รวบเจ้าของบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อ้างชื่อธนาคาร-ตำรวจ เหยื่อสูญเงินเกือบแสน
รวบเจ้าของบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์
อ้างชื่อธนาคาร-ตำรวจ เหยื่อสูญเงินเกือบแสน
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์
รอง ผบช.ก.,พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป.,พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์
รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น
ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.สิทธิเกียรติ ศรีจันทร์, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิญโย,พ.ต.ท.วาทิต จิตรจันทึก,พ.ต.ท.ศรัณย์ ศรีพักตร์, พ.ต.ท.พิทยา ธนาวุฒิ รอง ผกก.5 บก.ป.
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กิตติบดินทร์ กิมเซียะ สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ. นิติธร ประชันกาญจนา
รอง สว.กก.5 บก.ป.,ร.ต.อ.สมเกียรติ อิทธิสาร,ร.ต.ท.เรวัต ห้วยหงส์ทอง, ร.ต.ต.สราวุธ ศิริพยาบาลรอง สว.(ป) กก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.5 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม นายพิชัยฯ อายุ 52 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดยะลา ที่ จ.649/2568 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่จนเกี่ยวข้องโดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใดๆ”
สถานที่จับกุม บริเวณหน้าริมถนน ทางเข้า – ออกหมู่บ้าน ถนนเจริญกรุง ซอย 80 แขวงบางคอแหลม
เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ต.ค.67 นายอัดนันฯ ผู้เสียหาย ขณะที่ผู้เสียหายอยู่ในพื้นที่
อ.รามัน จ.ยะลา ได้มีเบอร์โทรศัพท์ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร ชื่อ น.ส. กาญจนาฯ แจ้งว่าผู้เสียหาย ได้ถูกนําข้อมูลส่วนตัวไปเปิดบัญชีใช้งาน โดยชื่อบัญชี ผู้เสียหาย โดยผู้ที่ยื่นแอบอ้าง ชื่อ น.ส.อารีฯ เปิดใช้งานโดยคนร้ายแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ยักยอกทรัพย์ราชการ คนร้ายที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าจะมีโทรศัพท์จาก สภ.เมืองขอนแก่น โทรมาหลังจากนั้นก็ได้มีโทรศัพท์โทรเข้ามาอ้างว่าเป็นตำรวจแล้วให้ผู้เสียหาย เพิ่มผู้ติดต่อในแอปพลิเคชันไลน์ หลังจากนั้นคนร้ายที่อ้างว่าเป็นตำรวจแจ้งว่าผู้เสียหาย มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดยักยอกทรัพย์ราชการกับ น.ส.อารีฯ โดยผู้กล่าวหาจะมีส่วนแบ่งกับ น.ส.อารีฯและแจ้งรายละเอียดที่อ้างว่าผู้เสียหายมีความผิดหลังจากนั้นบัญชีไลน์ดังกล่าวแจ้งผู้เสียหายว่าให้โอนเงินไปเพื่อดำเนินการตรวจสอบที่มาที่ไปของบัญชี และเงินที่ได้โอนไปนั้นจะได้รับคืนภายหลัง เป็นเงินจำนวน 95,022.40 บาท ด้วยความกลัวผู้เสียหายจึงหลงเชื่อ และได้โอนไปให้กับบัญชีปลายทางที่บัญชี ชื่อบัญชีนายพิชัยฯ (บัญชีม้า)
ซึ่งเป็นผู้ต้องหา
หลังจากนั้นคนร้ายแจ้งว่า ถ้าอยากได้เงินที่โอนคืนจะต้องโอนค่าประกันตัวอีก 50,000 บาท ผู้เสียหายเลยแจ้งว่าไม่มีเงินที่จะโอนไปแล้ว หลังจากนั้นคนร้ายแจ้งว่าเดี่ยวจะติดต่อกลับมาอีกครั้งตอนเวลา 16.00.น. เมื่อถึงเวลา 16.00 น. คนร้ายก็ไม่ติดต่อกลับมาเลยรู้ว่าถูกหลอกให้โอนเงินไป ต่อมาผู้เสียหายจึงทราบว่ามีมิจฉาชีพหลอกลวงจนเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด จึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สภ.รามัน จ.ยะลา
ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา นายพิชัยฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับก่อนจับกุมผู้ต้องหาที่ถนนเจริญกรุง ซอย 80 แขวงบางคอแหลมเขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกการจับกุม ที่ กก.5 บก.ป ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.รามัน จ.ยะลา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อหากล่าวหา

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างน ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถุงที่สุด
กังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอพิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
