ตำรวจทางหลวงสนธิกำลังสกัดจับขบวนการค้ายาเสพติด ยึดยาบ้า 7.6 ล้านเม็ด
ตำรวจทางหลวงสนธิกำลังสกัดจับขบวนการค้ายาเสพติด ยึดยาบ้า 7.6 ล้านเม็ด
มูลค่ากว่า 220 ล้านบาท ซุกตู้เครื่องปั่นไฟ ยอมรับได้ค่าจ้าง 400,000 บาท
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.)
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต. โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.๑ บก.ทล., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง , พ.ต.ท.ศิวกริช ดิษย์บุญรัตน์ รอง ผกก.๑ บก.ทล. ได้สั่งการให้
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล.(นครสวรรค์) พร้อมสนธิบูรณาการกำลังร่วมกับ กก.3 บก.สกส.บช.ปส. นำโดย พ.ต.ท.วชิระ อัมฤทธิ์ สวญ.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. , พ.ต.ต.นราวิชญ์ เดชคง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.ศดิศ รัตนวงศ์ รอง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล., ตลอดจนบูรณาการเจ้าพนักงานทหาร,ตำรวจ กว่า 4 หน่วยงาน
ร่วมกันจับกุม ได้ร่วมกันจับกุมตัวผู้กระทำความเกี่ยวกับยาเสพติด 1 ราย ผู้ต้องหา จำนวน 4 คน คือ
1. นายชาตรีฯ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 568/2568 ลงวันที่ 22 กันยายน 2568 ซึ่งต้องหาว่า “ร่วมกัน จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า, ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ,จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และ สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน”
2. นายพิทักธุ์ฯ ผู้ต้องหาที่ 2
3. นายสุทินฯ ผู้ต้องหาที่ 3
4. นายทรงยศฯ ผู้ต้องหาที่ 4
ผู้ต้องหาที่ 2-4 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกัน จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และก่อให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”
พร้อมด้วยของกลาง ประกอบด้วย
1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ลักษณะเม็ดกลมแบน สีส้ม มีตราประทับ WY บรรจุในซองพลาสติกทึบแสงสีน้ำเงิน ห่อหุ้มด้วยกระดาษสาสีขาว มัดรวมในกระสอบพลาสติกสีดำ จำนวน 19 กระสอบ (ซุกซ่อนในตู้เครื่องปั่นไฟฟ้า) รายละเอียดจำแนกตามตราประทับ ตราประทับ 999 หมึกสีน้ำเงิน: จำนวน 2,800 มัด (ประมาณ 5,600,000 เม็ด) น้ำหนักรวมประมาณ 506.245 กิโลกรัม, ตราประทับ 999 หมึกสีแดง: จำนวน 1,000 มัด (ประมาณ 2,000,000 เม็ด) น้ำหนักรวมประมาณ 178.500 กิโลกรัม รวมยอดทั้งสิ้น 3,800 มัด หรือประมาณ 7,600,000 เม็ด น้ำหนักรวมสุทธิประมาณ 684.745 กิโลกรัม
2.ยานพาหนะ
– รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (กระบะเสริมข้าง) ยี่ห้อ ISUZU สีขาว หมายเลขทะเบียน บบ 1xx1 ปทุมธานี (ผู้ต้องหาที่ 2 เป็นผู้ขับขี่ ใช้สำหรับบรรุกและลำเลียงของกลาง)
– ตู้เครื่องปั่นไฟ ยี่ห้อ Denyo Model: 150ES EXCELLENT SILENT GENERATOR จำนวน 1 ตู้ (ไม่มีเครื่องยนต์และอุปกรณ์ส่วนควบ ใช้สำหรับซุกซ่อนยาเสพติด)
– รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ BMW รุ่น X1 SDRIVE18I SPORT สีขาว หมายเลขทะเบียน 5ขส 6xx5 กรุงเทพมหานคร (ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้ขับขี่)
– รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน ยี่ห้อ ISUZU รุ่น MU-X สีขาว หมายเลขทะเบียน 3ขห 2xx4 กรุงเทพมหานคร (ผู้ต้องหาที่ 3 เป็นผู้ขับขี่ และผู้ต้องหาที่ 4 เป็นผู้โดยสาร
3.โทรศัพท์เคลื่อนที่ จำนวน 6 เครื่อง
สถานที่จับกุม จับกุมผู้ต้องหาที่ 1 บริเวณทางแยกต่างระดับทับกฤช ต.ทับกฤชใต้ อ.ชุมแสง จว.นครสวรรค์
จับกุมผู้ต้องหาที่ 2 ที่บริเวณแยกเดชาติวงค์ ถนนพหลโยธิน ต.ปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ จว.นครสวรรค์
จับกุมผู้ต้องหาที่ 3 และ ที่ 4 ด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จว.นครสวรรค์
ตามนโยบายและข้อสั่งการของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.1 บก.ทล. ซึ่งได้กำชับสั่งการให้ข้าราชการตำรวจในสังกัดเพิ่มความเข้มงวดกวดขันในการสืบสวนจับกุมและสกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดผ่านเส้นทางหลวงในเขตพื้นที่รับผิดชอบอย่างเคร่งครัด
โดยสืบเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจบก.สกส.บช.ปส. ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดว่าจ้างกลุ่มผู้ต้องหาให้ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนภาคเหนือ ลงไปส่งมอบให้ลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง โดยใช้รถยนต์กระบะบรรทุกยาเสพติด และ ใช้รถยนต์เก๋งกับรถยนต์อเนกประสงค์ขับขี่นำทางสำรวจเส้นทางและด่านตรวจ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบข้อมูลจากระบบฯ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนกระทั่งเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม พบรถยนต์เป้าหมายทั้ง 3 คัน ขับขี่ตามกันลงมาในเขตพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ในลักษณะขบวนนำทางและติดตามกันมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางแผนสกัดกั้นและตรวจค้น ดังนี้ เจ้าพนักงานตำรวจร่วมกับด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี เรียกตรวจค้นรถยนต์ Isuzu MU-X หมายเลขทะเบียน 3ขห 2xx4 กรุงเทพมหานคร พบนายสุทิน ฯ เป็นผู้ขับขี่ และนายทรงยศ ฯ เป็นผู้โดยสาร ตรวจสอบพบการใช้โทรศัพท์มือถือ เปิดประชุมสายผ่านแอปพลิเคชันไลน์กลุ่มเพื่อรายงานเส้นทางและด่านตรวจ
ชุดปฏิบัติการอีกชุด ได้เข้าสกัดกั้นรถยนต์กระบะ Isuzu สีขาว หมายเลขทะเบียน บบ 1xx1 ปทุมธานี บริเวณแยกเดชาติวงศ์ ถนนพหลโยธิน ต.ปากน้ำโพ อ.เมืองนครสวรรค์ พบนายพิทักธุ์ ฯ เป็นผู้ขับขี่ ผลการตรวจค้นภายในตู้เครื่องปั่นไฟฟ้าที่บรรทุกอยู่บนกระบะหลัง พบของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) บรรจุในกระสอบ จำนวน 19 กระสอบ รวมประมาณ 7,600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ และเจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นรถยนต์ BMW X1 สีขาว หมายเลขทะเบียน 5ขส 6xx5 กรุงเทพมหานคร ได้ที่บริเวณแยกต่างระดับทับกฤช อ.ชุมแสง พบนายชาตรี ฯ เป็นผู้ขับขี่ ทำหน้าที่ขับรถนำทางสำรวจเส้นทาง (และตรวจสอบพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับศาลอาญาที่ 568/2568 ลงวันที่ 22 กันยายน 2568 ในคดียาเสพติด)
เจ้าพนักงานตำรวจ จึงได้ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย พร้อมของกลาง พร้อมทั้งใช้อำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้เพื่อสืบสวนขยายผลตามกฎหมาย ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีต่อไป
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ถูกจับกุมทั้งสี่รายให้การว่าร่วมกันลำเลียงยาเสพติดของกลางดังกล่าวมาจากพื้นที่ชายแดนจริง โดยตกลงว่าจะได้รับค่าจ้างรวมเป็นเงิน 400,000 บาท เมื่อส่งมอบยาเสพติดสำเร็จ ซึ่งผู้ว่าจ้างได้จ่ายเงินค่าใช้จ่ายล่วงหน้ามาให้ก่อนแล้วคนละ 40,000 บาท
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ร.ต.อ.ศดิศ รัตนวงศ์ รอง สว.ส.ทล.4 กก.1 บก.ทล. โทร 08 0494 7495
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”

