วันพุธ, สิงหาคม 5, 2026
Latest:
ในประเทศ

ตำรวจ ปอศ.รวบเครือข่ายแก๊งลวงกู้เงิน แอปฯ Beebaht รับฟอกเงินให้แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ พบหมายจับติดตัวจำนวนมาก

ตำรวจ ปอศ.รวบเครือข่ายแก๊งลวงกู้เงิน

แอปฯ Beebaht รับฟอกเงินให้แก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ

พบหมายจับติดตัวจำนวนมาก

 

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด

เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,

พล.ต.ต.พุฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.,พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย,พ.ต.อ.

วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอ

ศ., พ.ต.ท.จักรี กันธิยะ,พ.ต.ท.ภาคิน สุขพรหม และ พ.ต.ท.ประวิทย์ ว่องไว รอง ผกก.5 บก.ปอศ.

 

สถานีตำรวจนครบาลหลักสอง (สน.หลักสอง) ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พ.ต.อ.เลิศศักดิ์

เขียมทรัพย์ ผกก.สน.หลักสอง, พ.ต.ท.นิติธร ยศโชตวณิช รอง ผกก.สส.สน.หลักสอง

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สน.หลักสอง นำโดย พ.ต.ท.ธนพงศ์ มีแสงเงิน สว.สส.สน.หลักสอง

,ร.ต.อ.นฤบาล หารจำปา รอง สว.สส.สน.หลักสอง, ร.ต.ท.ศตวรรษ ลาดคำ รอง สว.(สส.)สน.หลักสอง พร้อม

ด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หลักสอง

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.5 บก.ปอศ. นำโดย พ.ต.ต.พิชญากร แตงรอด สว.กก.5 บก.ปอศ.

,ร.ต.อ.ณัฐดนัย ปั้นสอาด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ.

 

ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 1 ราย คือ

1.นายสุรชัย (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1695/2565 ลงวันที่ 19 ส.ค.

2565 ในข้อหา “ร่วมกันประกอบสินเชื่อรายย่อยส่วนบุคคลภายใต้กำกับของกระทรวงการคลังโดยไม่ได้รับ

อนุญาต ,ร่วมกันปลอมและร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม, ร่วมกันกระทำการอั้งยี่หรือซ่อง

โจร,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ” และหมายจับศาลอาญา ที่ 7330/2568 ลงวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2568 ในข้อหา

“ร่วมกันฟอกเงิน”

สถานที่จับกุม บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

 

สืบเนื่องมาจาก เมื่อประมาณกลางปี 2564 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ

ประชาชนจำนวน 4 ราย ได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก. 5 บก.ปอศ. ด้วยเหตุถูกกลุ่มผู้กระทำผิดแอบ

อ้างตนเองในลักษณะมีการเปิดแอปพลิเคชัน บีบาท (BeeBaht) และแอปพลิเคชัน DD Cash และการโฆษณา

ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ว่าประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล

 

โดยมีการแสดงตัวว่าประกอบธุรกิจให้บริการ

สินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้ชื่อว่า บริษัท บีบาท จำกัด ได้แอบอ้าง ใบอนุญาตในการประกอบธุรกิจให้บริการสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ซึ่งจากการตรวจสอบ

พบว่าเป็นเอกสารปลอม เป็นเหตุให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง และประชาชน ได้รับความ

เสียหาย

 

แผนประทุษกรรมของคนร้ายกลุ่มนี้จะมีการจ้างบริษัทรับส่งข้อความเพื่อส่งลิงค์ในการเข้าแอปพลิเคชัน

บีบาท และแอปพลิเคชัน DD Cash และโฆษณาเพื่อประกาศข้อความอันเป็นเท็จเพื่อใช้ในการหลอกลวงโดย

ค้นหาได้จากเว็บไซต์เพื่อให้ทำการเข้าไปยังแอปพลิเคชันให้กู้ยืมเงิน โดยทำการเปิดใช้บริการหมายเลขโทรศัพท์

 

ในการส่งข้อความและมีเซิร์ฟเวอร์ซึ่งตั้งอยู่ที่ประเทศกัมพูชาเป็นสถานที่ในการดำเนินการหลอกลวงประชาชน

คนไทย โดยแอบอ้างว่าตนประกอบสินเชื่อถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อประชาชนหลงเชื่อ คนร้ายจะหลอกลวงให้

ประชาชนโอนเงินให้ตนซึ่งอ้างว่าเป็นค่าธรรมเนียมในการปล่อยเงินกู้ ,ค่าธรรมเนียมเอกสาร (ซึ่งคิดเป็น ร้อยละ

10 ของยอดเงินกู้) และจะหลอกต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ โดยอ้างเหตุผลต่างๆเพื่อให้ประชาชนโอนเงินให้เพิ่ม แต่

ท้ายที่สุดกลับไม่ได้รับโอนเงินกู้จริงแต่อย่างใด

 

จากการสืบสวนพบว่ากลุ่มคนร้ายทำการปลอมใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อ โดยภายในระยะเวลา 1

เดือน พบว่ากลุ่มคนร้ายใช้บัญชีกว่า 23 บัญชี มียอดเงินหมุนเวียนกว่า 400 ล้านบาท ภายในระยะเวลา 1 เดือน

และมีการยักย้ายถ่ายเทเงินในระยะเวลาที่รวดเร็วเป็นทอดๆ และจะแปรเปลี่ยนเงินที่ได้จากการหลอกลวง

ดังกล่าวเป็นสินค้าอุปโภค บริโภค, รถไถนา, ทองคำแท่ง โดยซื้อจากประเทศไทย ก่อนจะนำส่งออกไปยังประเทศ

กัมพูชา

 

ซึ่งการกระทำของกลุ่มคนร้ายเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ซึ่งถือว่าเครือข่าย

นี้เป็นคดีองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ จึงได้ร่วมกันสืบสวนสอบสวนกับพนักงานอัยการ

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ

และพนักงานอัยการ ได้สืบสวนจนสามารถพิสูจน์ทราบกลุ่มผู้ร่วมขบวนการได้แล้ว จำนวน 16 ราย เจ้าหน้าที่

ตำรวจจึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญาในความผิดฐาน“ร่วมกันประกอบสินเชื่อรายย่อยส่วนบุคคลภายใต้

กำกับของกระทรวงการคลังโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันปลอมและร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ

ปลอม,ร่วมกันกระทำการอั้งยี่หรือซ่องโจร,ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันกระทำการโดยทุจริต หรือโดย

หลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่

น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา

,มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติโดยสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงอัน

เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ มีส่วนร่วมกระทำการใดๆไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในกิจกรรมหรือโดยรู้ถึง

เจตนาที่จะกระทำความผิดร้ายแรงขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”

 

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ.ได้เปิดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายดังกล่าว ได้ 15 ราย

ยังคงเหลืออีก 1 ราย คือนายสุรชัยฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาราย นายสุรชัยฯ ทำหน้าที่ รับโอนเงินผลประโยชน์

จากการหลอกลวง นำไปซื้อสินค้าอุปโภค บริโภค,รถไถนา และทองคำแท่ง ได้หลบหนีการจับกุมตลอดเรื่อยมา

 

จนในที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หลักสอง ได้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหา

ดังกล่าวได้บริเวณย่านบางแค กทม. ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายสุรชัยฯ ยังพบว่ามี

หมายจับติดตัวอยู่ จำนวน 3 หมาย ดังนี้

1.หมายจับศาลจังหวัดศรีสะเกษ ที่ 79/2564 ลงวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิด

ฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่ง ข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนฯ”

2.หมายจับศาลจังหวัดกันทรลักษ์ ที่ 31/2564 ลงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทำ

ความผิดฐาน “กระทำความผิดฐานฟอกเงิน, ผู้ใดกระทำความผิดตาม มาตรา 5 อนุ 1 หรือ อนุ 2 ผู้นั้นกระทำ

ความผิดฐานฟอกเงิน (ความผิดมูลฐานฉ้อโกงประชาชน)ฯ”

3.หมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม ที่ 33/2564 ลง 12 มีนาคม 2564 กระทำความผิดฐาน “ร่วมกัน

ฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่นนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือ ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชนและสมคบกันโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานฟอกเงินและมีการกระทำ

ความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน”

 

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และให้การว่าได้หลบหนีไปอยู่เมืองปอยเปต ประเทศ

กัมพูชา โดยพึ่งจะข้ามกลับประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม

 

สุดท้ายนี้กองบัญชาการสอบสวนกลาง ขอฝากเตือนภัยถึงประชาชนที่ต้องการกู้เงินจากแหล่งเงินทุนที่

ถูกต้องตามกฎหมาย สามารถตรวจสอบใบอนุญาตการปล่อยสินเชื่อได้ที่ช่องทางดังนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทย เว็บไซต์ https://www.bot.or.th

“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน

ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด

ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”