ราเชน” รับหนังสือด่วน! “ทนายสงกานต์” ร้องรัฐสภา ยื่นคำขาดฟ้องศาล รธน. ชี้ พ.ร.ก. อาวุธปืน กระทบ 6.2 ล้านคน
“ราเชน” รับหนังสือด่วน! “ทนายสงกานต์” ร้องรัฐสภา ยื่นคำขาดฟ้องศาล รธน. ชี้ พ.ร.ก. อาวุธปืน กระทบ 6.2 ล้านคน
วันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ห้องแถลงข่าวอาคารรัฐสภานายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ หรือ “ทนายสงกานต์” อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม และประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ได้ยื่นหนังสือด่วนที่สุดลงวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ส่งถึงประธานรัฐสภา ผ่าน นายราเชน ตระกูลเวียง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร เพื่อเรียกร้องให้เตือนไปยังนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีพิจารณาถอนร่างกฎหมายควบคุมอาวุธปืนโดยเร่งด่วน
สืบเนื่องจากกรณีที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และต่อมาเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 ได้มีการตรากฎหมายดังกล่าวออกมาในรูปแบบของ “พระราชกำหนด (พ.ร.ก.)” ซึ่งคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ทางนายสงกาญ์ชี้ให้เห็นว่า การตราเป็น พ.ร.ก. ดังกล่าวเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุจำเป็น เร่งด่วน หรือฉุกเฉินตามเงื่อนไขทางกฎหมาย และเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 172 และมาตรา 173 อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ การบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่นี้ยังได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนผู้ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย (ใบอนุญาต แบบ ป.4) ทั่วประเทศที่มีจำนวนสูงถึงประมาณ 6.2 ล้านคน/กระบอก จนได้รับความเดือดร้อนกันอย่างหนัก ตลอดจนกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของปาะชาชนที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครองไว้

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้การบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหารต้องหยุดชะงัก หรือเกิดปัญหาหากศาลเข้ามารับพิจารณาและมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดตามกระบวนการยุติธรรม ทนายสงกานต์จึงขอให้ประธานรัฐสภาแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณายกเลิกหรือถอนร่างกฎหมายดังกล่าว ภายในเวลา 48 ชั่วโมง นับตั้งแต่ยื่นหนังสือฉบับนี้ หากเห็นพ้องต้องกันว่ากฎหมายฉบับนี้มีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญจริง โดยมีการยื่นคำขาดว่า หากไม่มีการดำเนินการใดๆ จากฝ่ายบริหาร จะเดินทางเข้ายื่นฟ้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ ในวันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม 2569 ตามช่องทางเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทันที
