นนทบุรี เปิดใจแม่น้ำตาคลอ “น้องเทียน” พ้นคดียาไอซ์ซุกกาแฟ ญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้อง กลับไทยพรุ่งนี้ ฝากเป็นอุทาหรณ์ถึงสายรับหิ้วสินค้า
นนทบุรี เปิดใจแม่น้ำตาคลอ “น้องเทียน” พ้นคดียาไอซ์ซุกกาแฟ ญี่ปุ่นสั่งไม่ฟ้อง กลับไทยพรุ่งนี้ ฝากเป็นอุทาหรณ์ถึงสายรับหิ้วสินค้า
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 31 ก.ค. 69 ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าพบ นางสาวกัณยาวีร์ เฟื่องเพียร อายุ 45 ปี มารดาของ “น้องเทียน” สาวรับหิ้วสินค้าที่ถูกเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นควบคุมตัวที่สนามบินฟูกูโอกะ หลังตรวจพบยาเสพติดประเภทไอซ์ซุกซ่อนอยู่ในบรรจุภัณฑ์กาแฟ โดยล่าสุดอัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้อง และอนุญาตให้เดินทางกลับประเทศไทยได้
นางสาวกัณยาวีร์ เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า หลังทราบข่าวในวันนี้รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ที่ทางการญี่ปุ่นไม่มีการดำเนินคดีกับลูกสาว พร้อมยืนยันมาตลอดว่าลูกสาวบริสุทธิ์ใจและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรื่องนี้ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่คอยช่วยเหลือ ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลของลูกสาว เพื่อนำไปโต้แย้งข้อกล่าวหาจนสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ รวมถึงขอขอบคุณสื่อมวลชนที่เป็นกระบอกเสียงนำเสนอเรื่องราวของลูกสาว และช่วยให้สามารถประสานงานกับฝ่ายกฎหมายของประเทศญี่ปุ่นได้อย่างต่อเนื่อง
นางสาวกัณยาวีร์ เล่าว่า ตั้งแต่ลูกสาวขาดการติดต่อและถูกควบคุมตัวตั้งแต่ช่วงกลางเดือนวันที่ 12 ก.ค.69 ที่ผ่านมา รวมระยะเวลากว่า 19 วัน ตนมีความหวังทุกวัน เพราะเชื่อมั่นว่าลูกสาวไม่ได้กระทำผิด แต่ยอมรับว่ามีความกังวลอยู่ตลอด เนื่องจากทราบว่าประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีกฎหมายและระเบียบวินัยเข้มงวดมาก จึงหวั่นใจว่าลูกอาจไม่ได้รับโอกาสพิสูจน์ความจริง
โดยในวันพรุ่งนี้ (1 ส.ค. 69) เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์แจ้งว่า น้องเทียนจะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 14.00 น. ตนและครอบครัวจะเดินทางไปรอรับด้วยความคิดถึง และหลังจากได้เจอหน้าลูกสาว จะพาไปทำบุญทันที เพราะถือว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นการฟาดเคราะห์ครั้งใหญ่ของชีวิต
นางสาวกัณยาวีร์ ยังฝากเตือนไปถึงผู้ที่ประกอบอาชีพรับหิ้วสินค้า หรือผู้ที่ทำธุรกิจนำเข้าส่งออกระหว่างประเทศว่า อาชีพดังกล่าวมีความเสี่ยงอย่างมาก จึงอยากให้ระมัดระวังมิจฉาชีพให้มากขึ้น และอยากให้กรณีของลูกสาวเป็นกรณีศึกษา เพื่อให้ทุกคนเข้มงวดในการตรวจสอบสิ่งของทุกชิ้นก่อนรับขนส่งหรือเดินทางนำติดตัวไปต่างประเทศ
ส่วนหลังจากนี้ ตนจะต้องพูดคุยกับลูกสาวเกี่ยวกับการประกอบอาชีพในอนาคตอีกครั้ง โดยส่วนตัวไม่อยากให้ลูกสาวกลับไปทำอาชีพรับหิ้วสินค้าอีกแล้ว แต่หากจำเป็นต้องทำจริง ก็อยากให้เดินทางไปเลือกซื้อสินค้าและแพ็กของด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจในที่มาของสิ่งของ เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าโชคดีมากที่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้
ก่อนหน้านี้ มารดาและแฟนหนุ่มของน้องเทียน ได้เดินทางเข้าขอบคุณ นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง อธิบดีอัยการสำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน ภายหลังอัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้องและปล่อยตัวน้องเทียนให้เดินทางกลับประเทศไทย
นายโกศลวัฒน์ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าว สำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิฯ ได้ร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงินและประวัติของน้องเทียนอย่างละเอียด จนเชื่อได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด พร้อมประสานความร่วมมือผ่านสำนักงานอัยการคุ้มครองสิทธิระหว่างประเทศ ซึ่งทำงานร่วมกับกรมการกงสุล และเครือข่ายอาสาสมัครคนไทยในต่างประเทศ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาของฝ่ายญี่ปุ่น กระทั่งอัยการญี่ปุ่นมีคำสั่งไม่ฟ้อง และอนุญาตให้เดินทางกลับประเทศไทย
สำหรับ “น้องเทียน” มีกำหนดเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 1 ส.ค. 69 ด้วยสายการบินไทย และจะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลาประมาณ 14.00 น. ท่ามกลางความโล่งใจของครอบครัวที่เฝ้ารอการกลับบ้านของลูกสาวมาตลอดกว่า 19 วัน

