พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานจราจร พร้อมด้วย พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 รับผิดชอบงานจราจร
วันนี้ (27 กันยายน 2569) พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รับผิดชอบงานจราจร พร้อมด้วย พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 รับผิดชอบงานจราจร สั่งระดมกำลังตำรวจจราจรในสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 พร้อมบูรณาการรถยกจากกรุงเทพมหานคร การทางพิเศษแห่งประเทศไทย และภาคเอกชน เข้าช่วยเหลือประชาชนและเร่งเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่จอดเสียจากสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ในพื้นที่ สน.มักกะสัน เพื่อเปิดพื้นผิวการจราจรและลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน
จากสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ส่งผลให้มีรถยนต์จอดเสียและตกค้างบนเส้นทางเป็นจำนวนมาก โดยตรวจสอบพบรถที่ได้รับผลกระทบ รวม 99 คัน ทำให้การสัญจรในพื้นที่ได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่จึงเร่งจัดกำลังเข้าให้ความช่วยเหลือทันทีที่สภาพพื้นที่เอื้ออำนวยต่อการปฏิบัติงาน
พล.ต.ต.ธวัช ได้กำชับให้หน่วยงานด้านการจราจรเร่งบูรณาการกำลังและเครื่องมือจากทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ช่วยเหลือประชาชน เคลื่อนย้ายรถที่ตกค้างออกจากผิวจราจร และคืนเส้นทางให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ได้โดยเร็วที่สุด พร้อมติดตามระดับน้ำและสภาพการจราจรอย่างต่อเนื่อง
ด้าน พ.ต.อ.กัมพล ได้ประสานการปฏิบัติและระดมรถยกเข้าสนับสนุนพื้นที่ สน.มักกะสัน รวมทั้งสิ้น 19 คัน ประกอบด้วย รถยกจากสถานีตำรวจในสังกัด บก.น.1 จำนวน 8 คัน รถยกจาก สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร 5 คัน รถยกที่ได้รับการสนับสนุนจาก ภาคเอกชน 5 คัน และรถยกขนาดใหญ่จาก การทางพิเศษแห่งประเทศไทย 1 คัน โดยในส่วนของรถยกตำรวจมีเจ้าหน้าที่ประจำรถคันละ 2 นาย รวมกำลังตำรวจ 28 นาย พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติภารกิจ
17.30 น. เคลื่อนย้ายแล้ว 86 คัน เหลือ 13 คัน
จากการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลา 17.30 น. เจ้าหน้าที่สามารถเคลื่อนย้ายรถที่จอดเสียพ้นจากการกีดขวางได้แล้ว 86 คัน จากทั้งหมด 99 คัน โดยรถที่ดำเนินการเคลื่อนย้ายถูกนำไปพักไว้บริเวณ สวนสราญรมย์ และถนนกำแพงเพชร 7 ริมทางรถไฟ เพื่อเปิดพื้นที่การจราจรและเตรียมคืนเส้นทางให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติหลังระดับน้ำลดลง
ส่วนรถที่ยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ คงเหลือ 13 คัน อยู่บริเวณช่วง แยกทองหล่อเหนือถึงแยกเอกมัย เนื่องจากบริเวณดังกล่าวยังมีปริมาณน้ำท่วมสูง ทำให้การนำรถยกเข้าปฏิบัติการยังมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการนำรถทั้ง 13 คันเข้าชิดขอบทางด้านซ้าย เพื่อลดการกีดขวางและเปิดช่องทางการจราจรให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางได้มากที่สุด
พล.ต.ต.ธวัช ได้กำชับให้ตำรวจจราจรติดตามระดับน้ำในพื้นที่อย่างใกล้ชิดตลอดช่วงต่อเนื่อง และหากในวันพรุ่งนี้ระดับน้ำลดลงจนอยู่ในระดับที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างปลอดภัย ให้ประสานรถยกเข้าดำเนินการทันที เพื่อ เคลื่อนย้ายรถที่เหลือทั้ง 13 คันออกจากพื้นผิวการจราจรให้ครบทุกคัน
“สถานการณ์เช่นนี้ การทำงานต้องแข่งกับเวลา เป้าหมายแรกคือช่วยเหลือประชาชน ขณะเดียวกันต้องเร่งเปิดเส้นทางเพื่อไม่ให้รถที่จอดเสียส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง การปฏิบัติครั้งนี้จึงต้องใช้ความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งตำรวจ กรุงเทพมหานคร การทางพิเศษฯ และภาคเอกชน เพื่อให้ถนนกลับมาใช้งานได้เร็วที่สุด” พล.ต.ต.ธวัช กล่าว
พ.ต.อ.กัมพล กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้ใช้กำลังเฉพาะพื้นที่ สน.มักกะสัน แต่เป็นการระดมทรัพยากรจากสถานีตำรวจในสังกัด บก.น.1 พร้อมประสานหน่วยงานภายนอกเข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะรถยกและรถยกขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการช่วยเหลือประชาชนและเร่งคลี่คลายผลกระทบต่อการจราจร
ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบังคับการตำรวจนครบาล 1 ขอขอบคุณสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ภาคเอกชน ตลอดจนตำรวจจราจรและเจ้าหน้าที่ทุกนาย ที่สนับสนุนกำลัง รถยก และเครื่องมือในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนการบูรณาการระหว่างหน่วยงานเพื่อแก้ไขสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

“ภารกิจจะยังไม่สิ้นสุดจนกว่ารถที่ตกค้างทั้ง 99 คันจะได้รับการดำเนินการ และสามารถคืนพื้นผิวการจราจรให้ประชาชนได้อย่างเต็มที่ เมื่อน้ำลดและสภาพพื้นที่ปลอดภัย เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการกับรถที่เหลื
ออีก 13 คันทันที”
