ตำรวจ บก.ป. คุมตัว “นายโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พร้อม “สีกาเอ๋” ฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 จ.สระบุรี หลังถูกดำเนินคดีทั้งข้อหายักยอกทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริต และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ขณะที่ทั้งคู่ปิดวาจาไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจคัดค้านประกัน เกรงหลบหนีและยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน
ตำรวจ บก.ป. คุมตัว “นายโชติ” อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พร้อม “สีกาเอ๋” ฝากขังศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 จ.สระบุรี หลังถูกดำเนินคดีทั้งข้อหายักยอกทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริต และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ขณะที่ทั้งคู่ปิดวาจาไม่ตอบคำถามสื่อ ด้านตำรวจคัดค้านประกัน เกรงหลบหนีและยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน
ต่อมาเวลา 13.10 น. วันที่ 11 ก.ย. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ได้นำตัวนายอติโชติ อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หรือ “สมีโชติ” จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบหรือทุจริต และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน รวมถึง น.ส.ปุณยวีร์ หรือ “สีกาเอ๋” ผู้ต้องหาในข้อหาสนับสนุนเจ้าพนักงานกระทำความผิด (ยักยอก/ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ) และสมคบกันร่วมกันฟอกเงิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และมาตรา 157 ส่งฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จ.สระบุรี
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 รายออกจากศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สื่อมวลชนได้พยายามสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 2 รายในหลายประเด็น

อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายยังคงปิดวาจาและไม่ตอบคำถามใด ๆ จากสื่อมวลชน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะนำตัวขึ้นรถและเดินทางออกไปในทันที เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย เนื่องจากเป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายสูงและประชาชนให้ความสนใจ อีกทั้งเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีและไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ก่อนนำตัวส่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 จ.สระบุรี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
