วันอังคาร, สิงหาคม 11, 2026
Latest:
ในประเทศ

นนทบุรี “ในหลวง” พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ นายก อบจ.นนทบุรี ด้าน “ณรงค์” อดีต สส. แจงปมเงิน 11 ล้าน มองคู่กรณีพูดเอาตัวรอด

นนทบุรี “ในหลวง” พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ นายก อบจ.นนทบุรี ด้าน “ณรงค์” อดีต สส. แจงปมเงิน 11 ล้าน มองคู่กรณีพูดเอาตัวรอด

 

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 11 ส.ค. 69 ที่วัดสพานสูง อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แด่ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี โดยผู้ว่าฯได้มอบหมายให้นายปราโมทย์ คำโถ ผู้อำนวยการโรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัย เป็นผู้เชิญน้ำหลวงอาบศพ ซึ่งบรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างสมเกียรติ

 

โดยมี ครอบครัว ญาติ และคนสนิท ตลอดจนข้าราชการในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี และสังกัดสพฐ. นักการเมืองท้องถิ่น กลุ่มผึ้งหลวง และประชาชนจังหวัดนนทบุรี ร่วมรดน้ำศพ แสดงความอาลัยกันอย่างเนืองแน่น นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี มาร่วมงานด้วย

 

นายนายยุทธนา ธูปแก้ว (สจ.ตึ๋ง) สมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า หลังเดินทางไปพบนายฉลองที่สถานีตำรวจ ได้สอบถามถึงสาเหตุการกระทำ ซึ่งนายฉลองเล่าว่าในวันเกิดเหตุได้เข้าไปพูดคุยกับนายกธงชัยในห้อง แต่นายกธงชัยปฏิเสธการพูดคุยเนื่องจากรีบไปงานโรงเรียน ทำให้ตนรู้สึกน้อยใจตามประสาเพื่อนที่รู้จักกันมานาน

 

เมื่อนายกธงชัยเดินลงมาที่รถพร้อมคนขับ นายฉลองซึ่งเดิมไม่ได้พกปืนติดตัว จึงเดินไปหยิบปืนจากรถที่จอดอยู่อีกฝั่ง โดยยืนยันว่าไม่ได้ตั้งใจจะนำมายิง เพียงแต่ชักออกมาเพื่อให้ยอมพูดคุยด้วย แต่กลับเกิดการถกเถียงกัน ประกอบกับคนขับรถของนายกธงชัยได้ชักปืนออกมา จึงเกิดความชั่ววูบและบันดาลโทสะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น

 

นอกจากนี้ นายฉลองได้ฝากคำขอโทษมายังครอบครัวของนายกธงชัย ส่วนประเด็นเรื่องเงินกู้ยืม 11 ล้านบาทนั้น ไม่ทราบรายละเอียดเพราะเป็นเรื่องของคนสองคน แต่มองว่าเป็นไปไม่ได้ที่นายกธงชัยจะไปยืมเงิน เนื่องจากเป็นคนมีฐานะและทำธุรกิจหลายอย่าง

 

ต่อมา เวลา 17.00 น. นายณรงค์ จันทนดิษฐ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี ได้เปิดใจถึงกรณีถูกนายฉลอง เรี่ยวแรง อ้างชื่อ โดยระบุถึงประเด็นเงิน 11 ล้านบาทว่าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน จนกระทั่งนายฉลองออกมาพูดผ่านสื่อ ส่วนตัวไม่เชื่อว่าเป็นความจริง เนื่องจากนายกธงชัยและครอบครัวมีฐานะมั่นคง มีธุรกิจหลายอย่าง มีทรัพย์สินหลักร้อยล้านบาท แม้กระทั่งเงินเดือนส่วนตัวก็ยังมอบให้เด็กยากจนตามโรงเรียนต่างๆ จึงมองว่าอาจเป็นทางฝั่งนายฉลองมากกว่าที่ไปรับเงินจากนายกธงชัยไป การออกมาให้ข่าวลักษณะนี้เชื่อว่าเป็นเพียงการพูดเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น

 

นายณรงค์ ยังได้เล่าถึงการลงสมัครเลือกตั้งในอดีตว่า ตนเองเข้ามาลงสมัคร สส. เบอร์ 2 ในนามพรรคประชาธิปัตย์ แทนผู้สมัครที่เสียชีวิต โดยการสนับสนุนของนายกธงชัย ซึ่งพรรคให้เงินสนับสนุนมา 300,000 บาท และนายกธงชัยช่วยดูแลบางส่วน ในการเลือกตั้งครั้งนั้น นายฉลองลงสมัครก่อน ตนลงสมัครได้เบอร์ 2 ส่วนนายสุชาติ บรรดาศักดิ์ ได้เบอร์ 3 โดยนายฉลองเคยบอกกับตนว่าจะไม่ลงแข่ง ไม่ติดป้าย และไม่ขึ้นรถหาเสียง แต่จะขอแข่งกับนายสุชาติแทน ซึ่งตนก็ไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริง โดยพบกันครั้งสุดท้ายพร้อมกัน 3 คนในวันที่นายกธงชัยลงสมัครเลือกตั้ง นายก อบจ. สมัยที่ผ่านมา หลังจากนั้นตนก็ไม่ได้เคลื่อนไหวทางการเมืองอีก เนื่องจากหันไปทำสวน

 

อย่างไรก็ตาม ตนเองไม่เชื่อว่านคำให้การของนายฉลอง เรื่องที่ไปทวงเงินนายกธงชัย 11 ล้าน มองว่าไม่เป็นความจริง ญาติ พี่น้อง นายกธงชัยมีเงินเป็นร้อยล้าน ตัวนายกเองมีธุรกิจหลายอย่าง ขนาดเงินเดือนของตัวเองยังยกให้ เด็กยากจนตามโรงเรียนต่างๆเลย

นายณรงค์ ได้เปิดเผยความรู้สึกว่า ตอนทราบข่าวว่านายกธงชัยถูกยิง รู้สึกช็อกจนไม่สามารถขับรถได้ เพราะมองว่านายกธงชัยเป็นคนดีที่หาได้ยากและไม่ได้ทำอะไรผิด พร้อมเรียกร้องให้มาตรการ “ห้ามพกปืน” เกิดการบังคับใช้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่วลี และสะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยว่าปัจจุบันเริ่มมีลักษณะ 2 มาตรฐาน คนมีพวกพ้องถึงจะอยู่รอด ส่วนคนไม่มีพวกพ้องต้องสูญเสีย