นายก ตี๋ ต.หนองหงษ์จนท.สนธิกำลังบุกโกดังขยะอิเล็กทรอนิกส์ 3 หลัง เกือบ 100 ตัน รวบแรงงานเมียนมา 15 คน พบชื่อคนไทยเช่า แต่จีนทำ สาวปริศนาโทรขอ “เคลียร์” นายก อบต.ลั่นไม่รับ ดำเนินคดีอย่างเดียว
นายก ตี๋
ต.หนองหงษ์จนท.สนธิกำลังบุกโกดังขยะอิเล็กทรอนิกส์ 3 หลัง เกือบ 100 ตัน รวบแรงงานเมียนมา 15 คน พบชื่อคนไทยเช่า แต่จีนทำ สาวปริศนาโทรขอ “เคลียร์” นายก อบต.ลั่นไม่รับ ดำเนินคดีอย่างเดียว
อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี สนธิกำลังฝ่ายปกครอง ตำรวจ และ อบต.หนองหงษ์ บุกตรวจโกดัง 3 หลังในพื้นที่ อ.พานทอง หลังชาวบ้านร้องเรียนลักลอบคัดแยกและทำลายขยะอิเล็กทรอนิกส์ พบกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ แผงวงจร แบตเตอรี่ลิเทียม พลาสติก และอะลูมิเนียมจำนวนมาก พร้อมแรงงานชาวเมียนมา 15 คน ขณะที่มีหญิงสาวปริศนาโทรศัพท์ขอ “เคลียร์” กับนายก อบต.หนองหงษ์ แต่ถูกปฏิเสธทันควัน ยืนยันดำเนินการตามกฎหมายอย่างเดียว
นายดวงจันทร์ อุ่นชาติ อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย นายสุรพงษ์ ญัตติณรงค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหงษ์ นายพุทธิพงษ์ รูปสม ปลัดอำเภอพานทอง พ.ต.อ.ชัยรัชช์กิตติ์ ชัยปฏิวัติ ผกก. สภ.พานทอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สนธิกำลังเข้าตรวจสอบโกดังในพื้นที่หมู่ 6 ต.หนองหงษ์ อ.พานทอง จ.ชลบุรี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ว่า มีการลักลอบประกอบกิจการเกี่ยวกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะที่อาจเป็นอันตราย
เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบโกดังจำนวน 3 หลัง ภายในมีการคัดแยกวัสดุหลายประเภท ทั้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ พลาสติก อะลูมิเนียม แผงวงจรไฟฟ้า และแบตเตอรี่ลิเทียม รวมเกือบ 100 ตัน รวมถึงพบเศษแผงวงจรและขยะอิเล็กทรอนิกส์บางส่วนถูกนำไปผสมกับปูน ก่อนบรรจุใส่กระสอบจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่สงสัยว่าเตรียมนำออกไปกำจัด จึงเก็บตัวอย่างเพื่อนำไปตรวจสอบอย่างละเอียด
นอกจากนี้ ภายในโกดังยังพบแรงงานชาวเมียนมาจำนวน 15 คน จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า 3 คนมีเอกสาร แต่เป็นเอกสารการทำงานในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ส่วนแรงงานที่เหลือเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสารและสิทธิการทำงานอย่างละเอียด ก่อนนำตัวไปดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่ สภ.พานทอง
ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ ปรากฏว่ามีหญิงสาวรายหนึ่งโทรศัพท์เข้ามาหานายสุรพงษ์ ญัตติณรงค์ นายก อบต.หนองหงษ์ โดยพยายามขอพูดคุย “เคลียร์” เรื่องที่เกิดขึ้น แต่ทางนายก อบต.ปฏิเสธ พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจาเพื่อยุติเรื่อง และจะปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โดยหญิงสาวดังกล่าวอ้างว่าอยู่ที่ จ.ปราจีนบุรี และกำลังเร่งเดินทางมายังจุดตรวจสอบ
นายสุรพงษ์ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่ว่า มีสถานประกอบการคัดแยกขยะที่อาจเป็นอันตรายอยู่ในพื้นที่หมู่ 6 จึงประสานอุตสาหกรรมจังหวัด ฝ่ายปกครอง และตำรวจเข้าตรวจสอบ กระทั่งพบสภาพภายในโกดังเป็นไปตามข้อมูลที่ได้รับร้องเรียน จึงให้เจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด
ส่วนข้อมูลที่ระบุว่าสถานประกอบการดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับนายทุนชาวจีน และมีการใช้ชื่อบุคคลสัญชาติไทยในการเช่าพื้นที่เพื่อดำเนินกิจการนั้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสาร ผู้เช่า และผู้ประกอบการที่แท้จริง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงก่อนดำเนินการตามกฎหมาย
ด้านนายดวงจันทร์ อุ่นชาติ อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสถานประกอบการแห่งนี้มีการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่อาจเข้าข่ายเป็นของเสียอันตราย เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างวัสดุและขยะบางส่วนส่งตรวจ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาดำเนินคดี
จากการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นพบว่า สถานประกอบการดังกล่าวแจ้งขออนุญาตประกอบกิจการเกี่ยวกับการคัดแยกของเก่าที่ไม่เป็นอันตราย แต่สภาพการประกอบกิจการที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบเป็นการคัดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต
อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรีระบุว่า หากผลการตรวจสอบเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหา โดยความผิดที่ตรวจสอบอยู่มีอัตราโทษสูงสุดปรับ 200,000 บาท จำคุก 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมเตรียมเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.พานทอง เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายต่อไป

วิศาล แสงเจริญ
(ปู) ผู้สื่
อข่าวประจำจังหวัดชลบุรี
