วันอังคาร, ตุลาคม 20, 2026

ชาวบ้านผวาหวั่นไฟไหม้ซ้ำรอยถมที่ด้วยขยะ ทนายโป้งลุยพื้นที่จี้เทศบาลตรวจสอบด่วน

ชาวบ้านผวาหวั่นไฟไหม้ซ้ำรอยถมที่ด้วยขยะ ทนายโป้งลุยพื้นที่จี้เทศบาลตรวจสอบด่วน

 

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เกิดประเด็นร้อนขึ้นในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เมื่อนายเกียรติคุณ ต้นยาง (ทนายโป้ง) สส.นนทบุรี เขต 7 พร้อมด้วย นางสาวสมร อาดำ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 ต.บางบัวทอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียนจาก น.ส.ตรีสุคนธ์ พานิชนก อายุ 47 ปี และชาวบ้านในพื้นที่ ซึ่งกำลังได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากกรณีการนำขยะจำนวนมากมาถมที่ดินใกล้กับเขตชุมชน

 

เดิมทีพื้นที่ดังกล่าวเป็นบ่อเพาะเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ และมีความลึกกว่า 3 เมตร ต่อมาเจ้าของที่ดินมีความประสงค์จะถมดินเพื่อเตรียมสร้างบ้านในอนาคต แต่เลือกใช้วิธีนำขยะประเภทเศษวัสดุก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า และเฟอร์นิเจอร์เก่าที่พังเสียหายจากน้ำท่วมมาถมทับ แทนการซื้อดินปกติที่มีราคาสูงถึง 5 แสน ถึง 1 ล้านบาท

 

ด้าน น.ส.ตรีสุคนธ์ ตัวแทนชาวบ้าน เปิดเผยว่า พื้นที่รอบข้างเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่มีเด็กและผู้สูงอายุอาศัยอยู่หนาแน่น การนำขยะกองโตมาทิ้งไว้ชิดกำแพงบ้าน สร้างความกังวลใจเป็นอย่างมาก ทั้งความเสี่ยงเรื่องเพลิงไหม้ ปัญหาน้ำขยะไหลลงสู่แหล่งน้ำ ตลอดจนมลพิษทางเสียงจากการขนย้าย ตลอด 1-2 เดือนที่ผ่านมา จนต้องประสานขอความช่วยเหลือจากผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่บ้าน และ สส.ทนายโป้ง ในที่สุด

 

ทางด้าน นายอ็อด อายุ 44 ปี ผู้ดูแลพื้นที่ ชี้แจงว่า ขยะที่นำมาลงส่วนใหญ่เป็นเศษวัสดุก่อสร้างและสิ่งของเครื่องใช้ในครัวเรือน ยืนยันว่าไม่มีขยะเศษอาหารหรือของเน่าเหม็น และหากพบขยะประเภทโฟมจะปฏิเสธการรับทิ้งเด็ดขาดเพื่อป้องกันวัตถุไวไฟ นอกจากนี้ ในพื้นที่มีการนำรถแม็คโครสแตนด์บายเกลี่ยขยะตลอดเวลา พร้อมทั้งกำหนดเวลา ปิด-เปิดประตู เข้า-ออก ชัดเจนไม่เกิน 18.00 น. มีคนดูแลตลอดทั้งวัน และตัวเจ้าของบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณหน้าบ่อ จึงเชื่อมั่นว่าโอกาสเกิดเพลิงไหม้มีน้อยมาก หากไม่มีผู้ใดจงใจเข้ามาจุดไฟกลั่นแกล้ง

 

ด้าน สส.ทนายโป้ง เปิดเผยว่า พื้นที่ใกล้เคียงเคยมีเหตุการณ์เผาสายไฟเพื่อลอกทองแดงจนเกิดเพลิงไหม้ลุกลามมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว ชาวบ้านจึงกังวลใจว่าจะเกิดเหตุซ้ำรอย ประกอบกับช่วงนี้เป็นฤดูฝน ขยะที่หมักหมมอาจส่งกลิ่นเหม็นกระทบสุขภาพ แม้ทางเจ้าของพื้นที่จะยืนยันเรื่องการติดกล้องวงจรปิด (CCTV) และมีมาตรการควบคุมความปลอดภัย แต่เนื่องจากบ้านเรือนประชาชนอยู่ใกล้ชิดกันมาก หากเกิดเหตุเพลิงไหม้หรือลุกลามอาจสร้างความเสียหายประเมินค่าไม่ได้ ตนจึงฝากไปยังเทศบาลเมืองใหม่บางบัวทอง และกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข หรือเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือไม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันภัยพิบัติให้แก่พี่น้องประชาช

นในระยะยาว