นนทบุรี ต่อข่าว ผกก.สภ.ไทรน้อย จ่อออกหมายเรียก “ทนายอ๊อด” ไกล่เกลี่ยเพื่อนบ้าน พร้อมดำเนินคดีหากไม่ปรับพฤติกรรม
นนทบุรี ต่อข่าว ผกก.สภ.ไทรน้อย จ่อออกหมายเรียก “ทนายอ๊อด” ไกล่เกลี่ยเพื่อนบ้าน พร้อมดำเนินคดีหากไม่ปรับพฤติกรรม
หลังจากการพูดคุยกับ “ทนายอ๊อด” ไม่เป็นผล นายเกียรติคุณ ต้นยาง (สส.ทนายโป้ง) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต 7 สังกัดพรรคประชาชน และนายธนินท์ธร ภูมราช (ทนายกาย) รองประธานสภาทนายความจังหวัดนนทบุรี ก็ได้รับฟังปัญหาจากผู้เสียหาย ซึ่งเป็นลูกบ้านที่อยู่บ้านหลังติดกับ “ทนายอ๊อด” ก็ยืนยันว่าได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ทั้งในเรื่องของขยะ
และต้นไม้ ที่กองออกมานอกบ้าน จนถึงถนนสาธารณะ มีสัตว์มีพิษอย่างงูอาศัยอยู่ ยิ่งฝนตก มีน้ําขัง น้ําก็ไม่สามารถระบายได้ ที่สําคัญ ทนายอ๊อดเองออกมาอาบน้ํา หน้าบ้าน และเวลาที่เห็นชาวบ้านก็จะทําเหมือนแกล้งโชว์ของลับ ที่ผ่านมาพยายามแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ แต่ก็ไม่สามารถดําเนินการได้ จึงต้องร้องขอให้ทนายทั้งสองคนช่วยเหลือ
ต่อมา เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 กันยายน 2569 ที่สภ.ไทรน้อย นายเกียรติคุณ ต้นยาง (สส.ทนายโป้ง) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี เขต 7 สังกัดพรรคประชาชน และนายธนินท์ธร ภูมราช (ทนายกาย) รองประธานสภาทนายความจังหวัดนนทบุรี ได้พากลุ่มผู้เสียหายเข้าพบ พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผู้กํากับสภ.ไทรน้อย เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา ซึ่งผู้เสียหายก็ได้มีการสะท้อนปัญหาว่าที่ผ่านมา พยายามขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตํารวจเพื่อให้ดําเนินคดีกับทนายอ๊อด ทั้งในเรื่องเผาขยะ และในเรื่องอาบน้ําหน้าบ้านโชว์ของลับที่เข้าข่ายอนาจาร ซึ่งได้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตํารวจมานาน เป็นสิบปีแล้ว แต่ไม่สามารถทําอะไรทนายอ๊อดได้เลย
โดยทางด้าน พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผู้กํากับสภ.ไทรน้อย ก็ได้ตรวจสอบข้อมูล จึงชี้แจงกับทางผู้เสียหายว่า ก่อนหน้านี้ทางผู้เสียหายเพียงแต่ลงบันทึกประจําวัน ไม่ได้แจ้งความดําเนินคดีกับทนายอ๊อด ซึ่งอาจจะเป็นการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน แต่หากทางเพื่อนบ้านต้องการที่จะดําเนินคดีก็สามารถแจ้งความได้ ตามหลักฐาน ซึ่งก็ทําให้ชาวบ้านเข้าใจเจ้าหน้าที่มากขึ้น
โดย พ.ต.อ.ณัฏฐ์เดชา ฐานิสภัทราพงศ์ ผู้กํากับสภ.ไทรน้อย กล่าวว่า สําหรับเรื่องนี้ยืนยันจะออกหมายเรียกทนายอ๊อดตามที่ชาวบ้านร้องเรียน โดยออกหมายเรียกตามกระบวนการทางกฎหมาย ถ้าไม่เดินทางมาก็จะออกเป็นหมายจับต่อไป

ซึ่งเคสนี้จริงๆแล้วทางเจ้าหน้าที่ตํารวจพยายามที่อยากจะให้มีการไกล่เกลี่ยกัน เพราะมีกฎหมาย พรบ.ไกล่เกลี่ย เพื่อให้เพื่อนบ้านทั้ง 2 ฝ่าย สามารถอยู่ในสังคมด้วยกันได้ นอกจากนี้จะมีการส่งสายตรวจเข้าไปตรวจตรา ป้องกันเหตุ และรักษาความสงบเรียบร้อยในหมู่บ้านอย่างสม่ำเสมอ
