วันเสาร์, กันยายน 26, 2026
Latest:
ในประเทศ

ปทุมธานี เร่งระบายน้ำคลองบางหลวงเชียงราก รับน้ำจากหลายพื้นที่ ชาวบ้านกังวลสูบน้ำได้เพียง 3 จาก 8 เครื่อง

ปทุมธานี เร่งระบายน้ำคลองบางหลวงเชียงราก รับน้ำจากหลายพื้นที่ ชาวบ้านกังวลสูบน้ำได้เพียง 3 จาก 8 เครื่อง

 

นายกเทศมนตรีตำบลบางกะดีลงพื้นที่ติดตามการระบายน้ำสถานีสูบน้ำคลองบางหลวงเชียงราก หลังรับน้ำจากพื้นที่คลองหลวง–สามโคก ขณะที่สถานีมีเครื่องสูบน้ำ 8 เครื่อง แต่ใช้งานได้เพียง 3 เครื่อง เหตุเกรงระบบไฟฟ้าตัด หวั่นหากฝนตกหนักต่อเนื่องกระทบชุมชนก่อนประตูระบายน้ำ

 

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2569 นายสุรพงษ์ อึ๊งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีตำบลบางกะดี ลงพื้นที่พร้อมผู้สื่อข่าวติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำ บริเวณอาคารควบคุมสถานีสูบน้ำคลองบางหลวงเชียงราก โครงการชลประทานปทุมธานี ต.บางกะดี อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการสูบระบายน้ำจากคลองบางหลวงเชียงรากออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเร่งลดระดับน้ำและบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่โดยรอบ

โดยสถานีสูบน้ำดังกล่าว มีบทบาทในการระบายน้ำจากพื้นที่ 7 ตำบล ได้แก่ ต.เชียงรากใหญ่ ต.บ้านปทุม ต.บางพูด ต.สวนพริกไทย ต.บางพูน ต.บ้านกลาง และต.บางกะดี รวมถึงรองรับน้ำที่ไหลมาจากพื้นที่อ.คลองหลวงและอ.สามโคก ซึ่งต่างเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักและน้ำท่วมขังออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

จากการตรวจสอบพบว่า สถานีสูบน้ำแห่งนี้มีเครื่องสูบน้ำทั้งหมด 8 เครื่อง แต่สามารถเปิดใช้งานได้เพียง 3 เครื่อง เนื่องจากหากเดินเครื่องสูบน้ำมากกว่านี้อาจส่งผลให้ระบบไฟฟ้าตัด ทำให้การระบายน้ำทำได้อย่างจำกัด ท่ามกลางปริมาณน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากฝนที่ตกต่อเนื่อง สร้างความกังวลแก่ประชาชนในพื้นที่อ.เมืองปทุมธานีและอ.สามโคก โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่ก่อนถึงประตูระบายน้ำ

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากประชาชนในพื้นที่ต.บางกะดี ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้คลองบางหลวงเชียงรากว่า ปริมาณน้ำเริ่มเอ่อและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามการระบายน้ำ โดยทราบว่ามีการระบายน้ำจากพื้นที่คลองหลวงและสามโคกมายังคลองบางหลวงเชียงราก เพื่อผลักดันน้ำออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กรมชลประทานและผู้รับผิดชอบสถานีสูบน้ำ ทราบว่าเครื่องสูบน้ำสามารถเปิดเดินเครื่องได้เพียง 3 เครื่อง หากเพิ่มจำนวนเครื่องมากกว่านี้จะทำให้ระบบไฟฟ้าตัด จึงจำเป็นต้องจำกัดจำนวนเครื่องสูบน้ำที่ใช้งานในขณะนี้

นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำและระบบไฟฟ้าของสถานีสูบน้ำให้มีความพร้อมมากกว่านี้ก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูฝน เนื่องจากหากเกิดฝนตกหนักและมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สามารถใช้เครื่องสูบน้ำได้เพียง 3 เครื่อง อาจทำให้การระบายน้ำไม่ทันต่อสถานการณ์ และส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ก่อนถึงประตูระบายน้ำ จึงอยากให้มีการวางแผนและเตรียมระบบรองรับล่วงหน้า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบต่อชุมชน

ในพื้นที่