วันศุกร์, กันยายน 18, 2026
Latest:
ในประเทศ

กองปราบรวบ “ผู้กองวุฒิ” อ้างตนเป็นวีรบุรุษสงคราม ขับ F-16 รบเขมร หลอกขอเงินสาวๆ – พบหมายจับคดีครอบครองยาเสพติด

กองปราบรวบ “ผู้กองวุฒิ” อ้างตนเป็นวีรบุรุษสงคราม ขับ F-16 รบเขมร

หลอกขอเงินสาวๆ – พบหมายจับคดีครอบครองยาเสพติด

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม, พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา, พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป.,

 

ว่าที่ พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.สมเดช สาระบรรณ์, พ.ต.ท.พชรเดช บุญฤทธิ์, พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร, พ.ต.ท.รัฐวิรุฬห์ จันทสุบรรณ และ พ.ต.ท.ปภินวิทย์ อุดมพร รอง ผกก.1 บก.ป.

 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.มณเฑียร ธงเทียน สว.กก.1 บก.ป, ร.ต.อ.รัชพล อาษาพนม

รอง สว. กก.1 บก.ป. พร้อมมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป.

 

ร่วมกันจับกุม นายอุดม หรือ วุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี จำเลยตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี

ที่ 362/2567 ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 คดีหมายเลขดำที่ ย238/2567 และคดีหมายเลขแดง

ที่ ย275/2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” (ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมประพฤติ)

สถานที่จับกุม บริเวณปากซอย แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร

 

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจพบผู้ใช้บัญชี Facebook ชื่อ “คนจริงใจ ของเธอ” โพสต์รูปภาพอาวุธสงครามและเครื่องกระสุนปืนจำนวนมาก พร้อมระบุข้อความแอบอ้างว่าตนเองเป็นนายทหารยศ

“ผู้กอง” สังกัดกองทัพบก

 

โดยมีการโพสต์ข้อความในลักษณะท้าทายเจ้าหน้าที่รัฐ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และมีผู้เข้ามากดไลก์ กดแชร์ รวมถึงแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

 

จากการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมพบว่า ผู้ต้องหายังเป็นเจ้าของบัญชี TikTok ชื่อ “คนกระนวน1981ทหารไทย” ซึ่งมีพฤติกรรมนำภาพและคลิปวิดีโอ ขณะเจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติภารกิจมาโพสต์ลงในช่องของตนเอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้สมจริงยิ่งขึ้น

 

ต่อมาจากการสืบสวนทราบว่าบุคคลดังกล่าว คือนายอุดม หรือวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี ซึ่งเป็นจำเลยตามหมายจับของศาลจังหวัดชลบุรี ในข้อหา “ครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) และ

เสพยาเสพติดโดยผิดกฎหมาย” (ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขคุมประพฤติ) รวมถึงมีประวัติเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับยาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง จึงได้สืบสวนหาข่าว

 

จนกระทั่งทราบว่า นายอุดมได้เข้ามาทำงานรับจ้างก่อสร้างที่แขวงบางโคล่ เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกเดินทางไปตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว เมื่อไปถึงบริเวณสถานที่จับกุมดังกล่าว พบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกันกับ นายอุดมหรือวุฒิ ผู้ต้องหาตามหมายจับ กำลังทำงานอยู่บริเวณสถานที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เข้าแสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ จึงได้แสดงหมายจับ

ให้นายอุดม รับทราบ และตนยอมรับกับเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง และไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน จึงจับกุมตัวส่งศาลจังหวัดชลบุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

จากการสอบถามผู้ต้องหาเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ นายอดุม หรือ วุฒิ ยอมรับว่าตนไม่ได้เป็น

ทหารแต่อย่างใด ส่วนภาพที่ปรากฏอาวุธสงครามและคลิปวิดีโอการทำงานของทหารนั้น ตนได้ดาวน์โหลดมาจากบัญชีโซเชียลมีเดียของทหารรายอื่น แล้วนำมาโพสต์แอบอ้างว่าตนเป็นทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ชายแดน

 

ทั้ง ลาดตระเวน, ขับ F-16 ซึ่งกำลังทำงานอย่างหนัก เพื่อเรียกยอดไลค์ และอ้อนขอเงินสาวๆ ไปเติมน้ำมันรถ ทั้งนี้เจ้าตัวแจ้งว่ายังไม่มีหญิงสาวรายใดไปแจ้งความว่าถูกตนหลอกขอเงิน เนื่องจากสาวๆ ให้โดยเสน่หา

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ในคดีตามหมายจับ นายอุดม หรือ วุฒิ ให้การรับสารภาพว่าเมื่อช่วงต้นปี พ.ศ.2566 ขณะที่ตนกำลังเสพยาบ้าในแคมป์คนงานจังหวัดชลบุรี จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าจับกุมที่แคมป์คนงาน พร้อมตรวจยึดยาบ้าในความครอบครองของนายอดุม จำนวน 10 เม็ด

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงแจ้งข้อกล่าวหา ครอบครองยาเสพติด และเสพยาเสพติด (ประเภทที่ 1) ตนจึงถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

ต่อมาเมื่อศาลมีคำสั่งให้คุมประพฤติ แต่นายอดุมกลับไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขคำสั่งคุมประพฤติจึงถูกออกหมายจับ

 

เตือนภัย ขอให้ควรระมัดระวังบุคคลที่อ้างตนเป็นทหาร ตำรวจ หรือข้าราชการผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะกรณีที่นำ ภาพเครื่องแบบ ยศ ตำแหน่ง อาวุธ หรือภาพการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐมาใช้

 

สร้างความน่าเชื่อถือ เพราะภาพหรือข้อมูลดังกล่าวไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันว่าบุคคลนั้นเป็นเจ้าหน้าที่จริง

อาจก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่หลงเชื่อ

 

 

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน

ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”