ในประเทศ

แจ้ง 10 ข้อหาหนัก หลัง ปคม. ทลายรังเจ้าแม่บาร์เบียร์ ซุกเด็กวัยเพียง 14-15 รอรับแขกกระเป๋าหนักรอบดึก

แจ้ง 10 ข้อหาหนัก หลัง ปคม.

ทลายรังเจ้าแม่บาร์เบียร์

ซุกเด็กวัยเพียง 14-15 รอรับแขกกระเป๋าหนักรอบดึก

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก.,

พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม., พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์, พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์, พ.ต.อ.มารุต

กาญจนขันธกุล, พ.ต.อ.ทองศูนย์ อุ่นวงค์ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ รรท.รอง ผบก.ปคม.,

พ.ต.อ.พงศกร โนรี ประจำ (สบ 5) บก.ปคม., พ.ต.อ.เถกิงวุฒิ กิตติศุภคุณ ,พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ รอง ผบก.ปคม.,

พ.ต.อ.อลงกต คชแก้ว ผกก.5 บก.ปคม.,

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.นัฐพล ดาวเวียง สว.กก.5 บก.ปคม. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ

กก.5 บก.ปคม.

 

ร่วมกันจับกุม น.ส.ธันย์ชนกฯ อายุ 43 ปี

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “1. ค้ามนุษย์โดยเป็นธุระจัดหา ซื้อขายจำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใดจัดให้อยู่อาศัยหรือรับไว้ซึ่งเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณี โดยกระทำแก่บุคคลอายุเกินกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี

 

, 2. เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้น กระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้น จะยินยอมก็ตาม โดยเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกินกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี, 3.

 

3.เป็นเจ้าของกิจการการค้าประเวณีผู้ดูแลหรือผู้จัดการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณีหรือผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณีผู้ดูแลหรือผู้จัดการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณีหรือผู้ควบคุมผู้กระทำการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณีโดยมีบุคคลอายุเกินกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีทำการค้าประเวณีร่วมอยู่ด้วย,

4.เพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้น กระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม โดยเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกินกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปี, 5.กระทำการใดๆ โดยการช่วยเหลือให้ความสะดวกหรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น รับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่นหรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณี, 6.

 

6.โดยทุจริตร่วมกันรับไว้ จำหน่าย เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปซึ่งบุคคลอายุเกินกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม, 7.โดยปราศจากเหตุผลอันสมควรร่วมกันพรากเด็กอายุไม่ถึงสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร,

8.ชักจูง ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด, 9. ตั้งสถานบริการ โดยมิได้รับใบอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่

 

และ 10. ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอม ให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสมหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก”

 

สถานที่จับกุม ร้านบาร์ ถ.พัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช

 

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ได้ลงพื้นที่ สืบสวนหาข่าวการลักลอบค้าประเวณีเด็กในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจว่าที่ร้านบาร์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช มี

น.ส.ธันย์ชนกฯ (เจ้าของร้าน) นำเด็กมาเสนอขายบริการทางเพศเชิงค้าประเวณี อันเข้าลักษณะการกระทำผิดที่เกี่ยวกับการค้ามนุษย์

 

โดยใช้โรงแรมชั้นบนของตัวอาคารร้านในการให้บริการแก่แขก จึงได้สืบสวนเพื่อทำการล่อซื้อบริการฯ ต่อมาสามารถตกลงซื้อบริการเด็ก โดยเงินรวม 3,500 บาท ให้แก่น.ส.ธันย์ชนกฯ เพื่อเป็นค่าตัวในการขึ้นไปให้บริการทางเพศที่โรงแรมชั้นบนของตัวอาคารร้าน

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงแบ่งกำลังเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือผู้เสียหาย 1 ราย ทราบชื่อคือ น.ส.เรน (นามสมมติ) อายุ 15 ปีเศษ พบเงินสด จำนวน 1,500 บาท ซึ่งเป็นธนบัตรหมายเลขตรงตามสำเนาธนบัตร (เบอร์แบงค์) และได้ตรวจค้นห้องอื่นๆ ซึ่งเป็นที่พักของเด็กเพิ่มเติม พบ น.ส.น้ำผึ้ง นามสมมติ อายุ 16 ปีเศษ

 

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้นำกำลังอีกส่วนหนึ่ง เข้าตรวจค้นร้าน พบ น.ส.ธันย์ชนกฯ นั่งอยู่ที่บริเวณหน้าร้าน และพบพนักงาน จำนวน 4 คน อยู่ภายในร้าน โดยหนึ่งในนั้นมี น.ส.อีฟ นามสมมติ อายุ 14 ปีเศษ ส่วนพนักงานอีก 3 คน อายุเกิน 18 ปี

 

จากนั้นจึงได้เชิญตัวน.ส.ธันย์ชนกฯ เข้าไปในร้าน และขอทำการตรวจค้นตัวโดยเจ้าหน้าที่หญิง พม.จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นผู้ตรวจค้น พบธนบัตร จำนวน 3,500 บาท ซึ่งผู้ต้องหากำไว้ในมือซ้าย ไม่พบสิ่งของผิดกฎหมายแต่อย่างใด จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เชิญตัวพนักงานในร้านทั้งหมด มาทำการซักถาม และควบคุมตัวน.ส.ธันย์ชนกฯ ไปยังบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดนครศรีรรมราช เพื่อทำบันทึกจับกุม พร้อมแจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาดังกล่าวข้างต้น ก่อนนำพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปคม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

 

พร้อมขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ และช่วยเหลือเด็กที่ตกเป็นเหยื่อจากการค้าประเวณีเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองตามกฎหมายต่อไป

จากการซักถาม พนักงานร้าน ส่วนใหญ่ให้การไปในทางเดียวกันว่า ที่ร้านเปิดเป็นร้านคาราโอเกะ

ให้ลูกค้าเข้ามาดื่มกิน ร้องเพลง และสามารถซื้อเด็กในร้านออกไปให้บริการทางเพศที่โรงแรมชั้นบนของอาคารร้านได้ โดยจะต้องจ่ายเงินให้ร้าน 500 บาท เป็นค่าพาเด็กออกไป ในส่วนค่าตัวน.ส.ธันย์ชนกฯ

เป็นคนดีลให้

 

โดย น.ส.อีฟ นามสมมติ อายุ 14 ปีเศษ ให้การว่า เพิ่งเดินทางมาจากกรุงเทพฯ เพื่อมาทำงาน

นั่งดื่มและชวนแขกคุย และทำงานได้ไม่กี่วัน ถูกส่งไปขายบริการ 2 ครั้ง ครั้งแรก ในราคา 15,000 บาท และครั้งที่สอง 10,000 บาท แต่ได้รับเงินจริงรวม 15,000 บาท

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ

 

กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ จึงขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยแก่พี่น้องประชาชนทั่วไปดังนี้

 

1. ฝากเตือนผู้ปกครองของเด็กหญิงทั่วไปที่มีบุตรหลานเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ขอให้สังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานว่ามีการใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือยเกินตัวกว่ารายได้ที่ผู้ปกครองมอบให้หรือไม่ และควรมีการตรวจสอบการใช้สื่อออนไลน์ของบุตรหลานว่ามีความผิดปกติ หรือการเดินทางไปต่างจังหวัด ว่ามีความน่าสงสัยหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กหลงเข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์เช่นนี้

 

2. ฝากเตือนเด็กเยาวชน ที่คิดจะกระทำผิดเช่นนี้ เพียงเพราะเห็นแก่เงินรายได้ไม่เท่าไหร่ และคิดว่าทำไปก็ไม่มีใครรู้ ให้พึงระลึกว่าแม้วันที่กระทำผิดอาจไม่มีใครรู้หรือถูกจับได้ แต่ร่องรอยพยานหลักฐานต่างๆ ของการกระทำผิดนี้ จะยังคงมีตลอดไป และหากวันใดที่ผู้ปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบ ก็อาจถูกนำกลับมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้

 

3. ฝากเตือนผู้ซื้อบริการทางเพศ อย่าเพียงเพราะเห็นแก่ความสนุกชั่วครั้งชั่วคราว และคิดว่ากระทำไปแล้วไม่มีใครรู้หรือจับได้ ขอให้พึงระลึกเช่นกันว่าพยานหลักฐานการกระทำผิดก็จะยังคงอยู่ และสามารถนำกลับมาดำเนินคดีได้ในภายหลังภายในอายุความ

 

4. ฝากเตือนผู้ที่คิดจะตั้งตัวเป็นเอเย่นต์หรือนายหน้าค้าบริการทางเพศเด็ก เพียงเพราะเห็นแก่รายได้ส่านต่างจากการค้าประเวณี ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดฐานค้ามนุษย์ และเป็นความผิดที่มีอัตราโทษสูง จำคุกกว่า 10 ปี อีกทั้งคดีดังกล่าวมีอายุความ 20 ปี แต่ไม่นับช่วงหลบหนี

 

 

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน

ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”