วันอังคาร, สิงหาคม 25, 2026
Latest:
ในประเทศ

ปทุมธานี ดราม่า เจ้าของร้านทองนวนคร ด่ายับคนมากดเงินหน้าร้านขณะที่ ผู้เสียหายคู่กรณีโผล่แฉพฤติกรรมหลายราย

ปทุมธานี ดราม่า เจ้าของร้านทองนวนคร ด่ายับคนมากดเงินหน้าร้านขณะที่ ผู้เสียหายคู่กรณีโผล่แฉพฤติกรรมหลายราย

 

จากกรณีผู้ใช้ Facebook ที่ชื่อว่า“นันทพงษ์ สุขมาก“ได้โพสต์คลิปและข้อความว่า“#เตือนภัยนวนคร_ไว้แค่นี้แล้วกันครับจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หน้าตู้ ATM ร้านทองไทยธานี 35 เหตุเกิดผมไปยืนคุยโทรศัพท์หน้าตู้ ATM กสิกร รอกดเงินมีเจ้าของร้านทอง เดินออกมาหาเรื่องผม ว่าผมคุยโทรศัพท์หน้าตู้เสียงดัง ล่าสุดตอนนี้มีผู้เดือดร้อนหลายคนที่โดนแบบผม ไปรวมตัวกันหน้าร้านทองผมไม่รู้หรอกนะเจ้าของร้านว่ามีอาการป่วยไหม ถ้าป่วยก็ไม่สมควรมาทำแบบกับประชาชนที่มาใช้บริการ ATM

 

#เตือนภัยชาวนวนครไว้แล้วกันครับระวังตรงนี้ด้วยคลิปเกิดเหตุ https://www.facebook.com/share/r/1BhhR4LSMQ/#เหตุเกิดไทธานี้35

#นวนคร จนกระทั่งเป็นกระแสในสื่อสังคมโซเชียลและมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดวันนี้(25 สิงหาคม 69) ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบที่ ร้านห้างทองเยาวราชกรุงเทพ (ไทยธานี) บริเวณหน้าปากซอยไทยธานี ซอย 35 ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งจุดเกิดเหตุที่เกิดดราม่าในสังคมโซเชียล อยู่ในขณะนี้ โดยบริเวณหน้าร้านห้างทองเยาวราชกรุงเทพ (ไทยธานี) จะมีตู้เอทีเอ็มสีเขียวเจ้าปัญหาของธนาคารชื่อดังแห่งหนึ่งตั้งวางให้บริการอยู่

จากการสอบถาม นายนันทพงษ์ สุขมาก อายุ 38 ปี ผู้เสียหายและผู้โพสต์คลิปเหตุการณ์ เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าตู้เอทีเอ็มหน้าห้างแห่งหนึ่ง เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ (22 สิงหาคม 69) ที่ผ่านมาเหตุการณ์เริ่มขึ้นเวลาประมาณ 17.50 น. ขณะเดินทางมากดเงินสดเพื่อนำไปใช้บริการบ่อตกกุ้ง เนื่องจากสถานที่ดังกล่าวไม่รับชำระด้วยการโอนเงินโดยระหว่างกดเงินได้วิดีโอคอลพูดคุยกับน้องที่กำลังเดินทางตามมา เมื่อคุยเสร็จจึงวางสายและหันกลับไปยังตู้เอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทย เพื่อสแกนทำรายการ แต่ในจังหวะนั้นกลับพบชายหญิง 2 คนถือโทรศัพท์เดินเข้ามาต่อว่าและด่าทอทันที โดยกล่าวหาว่ายืนคุยโทรศัพท์เสียงดังสร้างความรำคาญ ตนเองจึงเดินเพื่อจะกลับแต่ปรากฏว่าชายคนดังกล่าวกลับเดินปรี่เข้ามาใกล้ตนจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปเอาไว้เพื่อเป็นหลักฐาน ซึ่งผมเองก็งงมาก เพราะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และไม่เคยมีปัญหาหรือเรื่องบาดหมางกันเลย โดยภายหลังเกิดเหตุ ตนได้นำคลิปจากกล้องวงจรปิดเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเตือนภัย ก่อนเข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที และหลังจากคลิปถูกเผยแพร่จนกลายเป็นกระแส มีผู้เสียหายหลายรายติดต่อเข้ามาให้ข้อมูล โดยอ้างว่า เคยประสบเหตุในลักษณะคล้ายกันบริเวณจุดเดียวกัน ทำให้ตนทราบว่าตัวเองไม่ใช่ผู้เสียหายรายแรก และในวันเกิดเหตุยังมีข้อมูลว่า ตนอาจเป็นผู้เสียหายรายที่ 4 ของวันดังกล่าวอีกทั้งตนยืนยันว่าการโพสต์คลิปมีจุดประสงค์เพื่อให้สังคมรับรู้และระมัดระวัง ไม่ได้ต้องการให้เรื่องบานปลายเป็นคดีตั้งแต่แรก แต่เมื่อมีผู้เสียหายรายอื่นทยอยออกมาให้ข้อมูล ประกอบกับมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและคลิปวิดีโอ จึงต้องการให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส

ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่นำภาพจากกล้องวงจรปิดและคลิปวิดีโอของทุกฝ่ายมาตรวจสอบ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทางด้านนายมงคลชัย ใยระย้า อายุ 42 ปี กล่าวว่า ตนเองเคยโดนเจ้าของร้านทองชกต่อยโดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 68 ที่ผ่านมาซึ่งตนได้เดินทางมากดเงินที่ตู้นี้เนื่องจากตู้เอทีเอ็มเดิมที่อยู่ซอยไทยธานี 3 เขายกตู้ไปแล้ว พอตนลงรถมายังไม่ทันกดตังค์เลย ออกมาด่าเลย ซึ่งตนก็เลยบอกเขาว่า พี่ใจเย็นๆนะ ตนไม่ได้มีเรื่องอะไรกับพี่ แล้วเราก็ไม่เคยรู้จักกันด้วยพี่ พี่อย่ามีเรื่องกับผมเลย” เขาก็ด่าไม่หยุด ซึ่งตนไม่อยากมีเรื่องจึงเดินกลับขึ้นรถทันที แต่เขาตามมาด่าท้าตีท้าต่อย ตนจึงก็ไม่ไหวพี่ ก็เลยต่อยกัน และจังหวะที่ชกต่อยชุลมุนกันเสร็จแล้วปรากฏว่าบริเวณเส้นตรงแขนข้างซ้ายที่เจาะให้ยารักษาโรคไตมันดับไป ตนก็เลยไปหาคลินิก และทางคลินิกก็ทำการรักษาเสียค่ารักษาไป 8,000 บาทจากเหตุการณ์นั้นตนได้ไปแจ้งที่ สภ.คลองหลวง แล้วและตนได้ขับรถวนกลับมาจะมาที่ร้านทองอีกครั้งปรากฏว่าทางผู้ชายคนดังกล่าว ได้เดินออกมาทุบกระจกมองข้างของรถตนข้างซ้ายจนแตกอีกต่อหน้าตำรวจด้วย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทราบว่า มีชาวบ้านโดนแบบตนกันเป็นจำนวนมากยิ่งในช่วงเย็นจะมีคนโดนกันเยอะ โดยตนก็ไม่ทราบสาเหตุว่าเขาเป็นอะไรแต่ฟังจากฝ่ายตำรวจได้บอกว่าใช้คนดังกล่าวนี้ป่วยเป็นจิตเวช ทั้งนี้หากชายคนดังกล่าวป่วยจริงต้องเอาไปรักษาไม่ใช่มาด่าคนนั้นด่าคนนี้ มันเดือดร้อนกันไปหมด

ส่วนทางด้านนายแดน เขียวเรือง อายุ 49 ปี อาชีพรับเหมาทั่วไป เปิดใจเล่าเหตุการณ์ที่อ้างว่า ถูกชายคนหนึ่งเข้ามาหาเรื่อง ขณะกำลังกดเงินที่ตู้ ATM โดยยืนยันว่าไม่เคยรู้จักหรือมีปัญหากับคู่กรณีมาก่อน ซึ่งระหว่างยืนกดเงินและพูดคุยตามปกติ จู่ ๆ ชายคู่กรณีเดินเข้ามาตะคอก ใช้คำหยาบคาย และแสดงท่าทีคล้ายจะเข้ามาทำร้าย ทำให้ตนรู้สึกตกใจและงุนงง เพราะไม่ทราบสาเหตุว่าถูกต่อว่าด้วยเรื่องใด

“ผมไม่ได้ผิดอะไร อยู่ดี ๆ ก็เดินมาด่าผม ผมไม่ได้ตอบโต้ แค่ขยับเดินเข้าหา เขาก็ถอย แล้วไปบอกภรรยาให้มาถ่ายรูปผม” นายแดนกล่าว โดยตนขอยืนยันว่าในช่วงเกิดเหตุเพียงกำลังกดเงินจากตู้ ATM และหลังรับเงินแล้วยังนึกได้ว่าบัตรค้างอยู่ในตู้ จึงหยิบบัตรคืน โดยไม่ได้ส่งเสียงดังหรือมีพฤติกรรมยั่วยุแต่อย่างใด ทั้งนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะดำเนินคดีในลักษณะใด เนื่องจากไม่ทราบว่าควรใช้ข้อกฎหมายใดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ในขณะที่ทางด้านนายสุมนต์ อุทยานธรรม อายุ 54 ปี ชายเจ้าของ ร้านห้างทองเยาวราชกรุงเทพ (ไทยธานี) ชี้แจงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดขึ้นจากคนที่มากดเงินคุยโทรศัพท์และเปิดสปีกเกอร์โฟนเสียงดัง จึงได้เดินเข้าไปเตือนเค้าว่าให้เปิดสปีกเกอร์โฟนเบาๆได้ไหม ทางคู่กรณีได้พูดสวนกลับว่าทำไมพูดโทรศัพท์หน้าตู้เอทีเอ็มไม่ได้หรือ โดยคู่กรณีคนดังกล่าวก็ยังไม่กด ATM สักทีจนคนอื่นมากดเงินไปจำนวนหลายคนแล้ว จนคนว่างและไม่มีคนมากดเงินเค้าก็ยังไม่กดสักทีตนก็ไม่ทราบว่าเจตนาเขาต้องการอะไรและเขาจะรออะไร การทั้งหมดที่เกิดขึ้นทางเราแค่อยากจะให้เค้าเปลี่ยนพฤติกรรมการคุยให้เสียงเบาลงเท่านั้น เค้าก็ตอบกลับมาเหมือนจะมีเรื่องกับผม จึงนำกล้องโทรศัพท์ไปถ่ายชายคนดังกล่าวไว้และได้แจ้งกับชายคนดังกล่าวไปว่าตรงนี้คุณก่อกวนนะ ซึ่งตนก็ไม่รู้ว่าเค้าต้องการอะไรต้องการเป็นเหมือนป้าดาหรือเปล่าที่นำคลิปไปลงแล้วมาคอมเมนต์จำนวนมาก

ในส่วนประเด็นที่มีการอ้างว่ามีหลายคนที่ถูกตนด่านั้นตนขอชี้แจงว่า บริเวณหน้าร้านของตนมักจะมีคนมานั่งกันอยู่บ่อยครั้งและจะมานั่งสูบบุหรี่หรือทำอะไรที่สกปรกตนก็แค่ว่ากล่าวตักเตือนไป และที่สำคัญจะมีบุคคล ที่ตนเห็นว่าไม่ใช่พนักงานบริษัทแถวนี้มาเดินวนเวียนอยู่บ่อยครั้งซึ่งไม่รู้ว่ามาทำอะไรโดยบุคคลที่ชอบมานั่งบริเวณนี้แล้วทิ้งก้นบุหรี่ทิ้งเศษอาหารนั้นพฤติกรรมไม่ดีไม่เหมือนกับชาวพม่าไม่เคยทิ้งอะไรไม่เหมือนกับคนพวกนี้ ครั้งนี้ตนเองขอยืนยันว่าตนเองเป็นคนปกติที่ออกไปเที่ยวไหนไปเดินห้างเหมือนคนปกติทั่วไป ตนก็ไม่รู้ว่าคนพวกนี้คิดอะไรกับตนอยู่

นายสุมนต์ กล่าวว่า ตู้เอทีเอ็มดังกล่าวตั้งอยู่ในกันสาดหน้าบริเวณที่เช่าพื้นทีหากกันสาดที่ต่อเติมสีแดงก็เป็นพื้นที่ของนวนครซึ่งเราเสียค่าพื้

นที่ทุกปี