ในประเทศ

ปพ.รวบบังอาท หนีคดีพยายามฆ่ากว่า 14 ปี ปมเหตุจากไก่ขี้ใส่รถ

 

ปพ.รวบบังอาท หนีคดีพยายามฆ่ากว่า 14 ปี

ปมเหตุจากไก่ขี้ใส่รถ

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง.ผบช.ก,พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติดำรง ผบก.ปฎิบัติการพิเศษ, พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี รอง ผบก.ปฏิบัติการพิเศษ, พ.ต.อ.พงษ์พันธ์

ศิริภัทรนุกุล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.ปพ., พ.ต.ท.มนตรี โชติภาคยกุล รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ.บก.ปพ.,พ.ต.ท.พีรณัฎฐ์ บุญค้ำพงศ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ.บก.ปพ.,พ.ต.ท.ชาคริต ไพรสน รอง ผกก.ฝอ.ช่วยราชการ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.ปพ.

 

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ฐกร ทองอิงครัต สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่

กก.วิเคราะห์ข่าวฯบก.ปพ.

ร่วมกันจับกุม นายบุญส่งฯ อายุ 77 ปี สัญชาติ ไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี

ที่ 941/2555 ลงวันที่ 15 เดือน พฤศจิกายน 2555 ซึ่งต้องกระทำความผิดฐาน “พยายามฆ่าผู้อื่นและ พาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน หรือ ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุ”

สถานที่จับกุม บริเวณหน้าโรงพยาบาล แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 พ.ย.55 ผู้แจ้งอยู่หมู่บ้านเดียวกันกับนายบุญส่งฯ หรือบังอาท ก่อนเกิดเหตุได้มีเรื่องทะเลาะกันมาก่อนหน้านี้บ่อยครั้ง ปมเหตุเกี่ยวกับเรื่องไก่ที่ขี้ใส่รถกัน ซึ่งในวันเกิดเหตุก็มีการทะเลาะกันเรื่องดังกล่าวจนทำให้ผู้แจ้งถูกมีดแทงได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่นายบุญส่งฯ ได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานพร้อมกับออกหมายจับนายบุญส่งฯ ไว้

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ ได้สืบสวนติดตามตัวผู้ถูกจับเรื่อยมาจนสืบทราบว่านายบุญส่งหรือบังอาทฯ ผู้ถูกจับได้เดินทางมารับยาที่โรงพยาบาล จึงได้ออกติดตามและหาข่าวจน ได้พบตัวผู้ถูกจับอยู่หน้าบ้านโรงพยาบาลจึงได้เข้าทำการจับกุมตามหมายจับและได้ดำเนินการควบคุมตัวส่ง สน.ลำผักชี เพื่อดำเนินคดีต่อไป

 

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การว่า ไก่ของกรณีชอบมาขี้บนรถตน ทำให้พวกตนมักมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง กระทั่งวันเกิดเหตุ มีการแย่งมีดกันเลยทำให้คู่กรณีได้ล้มลงทับมีด ตนตกใจจึงหลบหนีออกจากพื้นที่

 

 

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน

ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”