ACSC – CIB ผนึกกำลังตำรวจไต้หวัน ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ไต้หวัน 20 ราย
ACSC – CIB ผนึกกำลังตำรวจไต้หวัน ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ไต้หวัน 20 ราย
หลังวางแผนส่งคนเข้ากัมพูชาหวังเปิดคอลเซ็นเตอร์
พร้อมขยายผลถึงตัวนายทุนผู้สั่งการยกแก๊ง รวมความเสียหายกว่า 200 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. ร่วมกับ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. บูรณาการกับสำนักงานตำรวจสืบสวนสอบสวนกลางไต้หวัน (Criminal Investigation Bureau-CIB Taiwan) ร่วมมือกันกวาดล้างขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติของกลุ่มมาเฟียไต้หวัน จับกุมสแกมเมอร์ชาวไต้หวันในกัมพูชายกแก๊งกว่า 20 ราย หลังจากสืบสวนพบว่า กลุ่มคนร้ายมีการวางแผน ส่งคนเดินทางจากไต้หวันไปยังประเทศกัมพูชาเพื่อเตรียมเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา พร้อมสืบสวนขยายผลจับกุมนายทุนชาวไต้หวันผู้อยู่เบื้องหลัง
สืบเนื่องจาก สำนักงานตำรวจสืบสวนสอบสวนกลางไต้หวัน (CIB Taiwan) ได้ทำการสืบสวนสอบสวน ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติชาวไต้หวัน ซึ่งขบวนการดังกล่าวมีการตั้งฐานคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชา แอบอ้างเป็น “เจ้าหน้าที่ตำรวจ” โทรศัพท์หลอกลวงเหยื่อ พบมีผู้เสียหายเบื้องต้น 46 ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 200 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (NTD) โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาตินี้จะแอบอ้าง รับสมัครงานออนไลน์เกี่ยวกับงานพิมพ์ดีดภาษาจีน ให้ค่าตอบแทนสูง
รวมถึงให้ค่าที่พักและอาหาร จากนั้นได้ล่อลวงชาวไต้หวันให้เดินทางไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่กัมพูชากว่า 100 ราย
นอกจากนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติกลุ่มนี้ยังได้ร่วมมือกับบริษัทท่องเที่ยวของไทย ในการตบตาการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ โดยมีการจัดทำเอกสารการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินขากลับปลอม และเอกสารการจอง ที่พักเท็จ รวมถึงใช้บัตรเครดิตไทย ในการชำระค่าบัตรโดยสาร เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวัน
ภายหลังจากการสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงาน ตำรวจสืบสวนสอบสวนกลางไต้หวัน ในการขยายผลสืบสวนจับกุมเครือข่ายผู้ต้องสงสัยจำนวน 20 ราย
ประกอบด้วย หัวหน้าขบวนการ ระดับนายทุน, แกนนำระดับปฏิบัติการ และเจ้าของบริษัททัวร์ชาวไต้หวัน ซึ่งทำหน้าที่จัดการเดินทาง ของสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมทั้งตรวจยึดของกลางสำคัญหลายรายการ เช่น เงินสด และสินทรัพย์ดิจิทัล, บัญชีธนาคาร, บัตรเอทีเอ็ม, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และยานพาหนะ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชน และการฟอกเงิน
ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ที่ร่วมกระทำความผิดในประเทศไทย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจะดำเนินการตาม กฎหมายต่อไปเช่นเดียวกัน

การดำเนินการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของการบูรณาการความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศในการกวาดล้างเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง ซึ่งศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จะยังคงบูรณาการประสาน ความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติให้หมดไป
