ปทุมธานี นายกบางคูวัดยันเอาผิดถึงที่สุด! หลังอดีตพนักงานชักปืนยิงขึ้นฟ้า 2 นัดกลางงานศพ ชาวบ้าน–ข้าราชการแห่ให้กำลังใจ
ปทุมธานี นายกบางคูวัดยันเอาผิดถึงที่สุด! หลังอดีตพนักงานชักปืนยิงขึ้นฟ้า 2 นัดกลางงานศพ ชาวบ้าน–ข้าราชการแห่ให้กำลังใจ
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่สำนักงานเทศบาลเมืองบางคูวัด ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี ได้มีประชาชนและข้าราชการเทศบาลเมืองบางคูวัด และท้องถิ่น เดินทางมาให้กำลังใจ ว่าที่ พ.ต.ท. ดร.มนต์พิพัฒน์ เอี่ยมจรัส นายกเทศมนตรีเมืองบางคูวัด จากกรณีที่ไปร่วมงานศพลูกบ้านที่วัดบางคูวัดและขณะกำลังพูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิต ได้มีอดีตพนักงานจ้างของเทศบาลเมืองบางคูวัด เดินตรงมาจากเมรุเผาศพเข้ามาใกล้ศาลาพร้อมตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคาย จากนั้นได้ใช้อาวุธปืนออกมาข่มขู่และยิงขึ้นฟ้า 2 นัดเหตุเกิดเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 7 ตุลาคมนั้น
ด้านนางสาวปนัดดา ทุกข์จาก รองปลัดเทศบาลเมืองบางคูวัด กล่าวว่า วันนี้ต้องบอกว่าพวกเราไม่ว่าจะเป็นหัวหน้าส่วนแล้วก็ข้าราชการลูกจ้างประจำแล้วก็ลูกจ้างทั่วไปก็จะได้ยินข่าวก็ตกใจเพราะว่าพวกเราได้ทำงานกับท่านนายกฯ โดยตัวเองก็เข้ามาทำงานกับท่านนายกประมาณ 9 เดือนในการทำงานของท่านนายกก็อย่างที่บอกท่านนายกมีแนวทางในการทำงานที่ถูกต้องตามระเบียบแล้วก็ที่ผ่านมาพวกเราที่เข้ามาตรงนี้ก็เข้ามาในยุคท่านนายกเราก็ทำงานด้วยความตั้งใจแล้วก็การทำงานของท่านนายก ก็จะถือต้องตามระเบียบเลยแล้วก็เป็นกำลังใจให้ท่านนายกแล้วมองยังไงเกี่ยวกับในส่วนที่กลุ่มนี้เคยทำงานก่อนไม่ได้ทำแล้วทางเรายังทำงานอยู่คืออาจจะเป็นในเรื่องของส่วนตัวของตัวที่มีปัญหากับท่านนายกอันนี้เราก็ไม่ได้ทราบรายละเอียดเพราะฉะนั้นก็คืออย่างที่บอกนายกเป็นคนตั้งใจทำงานแล้วก็ยึดถือตามระเบียบอย่างที่บอกพวกเราทำงานที่นี้ก็สบายใจทำงานกับท่านนายก
เจ๊ปุ้ยหมู่บ้านมณีรินทร์ ชาวบ้านที่เดินทางให้กำลังใจนายก กล่าวว่า การทำงานของนายกฯ ถ้าคุณไม่พอใจอีก 4 ปีก็เลือกใหม่ได้ไม่ต้องมาด่ากันอย่างนี้ หรือมาทำอย่างนี้มันเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ทุกวันนี้นายกฯ ดูแลเอาใจใส่ชาวบ้าน อย่างพวกก็เป็นจิตอาสามาช่วยนายกฯ เป็นคนดี ช่วยทุกอย่าง
ตัวแทนชาวบ้านอีกคน กล่าวเสริมว่า
คนเดียวกันแท้ๆ ไม่ถึงต้องทำถึงขนาดนั้น พูดอะไรไม่ออก เพิ่งรู้ข่าวจากภรรยาของท่านที่มานั่งทำไอ้ดอกไม้จันทน์กันก็ตกใจไม่น่าจะทำแบบนี้ เพราะว่านายกท่านก็เต็มที่กับเราบางคูวัดได้ผลกระทบ 12 หมู่น้ำท่วม นายกออกท้องที่ทุกวันตั้งแต่วันแรก
นายสิริชัย จันทร์แบบ เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองบางคูวัด กล่าวว่า เกิดเหตุที่วัดบางคูวัด ตอนนั้นนายกกำลังจะทอดผ้าป่าและมีกลุ่มผู้ที่มีปัญหาได้ยืนทอดผ้าป่าอยู่ข้าง ๆ กัน ตนเองทำหน้าที่ถ่ายรูปให้นายก โดยยืนอยู่ด้านหลังนายก และสังเกตเห็นว่าคู่กรณีมองหน้ามองมาที่นายกหลายรอบมาก สักพักคู่กรณีเริ่มมีอารมณ์ทำท่าเหมือนจะพุ่งมาทำร้ายเหมือนจะชกต่อยจึงรีบเข้าไปปรามซึ่งคาดคู่กรณีอาจจะมีเรื่องเชื่อมโยงกับเรื่องการเมือง จากนั้นมีเสียงปืนดังลั่น ตอนแรกไม่แน่ใจว่าเป็นเสียงอะไรจึงหันไปมองเห็นวัตถุสีเงินเงางามสะท้อนแสงอยู่ที่มือของคนหนึ่ง ยิงขึ้นฟ้าอีกนัดแล้วเดินไปขับรถจยย.ไป คนที่ยิงปืนกับคนที่ก่อเหตุในครั้งแรกเป็นคนละคนกันแต่น่าจะอยู่กลุ่มเดียวกัน
ทางด้านว่าที่ พ.ต.ท. ดร.มนต์พิพัฒน์ นายกเทศมนตรีเมืองบางคูวัด เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในวัดบางคูวัด ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างที่เดินทางไปร่วมงานศพของบิดาผู้ใต้บังคับบัญชา โดยก่อนเกิดเหตุ ตนได้เดินทางไปร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพผู้เสียชีวิต 3 ราย ซึ่งเป็นแม่และลูก 2 คน จากเหตุฆ่าตัวตายภายในโครงการเอื้ออาทร เนื่องจากผู้เสียชีวิตรายหนึ่งเคยศึกษาอยู่ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองบางคูวัดหลังเสร็จจากงานดังกล่าวเดินทางต่อมายังวัดบางคูวัด เพื่อร่วมงานศพของบิดาผู้ใต้บังคับบัญชา เมื่อเสร็จพิธีจึงขึ้นไปกราบคารวะศพ ก่อนเดินลงจากศาลาพร้อมกับบุตรสาวของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา และญาติอีกหนึ่งคน จากนั้นมีอดีตพนักงานจ้างของเทศบาลเมืองบางคูวัด ซึ่งลาออกจากงานไปแล้ว เดินมาจากบริเวณเมรุ พร้อมใช้ถ้อยคำหยาบคาย ก่อนเดินเข้ามาบริเวณใกล้ศาลา และชักอาวุธปืนยิงขึ้นฟ้า 2 นัด จากนั้นเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์ขี่ออกไปทางด้านหน้าวัดบางคูวัด ซึ่งขณะเกิดเหตุภายในบริเวณดังกล่าวมีทั้งรองนายกเทศมนตรี เลขานุการนายกฯ ทีมงาน ข้าราชการ รวมถึงญาติของผู้เสียชีวิตที่กำลังเตรียมของที่ระลึกสำหรับแจกในงานฌาปนกิจศพ โดยไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วนลักษณะการใช้อาวุธปืนนั้น ผู้ก่อเหตุชูปากกระบอกปืนขึ้นฟ้า ไม่ได้เล็งเข้ามาภายในศาลา เนื่องจากระยะห่างระหว่างผู้ก่อเหตุกับกลุ่มของตนค่อนข้างใกล้ จึงได้พยายามตั้งสติและระมัดระวังตัว โดยเกาะกลุ่มอยู่กับบุตรสาวของผู้เสียชีวิตและญาติอีกหนึ่งคน เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดคิด
สำหรับสาเหตุที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นนับตั้งแต่เข้ามาบริหารงานได้ประมาณ 1 ปีกว่า ได้กำหนดแนวทางการทำงานและนโยบายด้านการบริหารบุคลากรให้มีความเข้มข้นมากขึ้น โดยเน้นให้บุคลากรทุกคนปฏิบัติหน้าที่และทำงานเพื่อประชาชนโดยหากบุคลากรบางรายไม่สามารถรับกับระบบการทำงานได้ก็อาจตัดสินใจลาออกด้วยตนเอง พร้อมยืนยันว่า ตนไม่เคยมีนโยบายไล่พนักงานออก และไม่เคยไล่ใครออกตามที่มีการกล่าวถึงในข่าว โดยมองว่าการทำงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำเป็นต้องคำนึงถึงประชาชน ซึ่งเป็นผู้เสียภาษีและเป็นที่มาของงบประมาณในการจ่ายเงินเดือนให้บุคลากร ซึ่งระบบการทำงานที่เข้มข้นจะทำให้บุคลากรมีการคัดกรองกันเองตามความเหมาะสม โดยผู้ที่สามารถทำงานตามระบบได้ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ขณะที่การโอนย้ายของข้าราชการทั้งเข้าและออกถือเป็นเรื่องปกติของระบบราชการ
ทั้งนี้ตนไม่เคยมีคำสั่งไล่บุคลากรออกจากราชการ และไม่มีแนวคิดที่จะไล่ใครออก โดยกรณีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการทางวินัยหรือคดีความ หากมีการกระทำที่ขัดต่อระเบียบ ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ บางกรณีเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีสำหรับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นตนในฐานะอดีตข้าราชการตำรวจและอดีตอาจารย์โรงเรียนนายร้อยตำรวจ มองว่าการปล่อยให้เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำ อาจทำให้สถานการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น โดยก่อนหน้านี้บริเวณจุดเกิดเหตุ ตนเคยถูกบุคคลเข้ามาทำร้ายระหว่างพิธีสงฆ์หลังการสวดพระอภิธรรม แต่ได้รับการช่วยเหลือจากเลขานุการนายกเทศมนตรีจนเหตุการณ์ไม่บานปลายจากนั้นเหตุการณ์มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นจนกระทั่งล่าสุดมีการนำอาวุธปืนเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ตนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการตามกฎหมาย เนื่องจากการนำอาวุธปืนไปในที่สาธารณะและใช้อาวุธปืนอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้
อีกทั้งตนยังมองว่ากรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ซึ่งถูกยิงเสียชีวิต นั้นซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ถึงความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเห็นว่าจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นอีก “เราจะต้องสูญเสียผู้นำท้องถิ่นอีกเท่าไหร่ ถึงจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้”จากเหตุการณ์นี้ตนจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด หากไม่สามารถดำเนินการให้ยุติได้ในระดับจังหวัด ก็จะเดินทางไปติดตามเรื่องต่อที่ทำเนียบรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ซึ่งผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ควรตกเป็นเป้าหมายหรือเหยื่อจากความขัดแย้งทางการเมือง เนื่องจากมีหน้าที่ต้องปฏิบัติงานเพื่อประชาชน โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา ซึ่งเทศบาลเมืองบางคูวัดต้องเร่งระบายน้ำและดำเนินภารกิจช่วยเหลือประชาชน
ในพื้นที่

