วันพฤหัสบดี, กันยายน 10, 2026
Latest:
ในประเทศ

ภาคขนส่ง 13 สมาคม หารือ “พิพัฒน์” จัดระเบียบรถบรรทุกต่างชาติ จี้ใช้กฎหมายเดียวกัน–เร่งติด GPS ตรวจเส้นทาง

ภาคขนส่ง 13 สมาคม หารือ “พิพัฒน์” จัดระเบียบรถบรรทุกต่างชาติ จี้ใช้กฎหมายเดียวกัน–เร่งติด GPS ตรวจเส้นทาง

 

วันที่ 9 กันยายน 2569 เวลา 15.00 น. สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการขนส่ง 13 สมาคม นำโดยสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เข้าร่วมประชุมกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขผลกระทบจากรถบรรทุกต่างชาติที่เข้ามาดำเนินการในประเทศไทย

 

การประชุมมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ กระทรวงคมนาคม

 

ที่ประชุมให้ความสำคัญกับกรณีรถบรรทุกสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเดินทางผ่าน สปป.ลาว เข้าสู่ประเทศไทยภายใต้กรอบความตกลงการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS CBTA หลังภาคการขนส่งไทยพบข้อกังวลว่ารถต่างชาติบางส่วนอาจเดินรถออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต และเข้าไปรับขนส่งสินค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย รวมถึงพื้นที่ภาคใต้

 

ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และภาคีเครือข่าย 13 สมาคม สะท้อนว่า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการแข่งขันด้านราคาและสร้างความเสียเปรียบให้ผู้ประกอบการไทย จึงเสนอให้ภาครัฐเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบเส้นทางเดินรถ การติดตั้งระบบ GPS การเข้าด่านชั่งน้ำหนัก การจัดทำประกันภัย และรูปแบบการประกอบธุรกิจที่อาจเกี่ยวข้องกับทุนต่างชาติ

 

นายพิพัฒน์ยืนยันว่า รถต่างชาติทุกคันที่เข้ามาดำเนินการในประเทศไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยเช่นเดียวกับรถของผู้ประกอบการไทย และต้องไม่ใช้ช่องว่างจากความตกลงระหว่างประเทศเพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม

 

ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นการขนส่งระหว่างประเทศ เนื่องจากการค้าชายแดนและระบบโลจิสติกส์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ แต่ผู้ประกอบการทุกฝ่ายต้องแข่งขันอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน โดยผู้ประกอบการไทยต้องไม่เสียเปรียบ ขณะที่ประชาชนต้องได้รับประโยชน์จากระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีต้นทุนเหมาะสม

 

ที่ประชุมเห็นร่วมกันให้กรมการขนส่งทางบกเร่งจัดทำมาตรการติดตั้งระบบ GPS สำหรับรถขนส่งสินค้าและรถโดยสารต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อให้ภาครัฐตรวจสอบตำแหน่ง เส้นทาง และพฤติกรรมการเดินรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงป้องกันการออกนอกเส้นทางหรือประกอบกิจการผิดเงื่อนไข

 

ส่วนข้อร้องเรียนว่ารถต่างชาติไม่เข้าด่านชั่งน้ำหนักนั้น ข้อมูลเบื้องต้นยังไม่พบข้อเท็จจริงยืนยันตามข้อร้องเรียน นายพิพัฒน์จึงมอบหมายให้กรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและเท่าเทียมกัน

 

ด้านการประกันภัย กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบให้รถต่างประเทศมีเอกสารและความคุ้มครองตามที่กฎหมายไทยกำหนด เพื่อคุ้มครองประชาชนและผู้ใช้ถนน หากเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายจากการขนส่ง

 

นายสิรภพ พิชัยรัตนพงศ์ เลขาธิการสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ตัวแทนภาคการขนส่งยังเสนอให้รัฐบาลทบทวนเงื่อนไขความตกลงด้านการขนส่งทางถนนระหว่างไทยกับ สปป.ลาว ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมนำหลัก “ต่างตอบแทน” มาใช้ เพื่อให้รถขนส่งสินค้าของไทยและรถต่างประเทศได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกรณีที่รถไทยประสบข้อจำกัดในการเข้าไปส่งสินค้าใน สปป.ลาว

 

นายพิพัฒน์ระบุว่า ในการหารือด้านการขนส่งทางถนนไทย–ลาว เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้ยืนยันสิทธิให้รถขนส่งสินค้าของไทยเดินทางเข้าไปส่งสินค้าใน สปป.ลาว ตามกรอบความตกลงที่มีอยู่ หากฝ่ายไทยถูกกำหนดให้ต้องเปลี่ยนถ่ายสินค้าบริเวณชายแดน ก็จำเป็นต้องพิจารณาใช้หลักปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกับรถจากอีกฝ่ายด้วย

 

นายศิริชัย ศรีเจริญศิลป์ นายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอให้เพิ่มบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมายการขนส่งทางบก จากปัจจุบันที่มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท กระทรวงคมนาคมจะนำไปศึกษาทั้งข้อกฎหมาย ความเหมาะสม และผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อกำหนดบทลงโทษที่มีประสิทธิภาพเพียงพอต่อการป้องปรามการกระทำผิด

 

นายพิพัฒน์กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมจัดทำมาตรการแก้ไขแต่ละประเด็นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม คุ้มครองผู้ประกอบการไทย และรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนโดยรวม

 

อย่างไรก็ตามประเด็นสำคัญในการหารือคือผลกระทบจากรถบรรทุกต่างชาติ โดยเฉพาะรถขนส่งสินค้าจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เดินทางผ่าน สปป.ลาว เข้าสู่ประเทศไทย ภายใต้กรอบความตกลงการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS CBTA

ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ตัวแทนภาคการขนส่งกล่าวว่า รถบรรทุกต่างชาติบางส่วนอาจเดินรถออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต และเข้าไปรับขนส่งสินค้าในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคาภายใต้เงื่อนไขที่ไม่เท่าเทียม

 

ทั้งนี้มีผู้แทนองค์กรภาคการขนส่งเข้าร่วม ได้แก่

 

* ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย

* นายสิรภพ พิชัยรัตนพงศ์ เลขาธิการสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย

* นายศิริชัย ศรีเจริญศิลป์ นายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย

* นายนิธิ รุ่งเจิดฟ้า รองนายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย

* นายอนุชิต เพชรกำแพง เลขาธิการสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย

* นายชวกร ศรีเจริญศิลป์ กรรมการสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย

* นายสุทธิชัย ปิยรัตนวรสกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการรถเครน

* นายอนันต์ ทินะพงศ์ นายกสมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย

* ดร.พงษ์พัฒน์ สัตยวินิจ อุปนายกสมาคมตัวแทนออกของรับอนุญาตไทย

* นายธนาธร วรพฤกษ์พิสุ

ทธิ์ อุปนายกสมาคมขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออก