ปทุมธานี ตร.คุมตัวโจรฮู้ดดำทำแผนควงปืนปลอมปล้นทอง 3.5 ล้านบาท ร้านทอง บางกอกโกลด์ส สามโคก ผู้ต้องหาบอกรอให้เรื่องเงียบจะนำทองไปขาย แต่ไม่รอด!
ปทุมธานี ตร.คุมตัวโจรฮู้ดดำทำแผนควงปืนปลอมปล้นทอง 3.5 ล้านบาท ร้านทอง บางกอกโกลด์ส สามโคก ผู้ต้องหาบอกรอให้เรื่องเงียบจะนำทองไปขาย แต่ไม่รอด!
จากกรณีโจรคลุมเสื้อฮู้ดดำควงใช้ปืนบุกเดี่ยวปล้นร้านทอง”บางกอกโกลด์ส ทองเยาวราช” ริมถนนปทุมธานี-สามโคก หมู่ 3 ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี กวาดสร้อยคอทองคำน้ำหนัก รวม 52 บาท มูลค่ากว่า 3.5 ล้านบาทหลบหนีไป พล.ต.ต.พีรพล โชกติเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี สั่งระดมตำรวจสืบสวน ภ.จว.ปทุมธานี ตำรวจสืบสวนภาค 1 และสืบสวนสภ.สามโคก เร่งตรวจกล้องวงจรปิดเส้นทางหลบหนี กระทั้งสามารถจับกุมนายบันลือ พันธุ์จันทร์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 95/65 ม.2 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานี เลขที่ 297/2569 ได้ที่หน้าร้านสะดวกซื้อใกล้วัดเปรมประชากร ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 52 บาทที่ตำรวจคุมตัวไปค้นบ้านพักทองยังอยู่ครบและชุดเสื้อฮู้ดดำที่สวมใส่วันก่อเหตุ ปืนปลอมและรถจยย.รุ่น PCX 1 คันที่ขับมาจอดทิ้งไว้ถนนเลียบคลองเปรมประชากร ผู้ต้องหาสารภาพว่าเครียดนำรถกระบะที่ใช้ขับขนส่งสินค้าไปจำนำไว้ 400,000 บาทใช้หนี้สินและหนี้พนันและขาดผ่อนชำระ3เดือนทำให้รถจะถูกยึดจึงก่อเหตุต้องการนำเงินไปไถ่ถอนรถคืนแต่ไม่รอดถูกจับ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 18.00 น.ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
คืบหน้าล่าสุดเวลา 12.00 น.วันที่ 16 กันยายน 2569 พ.ต.อ.เทพฤทธิ์ ชาวนาวิก ผกก.สภ.สามโคก พ.ต.ท.ฉกาจ เล็กอาราม รอง ผกก.สส.สภ.สามโคก และชุดสืบสวน สภ.สามโคก เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและตำรวจจราจร ร่วมกันนำตัวนายบันลือ พันธุ์จันทร์ อายุ 56 ปี ชาว ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดปทุมธานี ที่ 297/2569 ในข้อหาชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนและปิดบังใบหน้าเพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุที่ร้านบางกอกโกลด์ส ทองเยาวราช ท่ามกลางการคุ้มกันอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ โดยผู้ต้องหาสวมเสื้อคลุมฮู้ดดำในวันก่อเหตุนำชี้จุดที่เกิดเหตุตั้งแต่เดินผลักประตูเข้าร้าน ก่อนเอาอาวุธปืนปลอมขึ้นมาข่มขู่พนักงานให้พนักงานที่อยู่ความหงวาดผวาเอาสร้อยคอทองคำน้ำหนัก รวม 52 บาท(มูลค่า 3.5 ล้านบาท) หลบหนีไปโดยผู้ต้องหาอยู่ในสภาพอิดโรยไม่ได้พูดอะไรถึงสาเหตุก่อเหตุชิงร้านทอง หลังทำแผนเสร็จเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงคุมตัวผู้ต้องหากลับสภ.สามโคก เพื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติมก่อนมีการส่งผู้ต้องหาฝากขังในวันพรุ่งนี้(17กย.)ต่อไป
ด้านนางสาวสุพัตรา กิสมาคม ผู้จัดการร้านทองบางกอกโกลด์ เปิดใจว่า ต้องขอบคุณพี่ๆ ตำรวจและสื่อมวลชนทุกสำนักที่ช่วยกันระดมแล้วก็จับภาพคนร้ายและสืบสวนอย่างต่อเนื่องจนจับตัวคนร้ายได้ถือว่าทำได้ดีเยียมแล้วก็เก่งมากใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 2 วัน ตอนคนร้ายถือปืนเข้ามาพนักงานต่างตกใจ หวาดผวากันหมด ตอนนั้นทำอะไรไม่ถูกสติหลุด เป็นตรั้งแรกที่ตั้งแต่ทำงานร้านมาก็เพิ่งเกิดเหตุ
ทางร้านมีมาตรการเข้มงวดขึ้นในเรื่องของความปลอดภัยในเรื่องการที่จะให้ลูกค้าเข้ามาในร้านตั้งแต่ต้นหน้าร้าน คือในเรื่องของระบบล็อกสัญญาณประตู ก่อนที่จะมีการเข้ามา ก็จะสังเกตพฤติกรรมของลูกค้าก่อนทั้งเรื่องของ หมวก แมส แว่น หมวกแก๊ป การแต่งกายต่างๆ ก่อนที่จะปลดระบบความปลอดภัยแล้วให้เข้ามาในร้านได้ก็จะมีความเข้มงวดกว่าเดิม
วันเกิดเหตุทำไมประตูมันถึงเปิดง่ายเนื่องจากวันนั้นมีการขนส่งสินค้าจากทางสำนักงานใหญ่เป็นของแถมที่มีชิ้นใหญ่ก็เลยกดประตูปิดไว้เพื่อขนส่งเข้ามาทีเดียวพอเสร็จขนส่งแล้วไม่ได้กดสัญญาณปิดอีกที ทำให้เกิดความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและตามข่าวก็คือคนร้ายน่าจะนั่งดูทางอยู่แล้วอาศัยช่วงจังหวะขนส่งออกจากหน้าร้านก็สอดส่องพฤติกรรมเข้ามาก่อเหตุ
ขณะสภาพจิตใจพนักงานตอนนี้น้อง ๆ และเพื่อนร่วมงานก็ยังมีความหวาดระแวง ผวาคนที่เดินผ่านไปผ่านมาอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ถือว่าดีขึ้น บริษัทมีการซัพพอร์ตปอบใจน้อง ๆ เป็นอย่างดี ขอบคุณทีมผู้บริหารและบางกอกโกลด์สที่คอยเป็นห่วงเป็นใยพนักงานทุกท่าน ส่วนเรื่องการทำงานต่อไปก็จะมีความระมัดระวังและเข้มงวดกว่าเดิมเป็นอีกเท่าตัวเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ขึ้น
นายชยุต กำธรกิจตระกูล เจ้าของร้านทอง เปิดเผยว่า ตำรวจเขาทำงานเร็วมาก ภายใน 2 วันจับคนร้ายได้ เหตุนี้เกิดขึ้นค่อนข้างที่จะยากที่จะจับตัวผู้ร้ายแต่เพราะมีกล้องวงจรปิดมีหลายตัวจริงแต่ว่ามืดตรวจสอบลำบากแต่ถือว่าเร็วมาก เรื่องการป้องกันได้แจ้งพนักงานทุกสาขาของเราที่อยู่ด้านนอก ในห้างก็ให้ดูเรื่องล็อกประตูและระบบสัญญาณกันขโมยตรวจเช็กเรื่อย ๆ ก็ดีใจที่จับคนร้ายได้อย่างรวดเร็วมูลค่าทองประมาณ 3.5 ล้าน ต่อไปต้องเข้มงวดกว่าเดิม และเป็นครั้งแรกสา
ขานี้

