วันพฤหัสบดี, กันยายน 17, 2026
Latest:
ในประเทศ

หอบ ‘ชุดไทยสไบทอง’ บุก ป.ป.ช.! ชาวบ้านออมทองบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เปิดทางปราบมาร-สาปแช่งแก๊งยึดบ้าน ฟันจนท.รัฐ จับมือวัดดังบางปู หวังยึดบ้านประชาชน

หอบ ‘ชุดไทยสไบทอง’ บุก ป.ป.ช.! ชาวบ้านออมทองบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เปิดทางปราบมาร-สาปแช่งแก๊งยึดบ้าน ฟันจนท.รัฐ จับมือวัดดังบางปู หวังยึดบ้านประชาชน

 

หลอนแน่ทั้งขบวนการ! ชาวบ้านออมทอง บุก ป.ป.ช. ถวายชุดไทยสาปแช่งคนโกง-ทวงคืนบ้าน ลั่น ‘เรื่องถึงส่วนกลาง สู้ทุกมิติ ไม่มีละเว้น!’ ลุยเอาผิดวัดดังย่านบางปู

 

17 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. ตัวแทนกลุ่มประชาชนผู้เดือดร้อน นำโดย นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด และตัวแทนผู้เสียหายจากโครงการ “บ้านออมทอง” ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ติดตามความคืบหน้า และส่งมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมตรงถึง ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่วนกลาง) ณ สำนักงาน ป.ป.ช. (ส่วนกลาง) ถนนนนทบุรี อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี การเดินทางมายื่นหนังสือในครั้งนี้ เป็นการติดตามเรื่องเดิมตามหนังสือสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ นร 01670000977 ซึ่งทางสำนักนายกรัฐมนตรีได้ส่งเรื่องมาถึงสำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 เวลา 16.03 น. ประกอบกับหนังสือคืนสำนวนการสอบสวนของสำนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ ที่ อส 0058(สป)/3680 ลงวันที่ 26 มิถุนายน 2569 ที่ระบุชัดเจนว่า คดีดังกล่าวเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งอยู่ในอำนาจการไต่สวนของ ป.ป.ช. โดยตรง ถวายชุดไทยสไบทอง ณ ศาลเจ้าที่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำ ป.ป.ช.

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มชาวบ้านได้นำ ชุดไทยสไบทอง เข้าถวายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ สำนักงาน ป.ป.ช. ส่วนกลาง เพื่อขอพรและเบิกบารมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พร้อมสาปแช่งกลุ่มขบวนการฉ้อโกง เจ้าหน้าที่รัฐทุจริต และกลุ่มนายทุนที่ร่วมกันบีบบังคับยึดบ้านของประชาชนตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มชาวบ้านย้ำชัดว่า “พึ่งพาการดำเนินงานในระดับพื้นที่ไม่ได้ จึงต้องหอบหลักฐานขึ้นมาพึ่ง ป.ป.ช. ส่วนกลาง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ให้ลงมาตรวจสอบดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยเปิดทางปราบมารศาสนาให้หมดสิ้นไปโดยเร็ว”

 

นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด กล่าวว่า การเดินทางมาในวันนี้เป็นการยื่นหนังสือและหลักฐานใหม่เพิ่มเติม หลังจากที่ ป.ป.ช. ยืนยันว่าจะช่วยติดตามเอกสารส่วนที่ยังติดค้างอยู่ โดยประเด็นหลักคือการมาติดตามเรื่องเดิมเกี่ยวกับคดีทุจริตตามหนังสือของอัยการ เพื่อดูว่าทาง ป.ป.ช. มีการพิจารณาอย่างไร รวมถึงติดตามคดีฉ้อโกงประชาชนว่ามีความเห็นพ้องกับทางกองปราบปรามหรือไม่ ซึ่งหลังจากนี้จะประสานงานกับเจ้าหน้าที่ผู้รับเรื่องเพื่อแจ้งความคืบหน้าต่อไป

 

นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด กล่าวต่อว่า ทางกลุ่มชาวบ้านยังได้นำชุดผ้าไทยมาถวายแก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำ ป.ป.ช. เพื่อความเป็นสิริมงคล สร้างขวัญกำลังใจ และเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจให้ชาวบ้านได้รับความเป็นธรรม โดยคุณโบว์เน้นย้ำว่า สำหรับเอกสารหรือข้อมูลกับหน่วยงานที่ยังไม่มีหนังสือตอบกลับมา ทางกลุ่มจะไม่ถอยและจะคอยติดตามเรื่องต่อไปให้ถึงที่สุดในทุกมิติ

 

“สำหรับสถานการณ์ในหมู่บ้านขณะนี้ยังคงทรงตัวและอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ยังไม่มีบุคคลใดเข้ามาสร้างความรำคาญหรือใช้ถ้อยคำข่มขู่ ส่วนกรณีการเจรจากับทางฝั่งวัด ยืนยันว่ายังไม่มีการเจรจาใดๆ เกิดขึ้น อีกฝ่ายยังคงดื้อดึงและต้องการทรัพย์สินของชาวบ้านอยู่เช่นเดิม จึงขอให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน โดยชาวบ้านจะสู้ในส่วนของตนเองตามเอกสารหลักฐานที่มี และยืนยันความพร้อมในการต่อสู้คดีต่อไป” นางสาวสุรีย์ญา แสงรอด กล่าว ทิ้งท้าย

 

ณัฐพงศ์ มาลี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีหมู่บ้านออมทองจังหวัดสมุทรปราการนั้น เป็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินและอาคารซึ่งเป็นทรัพย์สินของประชาชน รวมถึงประเด็นสัญญาที่เป็นโมฆะกรรม โดยมีตัวละครสำคัญและผู้ร่วมขบวนการเกี่ยวข้องหลายฝ่าย ตั้งแต่วัดชื่อดัง เจ้าอาวาส ไวยาวัจกร กรรมการชุมชน ตลอดจนนายทุน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่รัฐบางราย ในพื้นที่วัดดัง ย่าน ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ เนื่องจากชาวบ้านเชื่อว่าทางวัดมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชนเป็นปกติธุระ หลังมีการนำที่ดินที่ของวัด มาปล่อยขายให้กับชาวบ้านในลักษณะโครงการบ้านจัดสรรและให้สิทธิ์ในการเช่าที่ดินถาวร ตั้งแต่ปี 2537 แต่ภายหลังทางวัดกลับเปลี่ยนสัญญาและยื่นฟ้องขับไล่ชาวบ้าน หวังยึดอาคารบ้านเรือนของชาวบ้าน โดยกรณีดังกล่าวชาวบ้านได้แจ้งความวัดและไวยาวัจกรวัด ที่สภ.บางปูแล้ว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากตำรวจระบุว่าเป็นคดีแพ่ง แต่ประชาชนรับทราบจากอัยการจังหวัดสมุทรปราการที่พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้มีมูลความผิดการทุจริตต่อหน้าที่ตามหนังสือของ อัยการ ที่ อส 0058(สป)/3680