วันอาทิตย์, กรกฎาคม 26, 2026
การศึกษาภูมิภาค

ม.เกริกจัดงานปฐมนิเทศและปัจฉิมนิเทศหลักสูตรปริญญาเอกหลักสูตร Ph.D.MOMและPh.D.TPS

ม.เกริกจัดงานปฐมนิเทศและปัจฉิมนิเทศหลักสูตรปริญญาเอกหลักสูตร Ph.D.MOMและPh.D.TPS

ป.เอก TPS & MOMม.เกริก ผนึกพลัง “การค้า-การเมือง-การจัดการองค์การยุคใหม่” สู้ศึกโลกผันผวน สร้างชาติยั่งยืน หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการค้าและการเมืองอย่างยั่งยืนในโลกยุคใหม่ Ph.D.TPSและหลักสูตรการจัดการองค์การยุคใหม่ Ph.D.MOM มหาวิทยาลัยเกริก

เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00น. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนชาติ ประทุมสวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรการบริหารการค้าและ การเมืองอย่างยั่งยืนในโลกยุคใหม่ มหาวิทยาลัยเกริก ได้จัดงานปฐมนิเทศและปัจฉิมนิเทศ เพื่อปลุกพลังผู้นำยุคใหม่ ในฐานะดุษฎีบัณฑิตผู้เป็นความหวังในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศชาติ ณ ห้องปาริชาต ชั้น 3โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ชอฟเฟอรีน กรุงเทพ ฯ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนชาติ ประทุมสวัสดิ์ ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรการบริหารการค้าและ การเมืองอย่างยั่งยืนในโลกยุคใหม่ มหาวิทยาลัยเกริก กล่าวว่า ในยามที่ประเทศไทยและโลกต้องเผชิญกับวิกฤตความท้าทายรอบด้าน ทั้งความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ และการดิสรัปชันทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว การขับเคลื่อนประเทศให้รอดพ้นจาก กับดักวิกฤตไม่ได้ต้องการเพียงแค่นักวิชาการ แต่ต้องการ “ผู้นำยุทธศาสตร์” ที่รู้รอบและนำการเปลี่ยนแปลงได้จริง

ด้วยเหตุนี้ หลักสูตรบริหารการค้าและการเมืองอย่างยั่งยืนในโลกยุคใหม่ TPS.และ หลักสูตรการจัดการองค์การยุคใหม่ MOM. จึงเดินหน้าผนึกกำลังครั้งสำคัญ ประกาศเป้าหมายยุทธศาสตร์ในการ “ผลิตดุษฎีบัณฑิตสู่สังคมและประเทศชาติ” เพื่อสร้างแม่ทัพทางปัญญาที่จะเข้ามาแก้ปัญหาระดับโครงสร้างของประเทศอย่างแท้จริง ผ่าน 4 มิติหลักได้แก่ 1.รอบรู้ยุทธศาสตร์การค้าสากล (Economic & Trade Vision) บ่มเพาะวิสัยทัศน์ทางเศรษฐกิจ สร้างความเข้าใจในระบบการค้าโลก ห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่ และโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศ เพื่อวางนโยบายเชิงรุกที่สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย 2. เหนือชั้นด้วยศิลปะการนำทางการเมือง เติมเต็มทักษะผู้นำทางการเมืองยุคใหม่ที่มีกลยุทธ์ สามารถเชื่อมประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะให้เกิดผลสัมฤทธิ์และก้าวข้ามความขัดแย้ง 3.ยึดมั่นธรรมาภิบาล และความยั่งยืน วางรากฐานความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีจริยธรรม ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการแก้ปัญหาคอร์รัปชัน และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ระบบการเมืองและเศรษฐกิจของชาติและ4. เป็นนักบริหารจัดการองค์การ ที่รู้เท่าทันโลก (Modern Organization Management) สร้างทักษะการเป็นผู้นำองค์กรยุคใหม่ที่ยืดหยุ่น ปรับตัวไว อ่านเกมการเปลี่ยนแปลงออก และสามารถนำพาองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนให้ก้าวทันเทคโนโลยีและความผันผวนในอนาคต

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธนชาติ ประทุมสวัสดิ์ ประธาน กรรมการ บริหารหลักสูตร ได้กล่าวต่อว่า”การพัฒนาประเทศในวันนี้ จะมองเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง หรือการบริหารองค์กรแยกส่วนกันไม่ได้อีกต่อไป ประเทศไทยต้องการผู้นำที่มี ศาสตร์แห่งการค้า ศิลป์แห่งการเมือง และความเชี่ยวชาญในการบริหารองค์กรยุคใหม่ ดังนั้นดุษฎีบัณฑิตจากทั้งสองหลักสูตรจึงถูกวางเป้าหมายให้เป็น Change Agent หรือผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่มีทั้งความคิดเชิงยุทธศาสตร์และจิตสำนึกด้านธรรมาภิบาล พร้อมลงมือแก้ปัญหาจริงให้ประเทศชาติอย่างยั่งยืน”

การผนึกพลังของทั้งสองหลักสูตรในครั้งนี้ ถือเป็นจุดหมายสำคัญในการส่งมอบ “บุคลากรระดับชั้นนำ” ที่จะเป็นฟันเฟืองหลักในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย ทั้งในมิติเศรษฐกิจ การเมือง และการบริหารจัดการองค์กรบนเวทีโลกต่อไป