ปราจีนบุรี น้ำตานองสาย 304! ตาวัย 70 ชอกช้ำถูกญาติต่อว่า หอบกระเป๋าเน่า-เงิน 200 ซมซานเดินเท้ากลับชัยภูมิ สุดเวทนา! คลิปบาดขั้วหัวใจ ชายชราก้มเก็บ ‘เหรียญบาท’ ตกขอบทาง หวังสะสมเป็นค่ารถกลับบ้าน สื่อมวลชนสวมหัวใจพระ โบกรถทัวร์ควักเงินซื้อตั๋วส่งถึงอ้อมกอดญาติ
ปราจีนบุรี น้ำตานองสาย 304! ตาวัย 70 ชอกช้ำถูกญาติต่อว่า หอบกระเป๋าเน่า-เงิน 200 ซมซานเดินเท้ากลับชัยภูมิ สุดเวทนา! คลิปบาดขั้วหัวใจ ชายชราก้มเก็บ ‘เหรียญบาท’ ตกขอบทาง หวังสะสมเป็นค่ารถกลับบ้าน สื่อมวลชนสวมหัวใจพระ โบกรถทัวร์ควักเงินซื้อตั๋วส่งถึงอ้อมกอดญาติ
ปราจีนบุรี – เรื่องราวสุดสะเทือนอกสะท้านใจบนท้องถนนที่ทำให้น้ำตาร่วงกันทั้งโซเชียล เมื่อผู้สื่อข่าวจังหวัดปราจีนบุรีลงพื้นที่ตรวจสอบบนถนนสายสุวินทวงศ์ (กบินทร์บุรี – นครราชสีมา) หรือสาย 304 บริเวณก่อนถึงหน้าบริษัทไอเอ็มอี ต.ลาดตะเคียน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังพบชายชราวัย 70 ปี เดินหอบสังขารร่อนเร่อยู่ริมทางหลวงด้วยสภาพสุดอนาถใจ
คลิปวิดีโอเผยภาพบาดลึกความรู้สึก จากภาพในคลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ได้อย่างบาดขั้วหัวใจ ปรากฏภาพชายชราสวมรองเท้าแตะเก่าๆ เสื้อผ้าขมุกขมอม สะพายกระเป๋าเป้ใบเก่าที่เปื่อยขาด ย่างก้าวเดินอย่างอิดโรยและหมดแรงอยู่บนไหล่ทางพงหญ้าข้างถนน ท่ามกลางไอร้อนระอุของแดดเมืองไทยและเสียงเครื่องยนต์ของรถบรรทุกที่วิ่งผ่านไปมาอย่างน่ากลัว
จังหวะที่ทำเอาผู้พบเห็นต้องจุกในอก คือวินาทีที่คุณตาสังเกตเห็นวัตถุเล็กๆ ตกอยู่ข้างทาง ก่อนจะหยุดเดินแล้วยื่นมืออันสั่นเทาก้มลงไปเก็บ “เหรียญ 1 บาท” ที่ตกอยู่ในพงหญ้าขอบทางขึ้นมาประคองไว้ในมือ แล้วตั้งใจเก็บใส่กระเป๋าเพื่อสะสมเป็นทุนเดินทาง ต่อจากนั้นในคลิปยังปรากฏภาพคุณตาเดินหันหน้ากลับไปมองรถทัวร์และรถโดยสารประจำทางที่ขับผ่านไปคันแล้วคันเล่าด้วยสายตาละห้อย ละล้าละลัง และไร้จุดหมาย เพราะในกระเป๋ามีเงินติดตัวอยู่เพียงแค่ไม่กี่บาทเท่านั้น
จากการเข้าไปสอบถามของนักข่าว ทราบชื่อต่อมาคือ นายผ่อน มุ่งแถมกลาง หรือ “ตาผ่อน” อายุ 70 ปี มีภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 8 ต.ห้วยยายจิ๋ว อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ
ตาผ่อนเล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แววตาเต็มไปด้วยความอมทุกข์และชอกช้ำระกำใจว่า ตนเดินทางมาอาศัยอยู่กับญาติชื่อ “เนียร” ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี คอยช่วยงานสารพัดทั้งงานหนักและงานเบาแลกกับที่ซุกหัวนอน แต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ขณะกำลังช่วยตัดฟืน กลับถูกญาติต่อว่าด้วยคำพูดที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง ด้วยความน้อยเนื้อต่ำอกต่ำใจและแฝงไปด้วยศักดิ์ศรีของคนแก่ที่ไม่ต้องการเป็นภาระใคร จึงตัดสินใจยัดเสื้อผ้าเก่าๆ ลงกระเป๋าใบขาด คว้าเงินสดติดตัวที่มีอยู่เพียง 200 บาท แล้วเดินเท้าออกจากบ้านญาติทันทีโดยไม่มีโทรศัพท์มือถือติดตัวแม้แต่เครื่องเดียว หวังจะเดินเท้ากลับบ้านเกิดที่ จ.ชัยภูมิ โดยจะแวะไปหาน้องสาวที่ จ.นครราชสีมา ก่อน
“ถึงตาสภาพเป็นแบบนี้ แต่ตาก็มีศักดิ์ศรี ไม่คิดจะขอเงินใครฟรีๆ ถ้าเงิน 200 บาทนี้หมดลงจริงๆ ตาคงต้องยกมือไหว้ขอความเมตตาค่ารถจากคนใจบุญ คงต้องมีสักคนที่สงสารช่วยค่ารถพาตากลับบ้าน แต่ถ้าไม่มีใครช่วย ตาก็พร้อมจะก้มหน้าเดินเท้าไปเรื่อยๆ ตามทางหลวงสายนี้ จนกว่าจะถึงชัยภูมิ” ตาผ่อน กล่าวเปิดใจริมริมถนนสาย 304
ด้วยความสงสารและหวั่นเกรงว่าชายชราวัย 70 ปี ที่มีสภาพร่างกายโรยราอาจจะล้มป่วยหรือประสบอุบัติเหตุจากการเดินเท้าไกลหลายร้อยกิโลเมตร ผู้สื่อข่าวจึงได้ส่งสัญญาณโบกรถทัวร์ปรับอากาศ สายนครราชสีมา-ระยอง (หมายเลขข้างรถ 1267-17) ที่กำลังขับผ่านมาให้จอดชิดซ้าย
จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เข้าช่วยเหลือด้วยการควักเงินส่วนตัวจ่ายค่าโดยสารให้ตาผ่อน พร้อมทั้งช่วยพยุงร่างของคุณตาขึ้นบันไดรถทัวร์อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความตื้นตันใจของคุณตาผ่อนที่ยกมือไหว้ขอบคุณด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตา ก่อนที่รถทัวร์จะมุ่งหน้าส่งตัวคุณตากลับสู่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อเดินทางต่อไปยังอ้อมกอดของครอบครัวที่ จ.ชัยภูมิ ต่อไป

มานิตย์ สนับบุญ–ข่าว/ทองสุข สิงห์พิม
พ์ /ปราจีนบุรี###
