วันพฤหัสบดี, กันยายน 24, 2026
Latest:
อาชญากรรมในประเทศ

นนทบุรี สืบปากเกร็ด รวบหัวหน้า รปภ.วัย67ปี ก่อเหตุลักรถจยย.อ้าง เมียติดพนัน ต้องหาเงินใช้หนี้ทุกวันจนทนไม่ไหว

นนทบุรี สืบปากเกร็ด รวบหัวหน้า รปภ.วัย67ปี ก่อเหตุลักรถจยย.อ้าง เมียติดพนัน ต้องหาเงินใช้หนี้ทุกวันจนทนไม่ไหว

เมื่อวันที่ 24 ก.ย.69 ที่ สภ.ปากเกร็ด พ.ต.ท.วิศิษฎ์ ชมเชย สว.สส.สภ.ปากเกร็ด และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากเกร็ด ได้ร่วมจับกุมตัวนายสกุลหรือหมู สิงห์จัย อายุ 67ปี พร้อมด้วยของกลาง 4 รายการ คือ 1. รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Honda รุ่น SCOOPY สีแดง-เทา หมายเลขตัวถัง จำนวน 1 คัน (ทรัพย์สินผู้เสียหาย/ผู้้องหวนำพาตรวจยึด) 2.แผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน 1ฆฆ 5654 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1แผ่น (ทรัพย์สิน ผู้เสียหาย/ผู้ต้องหานำพาตรวจยึด) 3.เสื้อยืดกีฬา สีขาว จำนวน 1 ตัว (ผู้ต้องหาสวมใส่ก่อเหตุ/ผู้ต้องหานำพาตรวจยึด) 4.กางเกงยีนต์ขายาว จำนวน 1 ตัว (ผู้ต้องหาสวมใส่ก่อเหตุ/ผู้ต้องหานำพาตรวจยึด) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อลก่าวหาคือ 1.ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร

น.ส.บี ภรรยาผู้ต้องหา เล่าว่า ตนเองมีอาชีพขายผักอยู่ที่ตลาดเมืองทอง ส่วนสามีอายุมากแล้ว ในอดีตเคยทำงานเป็นหัวหน้า รปภ. และหัวหน้าครูฝึก ก่อนจะออกมาช่วยกันขายผัก โดยปัจจุบันภรรยาเป็นผู้หาเลี้ยงหลัก และให้เงินสามีใช้ประจำวันละ 100–200 บาท ครอบครัวไม่ได้เล่นการพนันหนัก มีเพียงการซื้อหวยฮานอยและลอตเตอรี่เล็กน้อยงวดละประมาณ 500 บาท สำหรับภาระหนี้สินมีเพียงค่างวดรถกระบะที่ผ่อนเหลือไม่ถึง 100,000 บาท ส่วนเรื่องทะเบียนบ้าน เหตุที่ตนต้องเป็นเจ้าบ้านเนื่องจากสามีเคยประสบภาวะล้มละลายมาก่อน นอกจากนี้ ในส่วนของลูกชาย ทำงานเป็นช่างเชื่อมรถก๋วยเตี๋ยวอยู่แถวบ้าน คืนวันที่ 15 ตนพบความผิดปกติ เนื่องจากปกติสามีจะต้องรอรับกลับจากตลาดพร้อมกัน แต่วันดังกล่าวสามีกลับโทรศัพท์มาแจ้งว่า ไม่สบาย ขอเดินทางกลับก่อน และถ่ายภาพว่าอยู่ที่ไทวัสดุ ตลาดไท ให้ดู เมื่อสามีกลับถึงบ้านพักย่านคลอง 4 ก็นอนพักและอาบน้ำเล่นเกมตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กระทั้งหลังเกิดเหตุ สามีได้โทรศัพท์มาบอกว่า นำอุปกรณ์บางอย่างไปโยนไว้บริเวณต้นมักกะระกอหน้าบ้าน เมื่อลูกชายและเพื่อนไปตรวจสอบ พบว่าเป็น อุปกรณ์สำหรับไขล็อกรถ ตนยืนยันว่าไม่เคยเห็นรถยนต์คันที่ถูกขโมยมาจอดที่บ้านมาก่อน และเพิ่งจะเห็นเมื่อมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ สามีเคยมีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อยมาก่อนในอดีต แต่นานมากแล้ว และเคยรับปากอย่างมั่นเหมาะว่าจะเลิกทำเพราะอายุมากแล้ว ตนจึงรู้สึกโมโหและตกใจมากเมื่อทราบข่าว อีกทั้งระยะหลังสามีเริ่มมีอาการหลงๆ ลืมๆ ชอบออกไปเดินหาซื้อเครื่องมือช่างมือสองตามตลาดนัด โดยสามียังไม่ได้เล่าสาเหตุหรือรายละเอียดการก่อเหตุครั้งนี้ให้ตนฟังแต่อย่างใด

นายสกุล ผู้ต้องหา กล่าวว่า เปิดเผยถึงพฤติการณ์ในการก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ว่า ตนจะออกเล็งหาเป้าหมายในช่วงเวลาประมาณ 04:00 น. โดยเจตนาเลือกเฉพาะรถจักรยานยนต์ที่จอดทิ้งไว้โดย “ไม่ได้ล็อกคอ” เท่านั้น จากนั้นจะใช้อุปกรณ์ประเภทไขควงและเครื่องมืองัดแงะที่พกติดตัวไว้ในกระเป๋า เข้าทำการปลดล็อกหรือสตาร์ทเครื่องยนต์ ซึ่งใช้เวลาลงมือต่อคันเพียงไม่เกิน 2 นาที หลังจากได้รถจักรยานยนต์มาแล้ว ตนจะขี่นำไปซุกซ่อนไว้ที่บริเวณคลอง 4 เพื่อลงมือถอดแยกชิ้นส่วนอะไหล่ออกเป็นชิ้นๆ ก่อนจะนำชิ้นส่วนอะไหล่ทั้งหมดไปวางขายและส่งต่อที่ตลาดไทในวันพฤหัสบดี สร้างรายได้เข้ากระเป๋าคันละประมาณ 5,000 ถึง 7,000 บาท ส่วนสาเหตุที่ขโมยเกิดจากปัญหาภาระหนี้สินบีบคั้นอย่างหนัก ตนเองมีรายได้จากการขายของและงานรับจ้างฝึก รปภ. เพียงวันละ 300–500 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ แถมยังต้องแบกรับภาระจ่ายเงินที่ยืมคนอื่นมาอีกทุกวัน มีปัญหาหนี้สินหลักหมื่นบาท ส่วนหนึ่งมาจากภรรยาที่ติดการพนันออนไลน์อย่างหนัก ทั้งบาคาร่า เกมออนไลน์ และหวยทางโทรศัพท์ ทำให้ตนต้องดิ้นรนไปกู้หนี้ยืมสินมาจุนเจือครอบครัวจนหมุนเงินไม่ทันและหาทางออกไม่ได้

ซึ่งในระหว่างเผชิญหน้ากับผู้เสียหาย นาย..ได้ยกมือไหว้รับผิดพร้อมขอความเมตตา โดยอ้างถึงสุขภาพไม่ดีในวัย 70 ปี และโรคร้ายประจำตัวอย่างโรคเบาหวาน พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอขอชดใช้ค่าเสียหาย โดยระบุว่ายินดีจะจ่ายค่างวดรถค้างชำระแทนผู้เสียหายจำนวน 3 งวด รวมถึงจะมอบเงินค่าเสียเวลาให้อีกจำนวนหนึ่ง เพื่อแลกกับการขอให้ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ

อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งผู้เสียหายได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว พร้อมชี้แจงว่าตนเองก็ได้รับความเดือดร้อนหนักและต้องรับภาระส่งค่างวดรถเช่นกัน การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถยอมความส่วนตัวได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บันทึกคำให้การและนำตัวผู้ต้องหาส่งดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป