นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประเพณีอุ้มพระดำน้ำประจำปี 2569 หนึ่งเดียวในโลกที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ท่ามชาวเพชรบูรณ์และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
นายกรัฐมนตรีเป็นประธานประเพณีอุ้มพระดำน้ำประจำปี 2569 หนึ่งเดียวในโลกที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ท่ามชาวเพชรบูรณ์และนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
วันที่ 11 ตุลาคม 2567 เวลา 10.09 น. ที่บริเวณท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ต.สะเดียง อ.เมืองเพชรบูรณ์ จ.เพชรบูรณ์ ได้มีการประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองชาวเพชรบูรณ์หนึ่งเดียวในโลกคือ งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำประจำปี 2569 ในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 ซึ่งเป็นวันสารทไทย
นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะเจ้าเมืองเพชรบูรณ์ เป็นผู้อัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชา ออกจากมณฑปวัดไตรภูมิ มาประดิษฐานบนเรือบุษบกล่องทวนกระแสน้ำมาบริเวณวังมะขามแฟบ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมารเพื่อประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำพร้อมด้วยกรมการเมืองทั้ง 4 ฝ่าย ท่ามกลางชาวเพชรบูรณ์และนักท่องเที่ยวที่มารอชมประเพณีหนึ่งเดียวในโลกครั้งนี้เป็นจำนวนมาก
เมื่อขบวนเรืออัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชามาถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบริเวณหน้าเครื่องบวงสรวง พระสงฆ์ได้เจริญชัยมงคลคาถา เสร็จแล้วพราหมณ์ประกอบพิธีประกอบพิธีบวงสรวงเทพยาดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์
จากนั้นเป็น “พิธีอุ้มพระดำน้ำ” โดยนายศรัญยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะเจ้าเมือง ซึ่งแต่งชุดไทยสีสีน้ำเงินพร้อมด้วยกรมการเมืองทั้ง 4 ฝ่ายที่แต่งกายชุดไทยสี.เหลืองได้อัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาลงดำน้ำยังบริเวณพิธีที่ได้จัดเตรียมไว้ โดยการดำน้ำจะดำ 2 ทิศ คือ ทิศเหนือและทิศใต้ ทิศละ 3 ครั้ง ก่อน-หลัง ตามคำเสี่ยงทาย เพื่อเป็นการขออำนาจบารมีขององค์พระพุทธมหาธรรมราชาได้ประทานพร บันดาลให้ประชาชนชาวเพชรบูรณ์ได้อยู่เย็นเป็นสุข ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ได้อัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาลงจากเรือและนำมาให้นายอุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคล้องมาลังที่องค์พระ เป็นการเปิดงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ 2569 อย่างเป็นทางการ จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้โยนสิ่งของมงคลที่ประกอบในพิธี ประกอบด้วยข้าวต้มลูกโยน ข้าวต้มมัด กระยาสารท ให้กับประชาชนที่มาร่วมในพิธีได้นำไปรับประทาน เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ครอบครัว
นายอนุทิน กล่าวว่าวันนี้ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีอุ้มพระดำน้ำ ซึ่งเป็นพิธีอันดีงามของพี่น้องชาวเพชรบูรณ์ เป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ที่ได้รับการสืบทอดมาอย่างยาวนาน สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งศรัทธา สามัคคีของพี่น้องชาวเพชรบูรณ์ที่มีต่อองค์พระพุทธมหาธรรมราชา ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพี่น้องชาวเพชรบูรณ์ เป็นมรดกทางวัฒนธรรม วิถีชีวิต ความเชื่อ ที่ได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น สิ่งที่น่าชื่อชมคือพี่น้องชาวเพชรบูรณ์ และทุกภาคส่วนได้ร่วมกันสืบสวนประเพณีอย่างยาวนาน จนได้รับการขึ้นบัญชีเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม นับเป็นเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมชาวเพชรบูรณ์ที่พวกเราทุกคนควรรักษา และสืบทอดต่อไปยังคนรุ่นหลังทั้งนี้รัฐบาลให้ความสำคัญกับทุนทางวัฒนธรรม นอกจากจะเป็นอัตลักษณ์ของชาติแล้ว ยังมีส่วนสร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดเพชรบูรณ์อีกด้วย งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ เป็นอีกวัฒนธรรมอันดีที่ดึงดูดผู้คนมาสัมผัสประสบการณ์ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณี อยู่มากมาย ทั้งอาหาร ผลิตทางการเกษตร ขอให้พี่น้องเพชรบูรณ์เป็นเจ้าบ้านที่ดี พร้อมกันนี้ได้ชื่อชมทุกภาคส่วน ที่ร่วมแรงร่วมใจจัดงานในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
นอกจากนั้นนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวตอนหนึ่งว่าตนเองได้รับคำให้พรจากเจ้าคณะจังหวัดว่ามีบุญวาสนามากที่ได้มาร่วมงานในวันนี้งานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ท่านบอกว่าเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ได้มีโอกาสมาร่วมประเพณีนี้ ซึ่งต้องขอขอบพระคุณพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบูรณ์และทุกท่านที่เป็นสะพานบุญให้ผมเป็นใบบุญให้แก่ผมและภรรยา ซึ่งต้องถือว่าเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์จริง และหวังว่ากุศลที่เราจะได้รับจากการทำบุญร่วมกันครั้งนี้จะยังผลให้แผ่นดินไทยมีความสงบสุขมีความร่มเย็นพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนพ้นทุกข์คนโศกและมีความสุขในการที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป
ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ หนึ่งในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองจังหวัดเพชรบูรณ์ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานกว่า 500 ปี มีตำนานที่ถูกเล่าขานมานาน ว่ามีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้ออกหาปลาในแม่น้ำป่าสัก แต่อยู่มาวันหนึ่งเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น โดยกระแสน้ำในบริเวณวังมะขามแฟบ มีพรายน้ำผุดขึ้นมาทีละน้อยจนแลดูคล้ายน้ำเดือด จากนั้นกลายเป็นวังวนดูดเอาองค์พระพุทธรูปองค์หนึ่งลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ทำให้ชาวประมงต้องลงไปอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิ แต่ในปีถัดมาตรงกับวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 วันประเพณีสารทไทย พระพุทธรูปดังกล่าวหายไป ชาวบ้านต่างพากันงมหา สุดท้ายไปพบพระพุทธรูปกลางแม่น้ำป่าสัก บริเวณที่พบพระพุทธรูปองค์นี้ในครั้งแรกกำลังอยู่ในอาการดำผุดดำว่าย จึงได้ร่วมกันอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดไตรภูมิ อีกครั้งหนึ่ง พร้อมร่วมกันถวายนามว่า “พระพุทธมหาธรรมราชา” หลังจากนั้นต่อมาในวันสารทไทย หรือวันแรม 15 ค่ำเดือน 10 เจ้าเมืองเพชรบูรณ์จะทำพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา ลงประกอบพิธีดำน้ำเป็นประจำทุกๆปี โดยเชื่อว่าจะทำให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ไพร่ฟ้าประชาชนมีความสุข บ้านเมืองปราศจากจากโรคระบาดคุกคาม จนกลายมาเป็นประเพณีอุ้มพระดำน้ำอันยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน
ทั้งนี้ประเพณี อุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2569 กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-17 ตุลาคม 2569 มีกำหนดการสำคัญ วันที่ 9 ตุลาคม เวลา 18.00 น. มีพิธีรำถวายองค์พระพุทธมหาธรรมราชา ณ พุทธอุทยานเพชบุระ ส่วนวันที่ 10 ตุลาคม เวลา 09.09 น. มีพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดไตรภูมิ ก่อนช่วงเย็นเวลา 18.00 น. จะอัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชาแห่รอบเมืองเพชรบูรณ์ พร้อมการแสดงและพิธีเปิดงานบริเวณหน้าวัดมหาธาตุ พระอารามหลวง และหน้าสวนสาธารณะเพชบุระ วันที่ 11 ต.ค. ซึ่งตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เวลา 10.09 น. พิธีอัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชาแห่ทางน้ำจากท่าวัดไตรภูมิไปยังท่าวัดโบสถ์ชนะมาร เพื่อประกอบ “พิธีอุ้มพระดำน้ำ” ประเพณีศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองเพชรบูรณ์ และ วันที่ 12 ต.ค. พบกับการแข่งขันพายเรือทวนน้ำหนึ่งเดียวในโลก ทั้งประเภทเรือสั้นและเรือยาว ณ ท่าวัดไตรภูมิ ขณะที่ระหว่างวันที่ 11-15 ต.ค. เวลา 20.00 น. มีการแสดงแสงสีเสียง “ตำนานอุ้มพระดำน้ำ” ณ เวทีกลาง และตลอดวันที่ 8-17 ต.ค. มีงานอาหารสะอาด รสชาติอร่อย คาราวานสินค้า และฟรีคอนเสิร์ต ณ บริเวณหอโบราณคดีเพชรบูรณ์อินทราชัย
อารีย์ สีแก้ว จังหวัดเพชรบูรณ์

