ยะลา เปิดศึกสแต็คชายแดนใต้ชิงถ้วยประทาน “พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์” หนุนเยาวชนใช้กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์พหุวัฒนธรรม
ยะลา เปิดศึกสแต็คชายแดนใต้ชิงถ้วยประทาน “พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์” หนุนเยาวชนใช้กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์พหุวัฒนธรรม
วันนี้ (25 กรกฎาคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ชั้น 3 ศูนย์การค้าโคลีเซียมยะลา เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาสแต็คชิงแชมป์จังหวัดชายแดนภาคใต้ รายการ “WSSA x Coliseum Southern Thailand Sport Stacking Championship 2026” ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์
การจัดงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงาน อาทิ คุณพรพิมล มั่นฤทัย และคุณชัยยงค์ มั่นฤทัย ผู้บริหารบริษัท โคลีเซี่ยมอินเตอร์กรุ๊ป จำกัด, นายฮีรมี เจะแม อุปนายกสมาคมเรียงแก้วและกิจกรรมนันทนาการ ตลอดจนผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและเอกชน คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน นักกีฬา และผู้ปกครองที่มาร่วมให้กำลังใจบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
การแข่งขันดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือระหว่าง สมาคมเรียงแก้วฯ, ห้างโคลีเซี่ยมยะลา, ชมรมกีฬาสแต็คจังหวัดยะลา และภาคีเครือข่ายทั้งภาคเอกชนและภาคการศึกษา มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย พัฒนาศักยภาพเด็ก เยาวชน และประชาชนผ่านกีฬาสแต็ค ซึ่งช่วยเสริมสร้างสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ การประสานสัมพันธ์ของสมองและกล้ามเนื้อ ความรวดเร็ว มีวินัย และน้ำใจนักกีฬา
นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนานักกีฬาเพื่อก้าวสู่ระดับประเทศและนานาชาติ พร้อมทั้งช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) กระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่จังหวัดยะลาและพื้นที่ภาคใต้ โดยมีนักกีฬาจากทั่วประเทศเข้าร่วมการแข่งขันประเภทบุคคล ประเภทคู่ (Doubles) และประเภททีม (Relay) ในรายการ 3-3-3, 3-6-3 และ Cycle รวมหลายร้อยคน ระหว่างวันที่ 25-26 กรกฎาคม 2569
นายฮีรมี เจะแม อุปนายกสมาคมเรียงแก้วและกิจกรรมนันทนาการ กล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่สำหรับเยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจังหวัดยะลาถือเป็นจุดริเริ่มในพื้นที่ เนื่องจากกีฬาสแต็คไม่เพียงช่วยพัฒนาการเรียนรู้ของเยาวชน แต่ยังถูกใช้เป็น “นวัตกรรมสร้างเสริมสันติภาพ”
“กีฬาสแต็คเปรียบเสมือนการเรียงแก้ว ซึ่งคล้ายกับผู้คนในสังคมพหุวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย กิจกรรมนี้ช่วยหนุนเสริมการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเยาวชน ผู้ปกครอง และครู ทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม จากหลากหลายโรงเรียน ให้ถักทอเป็นสายใยความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน พร้อมฝากความหวังให้ภาครัฐสนับสนุนกีฬานี้ให้เป็นกีฬาสาธิตและกีฬาสากลต่อไป” นายฮีรมี กล่าว

ด้าน ด.ญ.ซุฟยานี อะหะมะ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเจริญศาสน์วิทยา ตัวแทนเยาวชนผู้เข้าแข่งขัน เผยว่า ตนเองเริ่มฝึกเล่นกีฬาสแต็คมาเป็นเวลา 3 ปีแล้วตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ม.1 หลังจากมีผู้ใหญ่มาอบรมให้ที่โรงเรียนก็เกิดความชอบ ช่วยฝึกฝนกล้ามเนื้อ ความว่องไว และสร้างความอดทน การได้มาแข่งขันในหลายสนามทำให้ได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้น และอยากให้ผู้ใหญ่ช่วยสนับสนุนพัฒนากีฬานี้ให้แพร่หลายยิ่งขึ้นในระดับสากล
