วันจันทร์, กันยายน 14, 2026
Latest:
ในประเทศ

ปทุมธานี โจรชุดดำเสื้อคลุมฮู้ดควงปืนบุกเดี่ยวปล้นร้านทองบางกอกโกลล์ ทองเยาวราช สามโคก กวาดทองหนัก 52 บาท มูลค่า 3.5 ล้านบาท

ปทุมธานี โจรชุดดำเสื้อคลุมฮู้ดควงปืนบุกเดี่ยวปล้นร้านทองบางกอกโกลล์ ทองเยาวราช สามโคก กวาดทองหนัก 52 บาท มูลค่า 3.5 ล้านบาท

 

เมื่อเวลา 18.10 น วันที่ 13 กันยายน 2569 ร.ต.ท.ศุภกร ธัญธนนุกูล รองสว.(สอบสวน) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายบุกเดียวใช้อาวุธปืนปล้นร้านทองบางกอกโกลด์ ทองเยาวราช ตั้งอยู่เลขที่ 49/34-35 หมู่ 4 ถนนปทุม-สามโคก (ปากทางซอยเทศบาล1) ต.สามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ทรัพย์สินคนร้ายได้ไปเป็นทองคำรูปพรรณ รวมน้ำหนัก จำนวน 52 บาท เป็นสร้อยคอหนัก 10 บาท จำนวน 2 เส้น สร้อยคอ หนัก 5 บาท จำนวน 4 เส้น และสร้อยคอ หนัก 4 บาท จำนวน 3 เส้น รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 3.5 ล้าน ก่อนหลบหนีไป หลังรับแจ้งจึงรายงานเหตุให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.เทพฤทธิ์ ชาวนาวิก ผกก.สภ.สามโคก ตำรวจชุดสืบสวนสภ.สามโคก เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภ.จว.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน ภาค1และเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 1 ปทุมธานี

ในที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวตั้งอยู่ริมถนนปทุม-สามโคก ปากทางซอยเทศบาล 1 ชื่อร้านทอง บางกอกโกลด์ ทองเยาวราช ภายในร้านเจ้าหน้าที่พบพนักงานขายอยู่ภายในร้าน 4-5 คนซึ่งอยู่ในอาการตื่นตกใจ

จากการสอบถามนางสาวหวาน พนักงานสาว เล่าว่า คนร้ายเดินเข้ามาร้านทองเวลาร้านใกล้ปิดประมาณ 5 โมงกว่า คนร้ายเดินผลักประตูเข้ามา คนร้ายแต่งตัวมิดชิดเห็นแค่ตา ตนเองบอกกับเพื่อนอยู่ ว่าเหมือนคนร้าย เพื่อนต่างกรี๊ดกลัว ทุกคนก็เลยลงไปข้างใต้เคาน์เตอร์ ตอนนั้นยังไม่มีสติแล้วทีนี้ คนร้ายเห็นมุดลงเข้าไปข้างใต้ คนร้ายเลยเดินไปเปิดประตู เพื่อนกดล็อกประตู คนร้ายก็ไม่รู้วิธีเปิด คนร้ายก็เลยเดินมาหาแล้วเอาปืนจ่อ คนร้ายเหมือนพูดประมาณว่า “ลุกขึ้นมา ลุกขึ้นมา” ก็เลยลุกขึ้น เพราะตอนนั้นกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้น เสร็จแล้วคนร้ายให้หยิบทองให้ก็เลยเอาทองให้ มี 10 บาท 2 สร้อย 5 บาท 4 เส้น และสร้อย 4 บาท 3 เส้นได้เอาทองใส่กระเป๋าแล้วคนร้ายเดินไปเหมือนผลักประตูไม่ออกเหมือนคนร้ายโกรธกลัวอาจจะก่อเหตุที่ไม่ดีก็เลยเปิดล็อคประตู

พนักงานสาวร้านทอง บอกว่าคนร้ายลักษณะการพูดกิริยาสำเนียงคนไทยกลางชัด คนร้ายลักษณะสวมเสื้อฮู้ดคลุมหัว เป็นชายสูงประมาณ 160-165 ซม.ถืออาวุธปืนสั้นสีดำ ทรัพย์สินที่คนร้ายได้ไปเป็นสร้อยทองคำประมาณ 52 บาท มูลค่าประมาณ3.5 ล้านบาท ปกติประตูจะปิดล็อกถ้ามีลูกค้าก็เปิดให้เข้าออกแต่ช่วงดังกล่าวมีการจัดส่งพัสดุทองเข้าร้านก็เลยเปิดคนร้ายก็ถือโอกาสเข้ามาตอนช่วงนั้นที่ประตูไม่ได้ล็อก

ส่วนนางสาวสุพัตรา กิสมาคม พนักงานอีกคน เล่าด้วยความตกใจว่า คนร้ายค่อยค่อยเดินเข้ามาแบบนิ่งนิ่งแล้วชักอาวุธปืนออกมา ตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาซึ่งขณะนั้นพนักงานยืนอยู่อยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 คน โดยคนร้ายยังไม่ได้พูดอะไรแต่เมื่อพนักงานเห็นจึงต่างพากัน ก้มหมอบด้วยความกลัวและตกใจ จากนั้นคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนเล็งมาทางพนักงานแล้วบอกให้ลุกลุกขึ้นดีๆ และบังคับให้หยิบทองโดยใช้มือชี้ไปที่ทองตรงเส้นใหญ่ใหญ่ จากนั้นเมื่อคนร้ายได้ทองไปแล้ว ก็เก็บอาวุธปืนและเดินออกไปจากร้าน แบบนิ่งนิ่งไม่ได้วิ่งแต่อย่างใด ซึ่งจากการสังเกตสำเนียงการทูตแบบภาคกลาง

ที่เกิดเหตุกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพนาทีคนร้ายก่อเหตุได้ ซึ่งคนร้าย 1 คนสวมเสื้อมีฮู้ดแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ สะพายกระเป๋าด้านข้าง เมื่อช่วงเวลา17:53 น.มีการเดินวนผ่านจากหน้าร้านและเดินไปด้านข้างร้าน จากนั้นเดินย้อนกลับผ่านหน้าร้าน ไปอีกครั้ง กระทั่งเข้ามาก่อเหตุ ภายในร้านเวลา 17:56 น.และออกไปจาก ร้าน เวลา 17:58 น.ใช้เวลาในการก่อเหตุ 2 นาทีจากนั้นพบว่ากล้องอีกตัวซึ่งเป็นของหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งจับภาพขณะคนร้ายเดินออกมาจากร้านและเดินอยู่ริมถนน ในลักษณะแบบนิ่งเฉย

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดปทุมธานีพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามโคกและทีมชุดสืบสวนกำลังลงพื้นที่เพื่อติดตามตัวคนร้ายอย่างเร่งด่วนแล้ว

ด้านนายชยุต กำธรกิจตระกูล เจ้าของร้านทองดังกล่าว ตอนแรกคนร้ายเท่าที่ดูจากกล้องคือเขาข้ามถนนมาจากฝั่งนู้นแล้วมีประชาชนเห็นว่านั่งอยู่หน้าร้านล้างรถพักใหญ่แล้วก็เดินข้ามมาเดินข้ามมาปึ๊บเดินเลาะหน้าร้านมาแล้วก็เลี้ยวขวาไปทางร้านนวด เหมือนมาดูลาดเลาแล้วก็เดินกลับมานั่งอยู่ข้างต้นไม้ห่างจากร้านไม่มากทีแรกเห็นเหมือนใส่แมสก์มาแล้วก็คลุมฮู้ดมา แล้วคราวนี้เดินกลับเข้าร้านมีคลุมไอ้โม่งคลุมฮู้ด เข้าไปเลยตอนนั้นเวลา 17:51 น.ช่วงเดินข้ามมาเข้าร้านเวลาเกือบ 18:00 น.ไม่เห็นคนร้ายใช้รถอะไรหลบหนีในกล้องไม่เห็น

ต่อมาเวลา 20.00 น.พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจังหวัดปทุมธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.สามโคก ตำรวจสืบสวนภาค 1 ได้ประชุมชุดสืบสวนเร่งรัดคดีชิงทองื3.5 ล้านบาท โดยมีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและพยานที่เห็นเหตุการณ์เพื่อสอบสวนหาเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนีโดยเชิญตัวคนขับรถจยย.วินรับจ้างหน้าหมู่บ้านกฤษณาห่างจุดเกิดเหตุไปประมาณ 100 เมตรสอบถามด้วย

ด้านพล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นพฤติกรรมของคนร้ายในการก่อเหตุ โดยคนร้ายสวมเสื้อแขนยาวมีฮู้ดคลุมหัวและสวมแมสปิดบังใบหน้า ใส่กางเกงขายาวและสะพายกระเป๋า สีดำ จากนั้นชักปืนมาตั้งแต่ช่วงเปิดประตูร้านทองเพื่อเข้ามาและใช้อาวุธปืนจี้ขู่พนักงานให้สร้อยทองเส้นใหญ่ให้แล้วหลบหนีไป โดยเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุเดินเท้าไปหน้าหมู่บ้านกฤษณาซึ่งห่างจากร้านทองประมาณกว่า 100 เมตร จากนั้นเรียกวินจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อให้ไปส่งที่ห้างโลตัสโลตัส สาขาปทุมธานี โดยจ่ายเงินค่าจ้างเป็นเงิน จำนวน 40 บาท โดยทางด้านวินจักรยานยนต์รับจ้างไม่ทราบเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีไปต่อเนื่องจากจอดส่งแล้วก็ขับรถกลับมามาที่วิน จากนั้นได้สืบทราบว่าคนร้ายได้ไปเรียกรถแท็กซี่ที่บริเวณหน้าห้างหลบหนีไปอีกทอด

 

อย่างไรก็ตามจะได้เรียกสอบสวนพยานที่เห็นเหตุการณ์และพนักงานของร้านเพื่อหารูปพรรณของคนร้ายที่ชัดเจนและตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายก่อเหตุเพียงลำพังคนเดียวแล้วใช้วิธีเดินเท้าหลบหนีและจ้างวินจักรยานยนต์รับจ้างหนีไป และเรียกแท็กซี่รับจ้างเพื่อหลบหนีต่อตามเส้นทางเป็นช่วงๆ เพื่อให้ยากต่อการติดตามจับกุมแต่ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเร่งดำเนินการค้นหา ไล่ล่าตัวคนร้ายที่ก่อเหตุด้วยความระมัดระวังเนื่องจากเบื้องต้นทราบว่าคนร้ายมีอาวุธปืนติดตั

วไปด้วย