองบ้าง
ขณะที่กลุ่มคู่กรณีวอนขอให้สังคมใช้วิจารณญาณในการรับชมคลิปและเปิดรับฟังข้อมูลให้ครบทั้งสองฝ่าย
