วันศุกร์, ตุลาคม 9, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี ต่อข่าวแม่ผู้ป่วยเนอสซิ่งโฮมเผย จ่ายเดือนละ 2 หมื่น พบลูกตาเขียว-ต้องแจ้งก่อนเยี่ยม รู้ข่าวรีบพาตัวกลับ ผู้ป่วยยื่นกระดาษแฉซ่อนโซ่-กุญแจมือ ด้านเจ้าหน้าที่เร่งคัดแยกผู้ป่วยส่ง รพ.ศรีธัญญา 

นนทบุรี ต่อข่าวแม่ผู้ป่วยเนอสซิ่งโฮมเผย จ่ายเดือนละ 2 หมื่น พบลูกตาเขียว-ต้องแจ้งก่อนเยี่ยม รู้ข่าวรีบพาตัวกลับ ผู้ป่วยยื่นกระดาษแฉซ่อนโซ่-กุญแจมือ ด้านเจ้าหน้าที่เร่งคัดแยกผู้ป่วยส่ง รพ.ศรีธัญญา

 

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2569 ที่บ้านเสริมสุข เนอสซิ่งโฮม ภายในซอยเรวดี 22 ถนนติวานนท์ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี เจ้าหน้าที่จากกรมสุขภาพจิต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) อยู่ระหว่างการคัดแยกผู้ป่วยที่รักษาตัวในสถานที่แห่งนี้ โดยผู้ป่วยบางรายจะประสานให้ญาติมารับตัวกลับไปดูแลต่อเอง ส่วนผู้ป่วยที่เหลือเจ้าหน้าที่จะนำตัวส่งไปรักษาต่อที่ รพ.ศรีธัญญา ตามขั้นตอนอย่างปลอดภัย

 

ระหว่างผู้สื่อข่าวยืนรอสังเกตการณ์ด้านนอกอาคาร มี “น้องจีเนียส” หนึ่งในผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ในสถานที่นี้แห่งนี้ ได้พยายามนำเศษลังกระดาษ ใช้ปากกาเขียนข้อความ ยื่นออกมาทางหน้าต่างชั้น 3 เพื่อขอความช่วยเหลือ ระบุว่า ”พี่ครับ… ช่วยแจ้งกรมให้มาตรวจสอบโซ่ กุญแจมือ พร้อมถังฉี่อยู่ในห้องใต้บันไดทางขึ้นหน่อยครับ เขาเอาไปซ่อนครับ“

 

ต่อมา แม่ของหนึ่งในผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า ตนยอมรับว่ารู้สึกตกใจอย่างมากเมื่อทราบข่าว และไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริง ซึ่งลูกชายของตน ปัจจุบันอายุ 30 ปี เข้ามารับบริการและอาศัยอยู่ที่นี่มานานราว 3 ปีแล้ว เนื่องจากมีอาการป่วยคล้ายซึมเศร้า ที่ผ่านมาเคยสังเกตเห็นรอยตาเขียวและตั้งข้อสงสัย แต่ก็ได้รับคำอธิบายว่าเป็นเพียงบาดแผลจากการการชกต่อยกับเพื่อนผู้ป่วยร่วมห้องพักเท่านั้น ตนจึงไม่ติดใจอะไร ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาญาติและครอบครัวก็ยังคงตั้งข้อสงสัยถึงสภาพความเป็นอยู่และการดูแลภายในสถานที่แห่งนี้มาโดยตลอด

 

นอกจากนี้ ตนยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงขั้นตอนในการขอเข้าเยี่ยม ซึ่งมีความผิดปกติและน่าสงสัย โดยระบุว่าทุกครั้งที่จะเดินทางมาเยี่ยม จะไม่สามารถเดินทางมาพบได้ทันที แต่จำเป็นต้องทำการนัดหมายล่วงหน้าเสมอ ซึ่งทำให้รู้สึกเหมือนมีการจัดสถานที่หรือเตรียมการไว้ล่วงหน้าก่อนให้ครอบครัวได้เข้าพบ โดยทางสถานที่จัดให้พูดคุยกันภายในห้องรับรองที่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศไว้ให้ โดยลูกชายของตนสามารถรับประทานอาหารได้เยอะ แต่มีอาการซึม พูดจาพึมพำ และมีอาการเหมือนคนง่วงนอนอยู่ตลอดเวลา

 

ทั้งนี้ ตนได้พาลูกชายมารักษาตัวที่สถานที่นี้ตั้งแต่ประมาณปี 2567 ซึ่งไม่ใช่สถานที่ที่ตั้งอยู่ในจุดปัจจุบัน แต่เป็นการเช่าสถานที่อื่นอยู่ก่อน ก่อนที่จะย้ายมายังสถานที่ปัจจุบัน และครอบครัวต้องจ่ายค่าบริการดูแลเป็นรายเดือน เดือนละกว่า 20,000 บาท ซึ่งตนมีการซื้อของใช้ เช่น เสื้อผ้า รองเท้า ให้กับลูกชาย แต่วันนี้กลับไม่มีแม้แต่รองเท้าใส่ คาดว่าคงเอาไปรวมกับผู้ป่วยคนอื่นไว้ โดยวันนี้ตนได้เดินทางรับตัวลูกชายออกจากสถานที่นี้ เพื่อนำตัวไปดูแลต่อเอง โดยยืนยันว่าจะไม่ส่งกลับมาที่นี่

อีกแล้ว